Interviews | Diplomacy

ufa147: China-US Rivalry: The Taiwan Factor

918kissฟรีเครดิต,918kissฟรีเครดิต,UV ซื้อ ราคาหุ้นยกฐานสูงขึ้นในกรอบ พร้อมปริมาณการซื้อขายเริ่มกลับมาสูงขึ้น สอดคล้องกับเครื่องมือ MACD และ DI+ ที่เริ่มวกชี้ขึ้นอีกครั้ง เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่ 6.45 บาท และถัดไปที่ 6.75 บาทAOT มูลค่าการซื้อขาย 725.72 ล้านบาท ปิดที่ 402.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท โดย ณ สิ้นปี 2558 อินทัชได้ลงทุนไปแล้วทั้งสิ้น 8 บริษัท โดยเป็นการเข้าลงทุนใหม่ 4 บริษัทในปีที่ผ่านมา ประกอบด้วยบริษัท ซินโนส จำกัด (ผู้ผลิตและพัฒนาเกมบนอุปกรณ์สมาร์ทโฟน) บริษัท เพลย์ เบสิส พีทีอี ลิมิเตด (ให้บริการและพัฒนาระบบการประยุกต์แนวคิดจากเกมไปใช้ประโยชน์ ด้านอื่นๆ) บริษัท กอล์ฟดิกก์ จำกัด(พัฒนาแอพพลิเคชั่นการจองสนามกอล์ฟผ่านสมาร์ทโฟน) และบริษัท ชอปสปอท โมบิลิตี้ พีทีอี ลิ มิเต็ด (พัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับซื้อขายของออนไลน์ ในรูปแบบโซเชียลคอมเมิร์ซ) โดยเมื่อต้นปี 2559 ที่ผ่านมา อินทัชได้ขายเงินลงทุนในบริษัท คอมพิวเตอร์โลจี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่อินทัชได้เข้าลงทุนตั้งแต่ ปี 2556 เพื่อให้บริษัทดังกล่าวเติบโตต่อไปโดยการใช้ศักยภาพของผู้ร่วมลงทุนใหม่ได้ อย่างเต็มที่ทั้งนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้นทันทีที่มีการแถลงความร่วมมือจากอิหร่าน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ตลาดหุ้นทั่วโลกตกอยู่ในความผันผวน เนื่องจากอิหร่านแสดงท่าทีว่าจะไม่สนับสนุนแผนการจำกัดการผลิตน้ำมัน เพราะอิหร่านต้องการเพิ่มการผลิตเพื่อชดเชยจำนวนที่ขาดหายไปในช่วงที่ถูกนานาชาติคว่ำบาตรขณะที่ยอดเติมเงินปีนี้น่าจะเติบโตได้ 21,000 ล้านบาท จากปีก่อน 15,000 ล้านบาท อีกทั้งรายได้จากค่าโฆษณาก็ยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากปีที่ผ่านมามีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 12 ล้านบาท โดยมองว่าภาคเอกชนก็น่าจะมีการลงทุนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งไม่มีปัจจัยที่จะเป็นกังวล แต่ก็ยังต้องดูภาวะเศรษฐกิจด้วย ทั้งนี้ ในปีนี้วางงบลงทุน 700-800 ล้านบาท ส่วนใหญ่ใช้ในการขยายตู้เติมเงินบุญเติม ประกอบกับจะยังใช้ขยายตู้กดน้ำ RO ที่จะเพิ่มขึ้นราว 1,000 ตู้ จากเดิมมีอยู่ 100 ตู้ และเครื่องจำหน่ายสินค้าอัจฉริยะอีก 1,000 ตู้ จากปัจจุบันมี 150 ตู้ โดยจะขยายไปทั่วประเทศ ยูโรร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 32 เดือนเทียบเยน หลังแนวโน้มศก.