The Koreas | Diplomacy | East Asia

multiplayer role playing games: After the Latest Forced Labor Court Ruling, Where Do Japan-South Korea Relations Stand?

ufa678 banking,Breakout มีลุ้นไป 1,440-50 จุด : SET มีสัญญาณ Breakout มีลุ้นซิกแซกขึ้นต่อไปในเขต 1,440-1,450 จุด มีแนวต้านสั้นๆที่ 1,415-18 จุด ส่วนแนวรับที่ 1,406-1,408 หรือ 1,403 จุดโดยมีปัจจัยถ่วงในเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างล่าช้าเนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (WEO) ว่า ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้สู่ระดับ 3.1% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินในปี 2009 โดยลดลง 0.2% จากตัวเลขคาดการณ์ครั้งก่อนและต่ำกว่าการขยายตัวในปีที่แล้วที่ 3.4%นอกจากนี้ สหรัฐจะมีการประชุม FOMC ในวันที่ 27-28 ต.ค.นี้ แต่คิดว่าเฟดคงจะไม่ทำอะไรหลังจากที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาไม่ดี แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเฟดยังต้องมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างหนึ่งครั้งในปีนี้ ,โดยเฉพาะในยุโรป ตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา การขยายตัวของนักท่องเที่ยวจีน และการหดตัวของนักท่องเที่ยวรัสเซียยังคงมีอิทธิผลต่อทิศทางการเปลี่ยนแปลงจำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมของไทย นอกจากนี้ การขยายตัวของนักท่องเที่ยวฌริ่มชะลอตัวจาก 53.06% ในมิถุนายน เป็น 8.67% ในกันยายนระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 36.50-40 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 36 บาทราคาปิด 11.40 แนวรับ 11.30-11.10 , 10.90-10.5 แนวต้าน 11.50-11.80VGI ราคาปิด 3.56 บาท ตัดขาดทุน 3.46 บาท แนวรับ 3.52 บาท แนวต้าน 3.80 บาท、แนวโน้มอันดับเครดิต Stable หรือ คงที่ สะท้อนถึงการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดในอุตสาหกรรมน้ำตาลในประเทศไว้ได้ ระบบแบ่งปันผลประโยชน์ในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลในประเทศไทย ตลอดจนการเติบโตของรายได้จากธุรกิจไฟฟ้าจะช่วยรองรับการดำเนินงานในช่วงวงจรขาลงของธุรกิจน้ำตาลไว้บางส่วน นอกจากนี้ คาดว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนของบริษัทให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 60% ในระยะยาวส่วนทางด้านข้อมูลการซื้อขาย DW28 ในวันพฤหัสบดี พบว่านักลงทุนเข้าซื้อสุทธิใน DW บนหุ้นขนาดกลางเป็นจำนวนมาก นำโดย TRUE28C1601A 4.2 ล้านหน่วย ITD28C1512A 4.0 ล้านหน่วย CPF28C1602A 2.0 ล้านหน่วย และ BBL28C1602A 1.7 ล้านหน่วย ตามลำดับ ส่วนทางด้านแรงขายสุทธิ กระจายในหลายกลุ่มหลักทรัพย์เช่นกัน ตัวอย่างเช่น IVL28C1601A 2.7 ล้านหน่วย BANP28C1602A 1.9 ล้านหน่วย และ PS28C1511A 1.8 ล้านหน่วยขณะที่บริษัทมีแผนงานในเบื้องต้นที่จะเปิดตัวโครงการใหม่ในปีหน้าไม่ต่ำกว่า 28 โครงการ หรือไม่น้อยกว่าปีนี้ที่มีมูลค่ารวมกว่า 3.1 หมื่นล้านบาท โดยแผนงานปีหน้าจะเน้นการบุกตลาดใหม่ในต่างจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่บริษัทยังไม่เคยเข้าไปพัฒนาโครงการ เช่น นครศรีธรรมราช เป็นต้นรวมทั้งพิจารณาอนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัท โดยที่ประชุมได้มีมติอนุมัติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของผู้ถือหุ้น พร้อมทั้งพิจารณาอนุมัติการลงทุนและพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมของบริษัท ลมลิกอร์ จำกัด ที่มูลค่าไม่เกิน 800,000,000 บาททั้งนี้ สาเหตุที่กรรมการทั้ง 3 ท่านลาออก เนื่องจากติดภาระกิจส่วนตัว อย่างไรก็ตามจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท เนื่องจากคณะกรรมการชุดใหม่ที่เข้ามาสานงานต่อเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำให้มั่นใจได้ว่าสามารถดำเนินงานในอนาคตให้สามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ตามแผนการที่ได้วางเอาไว้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากที่เมื่อเวลา 9.59 น. ดัชนี SET มาอยู่ที่ 1,404.68 จุด บวก 12.53 จุด เพิ่มขึ้น 0.90% ล่าสุดเมื่อเวลา 11.34 น.ดัชนี SET อยู่ที่ 1,413.07 จุด เพิ่มขึ้น 20.92 จุด หรือ 1.50% มูลค่าซื้อขาย 20,824.20 ล้านบาท AOT เผย 4 สนามบินผ่าน Airport Carbon Accreditation ระดับ 2JAS มูลค่าการซื้อขาย 4,542.70 ล้านบาท ปิดที่ 5.65 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงTHCOM (Bt 32.50 เป้าเทคนิค 33.5-35 cut loss ถ้าหลุด 31) แนวรับ : 15.80 และ 15.60。

