The Koreas | Security | East Asia

mmorpg low end pc: Could More Powerful South Korean Ballistic Missiles Actually Help North Korea?

ตรวจ หวย รัฐบาล 16 เมษายน 2563,ทั้งนี้ ภายหลังการประเมินโรงงานตาม มาตรฐาน LEED CS พบว่า โรงงานต้นแบบแห่งนี้ สามารถใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพได้ดีขึ้น 32 เปอร์เซ็นต์ ตามมาตรฐาน ASHRAE (มาตรฐานการใช้พลังงานในอาคารอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งเป็นที่ยอมรับ ในระดับโลก) และสามารถลดค่าใช้จ่ายในการใช้พลังงานได้ประมาณ 10,000 เหรียญสหรัฐต่อปี หรือประมาณ 356,000 บาทต่อปีกลยุทธ์ที่แนะนำช่วงบ่าย: หากขึ้นทะลุมายืน 1378-1380 จุดได้ จะเป็นสัญญาณที่ดีขึ้น ส่วนกรณีต่ำกว่า 1370 จุด จะเป็นสัญญาณลบต่อตลาดในภาคบ่าย และมีแนวรับถัดไปที่ 1360 จุด ส่วนภาพรวมยังให้ติดตามบริเวณกรอบล่างที่ 1370 และ 1360 จุด หากยังไม่ต่ำกว่า SET มีโอกาสฟื้นตัวกลับมาหาช่วงกรอบบนอีกครั้ง ด้านผลประชุมกนง. (ระหว่างจัดทำบทวิเคราะห์ฉบับนี้ ยังไม่ทราบผลประชุม) คาดคงดอกเบี้ย และมองไม่มีนัยต่อ SET กลยุทธ์ การเก็งกำไรยังทำได้ หากยังไม่ต่ำกว่า 1360 จุด ทั้งนี้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ RCI (รับ 4.34 ต้าน 4.60 Cut 4.20),minecraft pocket edition online、couch co op games pc、 มองว่ายังเร็วไปที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในรอบนี้(การประชุม 16-17 ก.ย.) เขายังสามารถที่จะ wait and see ซึ่งจะไปปรับขึ้นในรอบการประชุมเดือน ธ.ค.ก็ยังไม่สายไป นายอมรเทพ กล่าว นอกจากนี้การที่สื่อในเครือเนชั่นได้ร่วมกันลงข่าวดังกล่าวโดยมิใช่การแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต และมีเจตนากลั่นแกล้งใส่ความให้ข้าพเจ้าต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ยังถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ประกอบมาตรา 328 ซึ่งบริษัท เนชั่นฯ จะต้องรับผิดอีกกระทงความผิดด้วยโดยทนายความผู้ได้รับมอบหมายจาก NMG แจ้งว่า บรรดากรรมการซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีที่อ้างถึงข้างต้นนั้นติดภาระกิจอื่นที่ได้นัดหมายไว้ก่อนหน้านี้แล้วทิศทางพรุ่งนี้ รอดูปัจจัยต่างประเทศเป็นหลักเพราะจะมีประชุมเฟดวันแรก อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐยังต้องติดตาม วันนี้มีดัชนี CPI พรุ่งนี้อัตราการสร้างบ้านใหม่ ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการฯ เพราะฉะนั้นข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐและการประชุมเฟดยังเป็นปัจจัยสำคัญตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า ตลท. ได้ขึ้นเครื่องหมาย SP หลักทรัพย์ บริษัท ไทยวาฟูดโปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TWFP และบริษัท ไทยวาสตาร์ช จำกัด (มหาชน) หรือ TWS ใน วันที่ 23 ก.ย. 2558 ถึงวันที่ 2 ต.ค. 2558,นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับแรงกดดันจากรายงานของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐที่ระบุว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านลดลง 3% ในเดือนส.ค. สู่ระดับ 1.126 ล้านยูนิต ขณะที้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านจะแตะระดับ 1.18 ล้านยูนิตในเดือนส.ค. ด้านนายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี ดีแทค กล่าวเสริมว่า ดีแทคได้วางแผนบริหารเครือข่ายรองรับการใช้งานจากทุกคลื่นความถี่ของดีแทคให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตอบสนองความต้องการใช้งานของลูกค้าทุกกลุ่มทุกลักษณะการใช้งาน ดีแทคจึงไม่ได้มองการขยายเครือข่าย 4G หรือ 3G เป็นเพียงแค่จำนวนเสาสัญญาณที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการบริหารประสบการณ์ใช้งานมือถือของลูกค้าให้ตอบสนองความต้องการให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานมือถือในพื้นที่ย่านธุรกิจ แหล่งเชื่อมต่อคมนาคม พื้นที่สัญจรหนาแน่น ทั้งการใช้งานด้านเสียง ด้านข้อมูล และกับเครื่องมือถือของลูกค้าทุกๆ เครื่อง8.บริษัท โตโต้(ประเทศไทย) จำกัด ได้รับการส่งเสริมขยายกิจการผลิตเครื่องสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ประกอบห้องน้ำผลิตจากดินเผาเคลือบหรือเซรามิกส์ชนิดวิเทรียสไชน่า(VITREOUS CHINA) โดยมุ่งเน้นเครื่องสุขภัณฑ์ที่อยู่ตลาดระดับกลางถึงระดับบน เงินลงทุนทั้งสิ้น 3,513 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดสระบุรี โครงการจะใช้วัตถุดิบในประเทศ เช่น ดินขาว ในประเทศมูลค่ากว่า 452.5 ล้านบาทต่อปีไม่แน่นอน นายประสาร ผู้ว่าการธปท.ระบุว่าการดำเนินนโยบายทางการเงินต้องคำนึงถึงเสถียรภาพเป็นสำคัญ กนง.จึงคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.50% เพราะไม่ต้องการเพิ่มปัจจัยความไม่แน่นอนเข้าไปในตลาดการเงินมากขึ้น และยังมองว่าอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยนของไทยอยู่ในระดับที่ประคองเศรษฐกิจได้ค่อนข้างดี อย่างไรก็ดียังคงต้องติดตามมาตรการและนโยบายการเงินต่างๆ ที่จะออกมาอีกในอนาคตประกอบกับ ช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าผลการดำเนินงานทั้งรายได้และกำไรจะออกมาดีกว่าครึ่งปีแรกที่มีรายได้อยู่ที่ 600.32 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 31.92 ล้านบาท เนื่องจากในช่วงครึ่งปีหลังเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจโรงพยาบาล โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ของทุกปี ซึ่งจะมีจำนวนคนไข้เพิ่มมากขึ้น ส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของโรงพยาบาล และจะทำให้รายได้ของโรงพยาบาลในปีนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้เติบโต 15% จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 1.13 พันล้านบาท นอกจากนี้ยังตั้งหมายอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 28-30% และ 7-10% ตามลำดับตามแผนระยะยาว ปี 58-60นายนอร์แมน ชาน ผู้ว่าการธนาคารกลางฮ่องกง คาดการณ์ว่า หากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ จะส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ของฮ่องกง ขณะเดียวกันนายชานคาดว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนช่วงสิ้นปีนี้ ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดกระแสเงินทุนไหลออกขณะนี้บริษัทยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งใดๆในกรณีดังกล่าวจากทีโอที หรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง และบริษัทขอยืนยันว่าไม่ได้กระทำการผิดเงื่อนไขสัญญาร่วมการงานดังกล่าวแต่อย่างใด และการแก้ไขสัญญาดังกล่าว บริษัทได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ในลักษณะเดียวกันกับผู้ประกอบการรายอื่นๆได้กระทำกับหน่วยงานภาครัฐดัชนี S P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดวันนี้ที่ 5,098.90 จุด เพิ่มขึ้น 80.50 จุด, +1.60% ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดวันนี้ที่ 1,975.45 จุด เพิ่มขึ้น 37.89 จุด, +1.96% ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดวันนี้ที่ 18,171.60 จุด เพิ่มขึ้น 145.12 จุด, +0.81%, ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นภาคบ่าย จากอานิสงส์วอลล์สตรีท-จับตาเฟด ,อย่างไรก็ตาม นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดกล่าวว่าเจ้าหน้าที่เฟดหลายคนยังคงสนับสนุนให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่เฟด 13 จาก 17 มองว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกจะเกิดขึ้นในปีนี้ โดยคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เป็นจำนวน 1 ครั้งก่อนสิ้นปี แต่ในการคาดการณ์ครั้งก่อน เจ้าหน้าที่เฟดคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ 7:0 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.50% เนื่องจากยังมองว่าเศรษฐกิจไทยยังชะลอตัว โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับมาเป็นบวกในช่วงไตรมาส 1/59 ซึ่งช้ากว่าคาดการณ์เดิม สำหรับเงินบาทที่อ่อนค่าในระดับปัจจุบันมีส่วนช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจฟื้นตัว แต่อย่างไรก็ตาม กนง.ยังคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยคงจะเติบโตได้ต่ำกว่า 3% จากผลกระทบปัจจัยภายนอกเป็นหลัก。