ยูโรโซนอ่อนแอแนวต้าน : 1308 และ 1310ยังคงให้น้ำหนักไปที่ Global Asset Allocation เงินไหลกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งจะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะ Emerging Market น่าจะเป็นเป้าหมายหลัก เนื่องจาก Valuation ยังต่ำเมื่อเทียบกับ Developed Market ในขณะที่ยังมีอัตราเงินปันผลโดยเฉลี่ยที่น่าสนใจ โดยในปี 2559 คาดการณ์ว่าภาวะเศรษฐกิจจะมีการเติบโตดีขึ้นกว่าปี 2558 เนื่องจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายเพื่อการลงทุนของภาครัฐ ทางด้านภาวะอุตสาหกรรมคาดว่าจะมีการแข่งขันเพิ่มขึ้นในด้านคุณภาพและการนำเสนอคอนเทนต์ใหม่ๆ โดยเอไอเอสคาดว่ารายได้จากการให้บริการ (ที่ไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่าย) จะคงที่จากปีที่ผ่านมา เนื่องจากการหยุดให้บริการ 2G ขณะเดียวกันเอไอเอสสามารถให้บริการ 4G บนคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ที่ได้รับใบอนุญาตเมื่อ พ.ย. 2558 โดยได้ขยายโครงข่าย 4G ไปแล้วถึง 42 จังหวัดและคาดว่าจะขยายโครงข่ายให้ครอบคลุม 77 จังหวัดหรือครอบคลุมประชากรร้อยละ 50 ได้ภายในสิ้นปีนี้สำหรับกองทุน SPDR เพิ่มปริมาณการถือครองทองคำ 2.68 ตัน หลังจากไม่มีการเปลี่ยนแปลงปริมาณการถือครองทองคำติดต่อกัน 2 วัน และในคืนนี้สหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนม.ค. ตลาดคาดการณ์ว่าจะลดลง 0.1% จากลดลง 0.1% ในเดือนธ.ค. สะท้อนให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐอยู่ในระดับต่ำจากราคาน้ำมันที่ปรับลงแรง สำหรับอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐเป็นตัวแปรหนึ่งที่เฟดใช้ในการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งถ้าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐอยู่ในระดับที่ต่ำ จะทำให้โอกาสในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดลดน้อยลง,ระยะกลางแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 5.50-6.20 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 5.45 บาท นวัตกรรมที่สร้างสรรค์ ถือเป็นจุดเด่นที่สำคัญที่ทำให้ EPG มีความแตกต่าง และไม่เหมือนใคร ทั้งในเรื่อง 1.Innovative Design 2. Innovative Process และ 3.Innovative Material พิสูจน์ได้จากรางวัลด้านนวัตกรรม และสิทธิบัตรกว่า 600 ฉบับ นอกจากนี้ บริษัทได้ก่อตั้ง บริษัท อีพีจี อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์รวมด้านการวิจัยโพลีเมอร์และพลาสติก ที่ทันสมัยแห่งหนึ่งในประเทศไทย ณ เขตอุตสาหกรรม อินเตอร์เนชั่นแนล โพลีเมอร์ ปาร์ค (IPP) จ.ระยอง ซึ่งปัจจุบันมีทีมงานด้านวิจัยของกลุ่มบริษัทฯ กว่า 60 คน นายภวัฒน์ กล่าวขณะที่กลยุทธ์การทำตลาดปีนี้จะเน้นในเรื่องของการบริการหน้าตู้เติมเงิน เพื่อดึงดูดความสนใจของลุกค้าเข้ามาเติมเงิน หรือใช้บริการผ่านตู้บุญเติมมากขึ้นนอกจากนี้ บริษัทเตรียมเปิดให้บริการทำธุรกรรมโอนเงินผ่านตู้เติมเงินบุญเติมได้ในไตรมาส 2/59 โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับธนาคารพาณิชย์ 4 