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORIณ เวลา 11.21 น. ราคาอยู่ 9.90 บาท บวก 0.90 บาท หรือ 10% สูงสุดที่ 9.95 บาท ต่ำสุดที่ 9.10 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 559.02 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมลบ 0.23% ,บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์(9 ต.ค.)ว่า แนวโน้มผลประกอบการปี 2559 คาดกำไรสุทธิของ KBANK จะพลิกกลับมาเติบโต 17.1% จากปีก่อน จากฐานที่ต่ำในปี 2558 และภาระการตั้งสำรองหนี้ฯ ที่คาดว่าจะบรรเทาลง อีกทั้งเชื่อว่าราคาหุ้นผ่านการปรับฐานสะท้อนปัจจัยกระทบต่างๆ ไปมากแล้ว น่าจะช่วยลดความเสี่ยงขาลงของราคาหุ้นไปได้มาก โดยฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน FV ปี 2558 เท่ากับ 232 บาท Upside ถึง 30%TIPCO มูลค่าการซื้อขาย 2,130.24 ล้านบาท ปิดที่ 22.60 บาท เพิ่มขึ้น 2.20 บาทคงคำแนะนำซื้อ ราคาสามารถกลับมายืนเหนือเส้น EMA 15 วัน ได้อีกครั้ง พร้อมเกิดสัญญาณซื้อใน MACD มีแนวต้านที่ 18.2/18.8 ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นภาคบ่าย จากคาดการณ์เฟดคงดบ.-หุ้นกลุ่มน้ำมันดีดตัวอีกทั้ง งานเสาเข็มเจาะและกำแพงกันดินระบบไดอะแฟรมวอลล์โครงการหลังสวน วิลเลจ, ถนนหลังสวน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานครผู้ว่าจ้าง บริษัท นันทวัน จำกัดสถานะของงาน กำหนดเริ่มขนย้ายเครื่องจักรกลางเดือนพฤศจิกายน 2558ทั้งนี้ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกยังคงต่ำกว่าระดับ 300,000 รายเป็นเวลามากกว่า 6 เดือนแล้ว ซึ่งเป็นระยะเวลายาวนานที่สุดในรอบกว่า 40 ปี และเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่ง SPALI มีแผนเปิดโครงการใหม่มากกว่า 28 โครงการปี 59 บุกจังหวัดใหม่ขยายฐาน ตั้งเป้าปี 59 รายได้โตกว่า 15% จากปีนี้ 2.2 หมื่นลบ.,ส่วนหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวผันผวน โดยหุ้นฟรีพอร์ท-แมคมอแรน ทะยานขึ้น 3.5% แต่หุ้นอัลโค อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองรายใหญ่ ปิดอ่อนแรงลง หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่น้อยเกินคาด ขณะที่นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในวันนี้ รวมถึงราคานำเข้าและส่งออกเดือนก.ย. และสต็อกสินค้าและยอดค้าส่งเดือนส.ค.สำหรับในไตรมาสสุดท้ายของปี 58 ทิสโก้ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์การดำเนินธุรกิจตามแผนที่วางไว้ ด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง โดยมุ่งเน้นการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ การเพิ่มช่องทางการขายและการตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ตลอดจนการขยายโอกาสธุรกิจผ่านพันธมิตรทางธุรกิจ รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรเพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้แก่กลุ่มทิสโก้ในระยะยาว, เงินบาทเปิด 35.74 แข็งค่าจากแรงเทขายดอลลาร์-เงินทุนไหลเข้าตลาดบอนด์JAS มูลค่าการซื้อขาย 4,542.70 ล้านบาท ปิดที่ 5.65 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงดัชนีราคานำเข้าปรับตัวลงจากผลกระทบของดอลลาร์ที่แข็งค่า และการชะลอตัวของเศรษฐกิจในต่างประเทศ ราคานำเข้าอาหารและสินค้าทุนต่างปรับตัวลงในเดือนก.ย. ขณะที่ราคาสินค้าเพื่อผู้บริโภค และพลังงานดีดตัวขึ้น เงินบาทแข็งค่าเร็วมากตามรูเปียและริงกิต เนื่องจากมี flow ไหลเข้ามาในตลาดพันธบัตรมากถึง 2.7 หมื่นล้านบาท หลังมุมมองเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดเปลี่ยนไป ทำให้มีการปรับพอร์ตการลงทุน นักบริหารเงินกล่าวแนวรับ 7.95-8.10 บาท,จากการประเมินมูลค่าที่เหมาะสมด้วยวิธี BSM อ้างอิงราคาปิดหุ้นแม่ที่ 19.80 บาท (8 ต.ค.) จะได้มูลค่าที่เหมาะสมของ GUNKUL-W ที่ 1.45 บาท และด้านผู้ได้รับ GUNKUL-W ไม่มีต้นทุนจากการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้นในกระดาน พร้อมให้กรอบการแกว่งของ GUNKUL-W ไว้ที่ 1.29-1.61 บาท เมื่อราคาหุ้น GUNKUL เคลื่อนไหวในกรอบ 19.30-20.30 บาท โดยมี Volatility 45% per yearระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 97-110 บาท คาดว่าจะยังไมมี่ทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อนส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 96.50 บาท S ตั้งบริษัทร่วมทุนขยายการลงทุนในธุรกิจโรงแรมในอังกฤษ IMPACT (+) PTT SCB KBANK ADVANC PTTEP SCC TRUE CPN U BBL PTTGC KTB GLOWโดยมีปัจจัยถ่วงในเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างล่าช้าเนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (WEO) ว่า ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้สู่ระดับ 3.1% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินในปี 2009 โดยลดลง 0.2% จากตัวเลขคาดการณ์ครั้งก่อนและต่ำกว่าการขยายตัวในปีที่แล้วที่ 3.4% ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นภาคบ่าย จากคาดการณ์เฟดคงดบ.-หุ้นกลุ่มน้ำมันดีดตัว。