แห่ง ซึ่งการโอนเงินดังกล่าวจะมียอดโอนเงินขั้นต่ำ 1 บาท และสูงสุด 2,000 ล้านบาท รวมถึงมีค่าธรรมเนียม 30 บาท แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทฯยังไม่ได้คาดการณ์รายได้ดังกล่าวเนื่องจากเป็นธุรกิจที่ใหม่อยู่ด้านนายเฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EPG เปิดเผยว่า สำหรับผลประกอบการในช่วงไตรมาสสุดท้ายสิ้นสุดมีนาคม 59 คาดว่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดี เนื่องจากทุกกลุ่มสินค้าเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น มีคำสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้มั่นใจว่า การเติบโตในปีนี้ (เม.ย.58-มี.ค.59) จะเป็นไปตามเป้าหมาย ที่ 25-30% หรือประมาณ 8,500-9,000 ล้านบาท และจะยังรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องBANPU(BANPU TB; THB 15.30) ซื้อ,โดยกำไรที่ปรับขึ้นในปี 58 เนื่องจากจากธุรกิจเคมีภัณฑ์มีผลการดำเนินงานดีขึ้น แม้ธุรกิจซิเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างในประเทศมีผลการดำเนินงานลดลง นอกจากนี้ยังมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นโดยขณะนี้ได้มีการนำเสนอแผนงานให้กับทางคณะกรรมการรับทราบในเบื้องต้นแล้ว ซึ่งโครงการดังกล่าวมีอัตราผลตอบแทนไม่ต่ำกว่าต้นทุนเงินทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (WACC) และมีผลตอบแทนจากการลงทุนไม่ต่ำกว่านโยบายของบริษัทฯเช่นกัน โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณการลงทุนจำนวน 7,200 ล้านบาท ซึ่งภายใต้งบลงทุนดังกล่าว บริษัทฯมีความต้องการเงินลงทุนในส่วนทุนประมาณ 1,550 ล้านบาท ถือเป็นไปตามเงื่อนไขที่เคยได้รับจากสถาบันการเงินสำหรับโครงการประเภทเดียวกัน และมีที่มาของแหล่งเงินทุนจาก 1) เงินทุนหมุนเวียนภายใน และ 2) เงินเพิ่มทุนจำนวน 910 1,000 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 100% ของเงินเพิ่มทุนที่จะได้รับทั้งหมด,ทริสเรทติ้งจะระงับเครดิตพินิจพร้อมทั้งประกาศทบทวนผลอันดับเครดิตของบริษัทเมื่อการซื้อกิจการในครั้งนี้แล้วเสร็จสมบูรณ์และการจัดการทางการเงินของบริษัทแล้วเสร็จ ทั้งนี้ การทบทวนอันดับเครดิตจะพิจารณาถึงสถานะทางธุรกิจและการเงินของบริษัทในช่วงหลังการซื้อกิจการต่อไปยูโรอ่อนแรงลงเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ หลังจากรายงานการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประจำวันที่ 21 ม.ค. บ่งชี้ว่า กรรมการ ECB มีความกังวลต่อภาวะผันผวนของตลาดการเงิน และแนวโน้มที่ซบเซาของเศรษฐกิจจีน และตลาดเกิดใหม่UV ซื้อ ราคาหุ้นยกฐานสูงขึ้นในกรอบ พร้อมปริมาณการซื้อขายเริ่มกลับมาสูงขึ้น สอดคล้องกับเครื่องมือ MACD และ DI+ ที่เริ่มวกชี้ขึ้นอีกครั้ง เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่ 6.45 บาท และถัดไปที่ 6.75 บาท。

918kissฟรีเครดิต, แนะนำซื้อ MDX โดยมีแนวรับที่ 5.85 และ 5.80 และมีแนวต้านที่ 6.20 และ 6.30 เป็นจุดขายทำกำไรMAJOR (BUY:[email protected]) : ช่วง 4Q58 มีกำไรปกติ 138 ลบ. หดตัว 22%YoY ทำให้ปี 58 กำไรปกติหดตัว 5%YoY อย่างไรก็ดีคาดจะพลิกมาโต 17%YoY ในปี 59 จากมีหนังฟอร์มยักษ์หลายเรื่องและรับรู้รายได้โรงหนังใหม่ + ล่าสุดประกาศจ่ายปันผลหุ้นละ 0.60 บาท (XD 11 เม.ย.) คิดเป็น Div. yield 2.2% และยังมี Upside 31% จึงแนะนำ ซื้อ IMPACT(+)AOT PTT PTTEP SCC BBL KBANK TOP DELTA CPF BH TMB CPN KKP THAI ADVANC TU HMPRO โดย AI, AIE, BUI, LVT และ TUCC มีหน้าที่ดำเนินการแก้ไขเหตุแห่งการเพิกถอนตามแนวทางที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดเพื่อให้มีคุณสมบัติครบถ้วนในการเป็นบริษัทจดทะเบียนโดยในปี 2559 คาดการณ์ว่าภาวะเศรษฐกิจจะมีการเติบโตดีขึ้นกว่าปี 2558 เนื่องจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายเพื่อการลงทุนของภาครัฐ ทางด้านภาวะอุตสาหกรรมคาดว่าจะมีการแข่งขันเพิ่มขึ้นในด้านคุณภาพและการนำเสนอคอนเทนต์ใหม่ๆ โดยเอไอเอสคาดว่ารายได้จากการให้บริการ (ที่ไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่าย) จะคงที่จากปีที่ผ่านมา เนื่องจากการหยุดให้บริการ 2G ขณะเดียวกันเอไอเอสสามารถให้บริการ 4G บนคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ที่ได้รับใบอนุญาตเมื่อ พ.ย. 2558 โดยได้ขยายโครงข่าย 4G ไปแล้วถึง 42 จังหวัดและคาดว่าจะขยายโครงข่ายให้ครอบคลุม 77 จังหวัดหรือครอบคลุมประชากรร้อยละ 50 ได้ภายในสิ้นปีนี้สำหรับภายใต้โครงการ InVent อินทัชจะเข้าไปถือหุ้นในแต่ละกิจการด้วยสัดส่วนประมาณไม่เกินร้อยละ 30 อย่างไรก็ตามผลการดำเนินงานของกิจการเหล่านั้นยังคงไม่มากนัก โดยประมาณการว่าจะใช้เงินลงทุนปีละไม่เกิน 200 ล้านบาท เพื่อลงทุนในกิจการต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจโทรคมนาคม สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และดิจิตอลคอนเทนต์ โดยเข้าลงทุนธุรกิจที่อยู่ในระดับ series A หรือ B คือมีการพัฒนาสินค้าหรือบริการมาระดับหนึ่งแล้วและต้องการเงินลงทุนเพิ่มเพื่อพัฒนาต่อ ซึ่งธุรกิจที่อยู่ในระดับดังกล่าวมีจำนวนมากขึ้นในปัจจุบันที่น่าสังเกตุวันนี้ SET Index ปรับลง 0.57% ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายหนาตากว่า 2.35 หมื่นล้านบาท มากที่สุดตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ. และมากกว่ามูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปีที่ 1.93 หมื่นล้านบาท การลงเพียง 0.57% จึงดูค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าการซื้อขายที่มากผิดปกติ บ่งบอกว่าตลาดเริ่มยังมีแรงรอรับซื้อคอยพยุงอยู่ โดยแรงซื้อดังกล่าวคาดว่าส่วนใหญ่จะดักเก็บหุ้น Big Cap เห็นได้จาก PTT วันนี้ลงน้อยมากแค่ 0.42%,บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(18 ก.พ.) ว่า บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) วันนี้สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (บลจ.)จะแถลงจุดยืนว่าจะมีแนวทางอย่างไรกับ CPALL กรณีผู้บริหารอาศัยข้อมูลภายในซื้อขายหุ้นบมจ.สยามแม็คโคร (MAKRO)USDH16/35.74 Long ยังไม่ได้ รอเปิดอีกครั้งที่ 35.65 บาท เป้าหมายทำกำไร 35.72 บาท ตัดขาดทุนหากหลุด 35.63 บาท,แม้ว่าบริษัทจะได้รับประประโยชน์ระยะยาวจากการซื้อกิจการครั้งนี้ แต่สถานะทางการเงินของบริษัทอาจได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างเงินทุนที่ใช้ในการทำธุรกรรมนี้ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างเงินทุนและแผนการลดภาระหนี้สินของบริษัทยังไม่มีข้อสรุปในขณะนี้ทั้งนี้ บริษัทฯมั่นใจกำไรสุทธิปี 59 จะดีกว่าปีที่ผ่านมาที่มีกำไร 39.14 ล้านบาท และปี 57 อยู่ที่ 45.36 ล้านบาท และคาดอัตรากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นมาที่ 3% จากปีก่อน 2.96% อีกทั้งอัตรากำไรขั้นต้นที่จะเพิ่มขึ้นมาที่ 12% จากเดิม 11.6% เนื่องจากเป็นไปตามยอดขายปรับตัวดีขึ้น จากการขยายสาขามากขึ้น รวมถึงบริษัทฯมองว่าภาวะเศรษฐกิจจะดีกว่าปีก่อน แต่อาจจะยังไม่เห็นได้ชัดในช่วงครึ่งปีแรกนี้ หรืออาจจะยังคงชะลอตัวอยู่ โดยเชื่อว่าครึ่งปีหลังเป็นต้นไปจะเริ่มดีขึ้น และน่าจะมีส่วนช่วยให้กำลังซื้อปรับตัวดีขึ้นยูโรอ่อนแรงลงเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ หลังจากรายงานการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประจำวันที่ 21 ม.