The Seoul Central District Court ruling might help lower temperatures, but a political solution is needed to improve South Korea’s relations with Japan.

After the Latest Forced Labor Court Ruling, Where Do Japan-South Korea Relations Stand?
Credit: Depositphotos

Relations between South Korea and Japan have been at a nadir since 2018, when the South Korean Supreme Court ruled in two cases that workers used as forced labor by Japan during World War II were entitled to financial compensation from Mitsubishi Heavy Industries Ltd. and Nippon Steel. But a recent decision by the Seoul Central District Court on the issue of forced labor may add more confusion than clarity to an issue that has strained relations between the two countries.

The case before the Seoul Central District Court was the largest of nearly two dozen cases on the forced labor issue moving through the South Korean court system. The case involved about 85 victims and their families suing 16 Japanese firms.

Rather than ruling in the plaintiffs’ favor, as was expected based on the 2018 Supreme Court decision, the Seoul Central District Court dismissed the case and instead decided to follow the minority decision from the 2018 Supreme Court case in arguing that the 1965 Agreement on the Settlement of Problems Concerning Property and Claims and? on Economic Cooperation with Japan limited the right to sue.

The Seoul Central District Court also argued that not dismissing the case could damage South Korea’s relations with the United States if the International Court of Justice found that South Korea violated the Claims Agreement. In dismissing the case, Justice Kim Yang-ho said, “Proceeding with the case could result in breaching international law … and trigger adverse effects globally if its final ruling is forcibly implemented.”