ค. บ่งชี้ว่า กรรมการ ECB มีความกังวลต่อภาวะผันผวนของตลาดการเงิน และแนวโน้มที่ซบเซาของเศรษฐกิจจีน และตลาดเกิดใหม่นายภวัฒน์ วิทูรปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์น โพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG เปิดเผยว่า สำหรับแผนการวิจัยและพัฒนาสินค้าในกลุ่ม EPG ในปี 59/60 ในปีนี้ EPG จะเน้นการพัฒนาและต่อยอดสินค้าในกลุ่มสินค้านวัตกรรมที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ,นอกจากนี้บริษัทได้เปิดโครงการพื้นที่ให้เช่าแห่งใหม่ คือ โครงการ เอดะ วอร์ฟ สมุย ที่อำเภอ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ในเดือน ม.ค.58โดยกลุ่มทรูได้วางโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกเพื่อให้บริการ WiFi ความเร็วสูง อีกทั้งยังเฝ้าติดตามปริมาณการใช้งาน และพัฒนาและเพิ่มอุปกรณ์ให้สามารถรองรับปริมาณการใช้งานในเวลาเดียวกันได้จำนวนมาก เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มาใช้บริการสนามบิน ทั้งนักธุรกิจ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และผู้ที่เดินทางทั่วไปสามารถติดต่อสื่อสารได้รวดเร็ว และสามารถเข้าสู่โลกออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา กลุ่มทรูมั่นใจว่าผู้ใช้บริการสนามบินทุกแห่งของบมจ.ท่าอากาศยานไทย จะได้สัมผัสประสบการณ์ออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพผ่านบริการ AOT Free WiFi by TrueMove H และจะได้รับความพึงพอใจสูงสุดในการใช้บริการ MACD ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยในแดนบวก เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นปรับตัวเหนือแนวโน้มลง RSI ปรับตัวเพิ่มขึ้นเข้าใกล้ระดับ 60,ขณะที่ยอดเติมเงินปีนี้น่าจะเติบโตได้ 21,000 ล้านบาท จากปีก่อน 15,000 ล้านบาท อีกทั้งรายได้จากค่าโฆษณาก็ยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากปีที่ผ่านมามีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 12 ล้านบาท โดยมองว่าภาคเอกชนก็น่าจะมีการลงทุนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งไม่มีปัจจัยที่จะเป็นกังวล แต่ก็ยังต้องดูภาวะเศรษฐกิจด้วย ทั้งนี้ ในปีนี้วางงบลงทุน 700-800 ล้านบาท ส่วนใหญ่ใช้ในการขยายตู้เติมเงินบุญเติม ประกอบกับจะยังใช้ขยายตู้กดน้ำ RO ที่จะเพิ่มขึ้นราว 1,000 ตู้ จากเดิมมีอยู่ 100 ตู้ และเครื่องจำหน่ายสินค้าอัจฉริยะอีก 1,000 ตู้ จากปัจจุบันมี 150 ตู้ โดยจะขยายไปทั่วประเทศAAV ซื้อ ราคาหุ้นเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวด้วยรูปแบบ Double Bottom ในกรอบการพักฐานคู่ขนาน พร้อมปริมาณการซื้อขายเริ่มกลับมาสูงขึ้น สอดคล้องกับเครื่องมือ MACD ที่เริ่มวกชี้ขึ้น เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่ 5.50 บาท และถัดไปที่ 5.75 บาท น้ำมันดิบปิดบวกหลัง EIA เผยสหรัฐฯลดการผลิต นายโกจิ อิชิดะ เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยว่า ความปั่นป่วนในตลาดการเงิน ในช่วงที่ผ่านมาอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน หากภาวะไร้เสถียรภาพยืดเยื้อออกไป ขณะที่ ใช้การหลุด 1.92 เป็น stop lossระยะกลางแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 51-57 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 50 บาท。