The decision partially affirms Japan’s long-held position that the issue of compensation for forced labor (and other colonial-era abuses) was “settled completely and finally” as part of its 1965 normalization treaty with South Korea. However, the Seoul Central District Court noted, “We cannot say that an individual’s right to claims completely expired under the agreement but it is right to interpret that a South Korean national is limited in exercising it against Japan or a Japanese national.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

In dismissing the plaintiffs’ case but noting that their right to compensation had not been completely resolved by the 1965 treaty, the Seoul Central District Court in essence argued that the legal path to compensation should be closed but that the political path should remain open.

In response to the decision, this is in essence what some commentators in South Korea have argued. The conservative JoongAng Ilbo, for example, has suggested that the decision has opened the door for negotiations and created an opportunity for the Moon government to test the theory of reconciling with Japan. On the other hand, the progressive Hankyoreh criticized the decision for contradicting the Supreme Court and including non-legal considerations such as the potential impact on the South Korea-U.S. alliance.

However, the plaintiffs in the case have signaled that they will appeal the decision so any political space created by the decision could be short-lived. It is rare for a lower court to contradict a Supreme Court decision and the Seoul Central District Court’s decision is likely to be reversed on appeal. Any window created by the decision for a political solution to the forced labor issue will be constrained by the speed with which the victim’s appeal is heard and the timing of decisions on the remaining cases.

Finding a political resolution, however, remains challenging as the issue of forced labor is not the only area of contention between South Korea and Japan.

Around the same time as the two Supreme Court decisions on forced labor, the South Korean government announced it would formally dissolve the Reconciliation and Healing Foundation set up under the 2015 agreement on “comfort women,” a euphemism for women forced to sexually service the Japanese military during World War II. That agreement was supposed to “finally and irreversibly” resolve the issue of Japan’s use of South Korean women as sex slaves during World War II. The decision to close the foundation established to compensate the victims was seen by Japan as undermining the agreement.

If the dispute over the comfort women had remained confined to the dissolution of Reconciliation and Healing Foundation it might have only been a momentary issue in the relationship, but the issue of the comfort women has also returned to the South Korean court system.

Earlier this year, the Seoul Central Court District ruled that Japan was liable for compensation to the comfort women and that sovereign immunity did not apply because of the “anti-humanity acts systematically planned and perpetrated by the accused.” Japan refused to accept the verdict and Prime Minister Suga Yoshihide said that “South Korea should take steps to correct violations of international law and that the ruling will never be accepted.”

A separate Seoul Central Court District decision a few months later contradicted that decision when it dismissed a case brought by a different group of comfort women. In the second case, the court argued that sovereign immunity did apply to Japan. Similar to the recent decision on forced labor, the judge in the case also considered the diplomatic implications of the case. Judge Min Seong-cheol said that “If an exception on state immunity is acknowledged, a diplomatic clash would be inevitable during the process of forcing the ruling’s implementation.”

The disputes over forced labor have also moved beyond the courtroom and diplomatic statements. Despite Japan’s denial of its linkage to the issue of forced labor, Tokyo’s decision to weaponize its economic relationship with South Korea further deepened distrust in the relationship and resulted in South Korea also removing Japan from its white list of trusted trade partners and a boycott of some Japanese consumer items by the South Korean public. South Korea also threatened to withdraw from its intelligence sharing agreement with Japan, but ultimately maintained the agreement under U.S. pressure.

Even if there was a will to improve relations South Korean President Moon Jae-in and Suga find themselves in weakened political positions. Moon’s single term presidency ends next May and his approval rating has fallen from its early pandemic highs of 70 percent to 36 percent. Suga faces similar political challenges, with elections this fall and a cabinet approval rating of 32.2 percent.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Ultimately, there is unlikely to be resolution to these cases until Seoul and Tokyo reach a political decision to resolve the issue and improve relations. The Seoul Central District Court’s decision on the issue of forced labor, combined with the earlier decision on the comfort women, creates confusion in the legal process, but could also provide the political space for South Korea and Japan to engage in deeper discussions on how to improve their relations. The question is whether the two governments will take the opportunity to engage in discussions that will help to bring resolution to these issues.