Insights from Russell Hsiao.

China-US Rivalry: The Taiwan Factor
Credit: Office of the President, ROC (Taiwan)

The Diplomat author Mercy Kuo regularly engages subject-matter experts, policy practitioners, and strategic thinkers across the globe for their diverse insights into U.S. Asia policy.?This conversation with Russell Hsiao – executive director of Global Taiwan Institute, senior fellow of The Jamestown Foundation, and adjunct fellow at Pacific Forum – discusses the U.S. approach to Taiwan, and how it factors into the China-U.S. relationship.

Compare and contrast the Trump and Biden administration’s approach to Taiwan.

Despite President Trump’s unpredictability and indifferent attitude toward Taiwan, there were many substantive advances in U.S.-Taiwan relations under his administration. These advances are primarily a function of the fundamental bipartisan shift in the U.S. approach to China toward competition and recognition of Taiwan’s strategic importance in the Indo-Pacific region. Although senior personnel appointments do matter, there are more consistencies than change in the two administrations’ fundamental approach to Taiwan in large part due to these macrolevel changes—even though the means do differ.

The Biden administration has for now maintained many of the features of the previous administration’s approach to Taiwan such as visible support for and measures to expand contacts with Taiwan to push back against the PRC’s growing pressure campaign. The most distinguishable feature between the two administrations’ approach is in President Biden’s focus on strengthening ties with allies and partners based on shared values and thereby collectively restraining Chinese malign behaviors rather than seeking to counter the PRC through unilateral exertion of U.S. military and economic power.

Explain the rising stakes of the “Taiwan factor” in China-U.S. rivalry and global affairs.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

U.S.-China rivalry is growing in tandem with increasing cross-strait tensions, so the stakes are clearly increasing. However, we should also be careful not to overstate the pace of change or assume overly deterministic outcomes based simply on current trends. The dangers of overreacting could stoke a crisis and be potentially as destabilizing as not responding to China’s increasingly aggressive behaviors. The fact of the matter is that growing U.S.-China rivalry will increasingly make Taiwan a factor in overall U.S.-China strategic competition and increasing cross-strait tensions are naturally creating more alignments between Washington and Taipei.

As the points of friction over the Taiwan Factor increase, the risk of miscalculation also increases. The culmination of events could lead to deepening resentments that are already apparent, which would make it very difficult to find off-ramps on either side should a crisis erupt. Yet, competition does not necessarily have to lead to conflict. In order to prevent such an outcome, Beijing should engage in faithful dialogue with the democratically elected leaders of Taiwan before views on the island harden ever more so against Beijing.

Assess the impact of the Taiwan Factor on the G-7 Summit. ?

Taiwan is increasingly seen as the canary in the coal mine for China’s neighbors and particularly democracies for the corrosive effects of China’s growing military, economic, and political influence on the world stage. Beijing’s aggressive tactics such as its intensifying gray zone activities against Taiwan in the economic, political, and military sphere are now being increasingly felt by other countries and businesses. This has laid bare the fact that China’s militarization, coercion, and intimidation may not end with Taiwan.

These perceptions have been amplified manifold against the backdrop of the COVID-19 pandemic, in which the G-7 governments – bound by shared values as open, democratic, and outward-looking societies – have taken note of democratic Taiwan’s exclusion from international health efforts as a result of authoritarian China’s recalcitrance, which prevents the strengthening of cooperation on issues of global concern that is vital to ensure inclusive processes in international organizations.

Explain Taipei’s strategic calculus in engaging the Biden administration to mitigate cross-strait crisis or conflict.

Without endogenous deterrence capabilities like nuclear weapons, Taiwan on its own will have no choice but to fight a losing battle or be coerced to accept Beijing’s terms for negotiations on unification. Washington therefore plays a critical role as a balancer and provides Taipei with the confidence it needs to engage China in cross-straits relations.

While there are growing and compelling calls for Washington to move toward “strategic clarity,” there is little that Taipei can do to force a change in this consideration barring a unilateral move to radically move away from the status quo – it hasn’t done so and arguably need not do so now, since there is greater alignment of interests between Washington and Taipei than ever before since the change in diplomatic ties in 1979.

What is the impact of anti-Asian American and anti-China sentiment on U.S. policymakers’ decision-making process on Taiwan policy and the U.S.-China competition??

The changes in the U.S. approach toward Taiwan have been primarily driven by a fundamental bipartisan shift in the U.S. approach to China and the recognition of Taiwan’s strategic importance in the Indo-Pacific region. This shift in mindset was underscored by Assistant Secretary of State for East Asian and Pacific Affairs David Stilwell in 2020 when he stated: “While they may be interrelated, our relationship with Taiwan is not a subset of our bilateral relationship with the PRC.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

U.S. policymakers need to be mindful of the potential effects of anti-China sentiments and negative externalities resulting from its conflation to anti-Asian American sentiments. It is critical that when the U.S. government externally communicates its policy of strategic competition with China, it is properly focused, precise about the malign behaviors, and conscientiously referring to the party-state led by the Chinese Communist Party (CCP). And, most importantly, at the same time as it is talking to its allies and like-minded partners, it should also try to communicate with the people within China, and even more importantly with the domestic audience at home so that the people can have a better understanding about the nature of the challenge.