ราคาปิด 8.40 แนวรับ 8.35-8.20, 8 แนวต้าน 9-9.30, 9.50 ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นภาคบ่าย ขณะนักลงทุนเชื่อเฟดยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยSALEE (1.22 บาท)、2. แนวทางในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน และสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทฯ เพื่อมิให้บริษัทฯ เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนหลักทรัพย์ นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการสำนักวิจัย สายบริหารความเสี่ยง ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย (CIMBT) ประเมินว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อาจจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมรอบนี้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยคาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบเดือนธันวาคมนี้ โดยปรับเพิ่มขึ้น 0.25% ซึ่งจะช่วยให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯดีขึ้น,17.บริษัทกัลฟ์ เอ็นซี จำกัด ได้รับส่งเสริมกิจการผลิตไฟฟ้าจากก๊าชธรรมชาติ ไอน้ำ และน้ำเพื่ออุตสาหกรรม เงินลงทุนทั้งสิ้น 5,426 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดปราจีนบุรี CCN คาดปีนี้กำไรยังสูงกว่าปีก่อนแม้พลาดเป้ารับการแข่งขันด้านราคา,KCE ซื้อ ราคาหุ้นแกว่งตัวกลับขึ้นมายืนเหนือแนวเส้นค่าเฉลี่ย ระยะสัปดาห์ ด้วยแท่งเทียนคล้ายรูปแบบ Rising Method คาดว่าจะสามารถแกว่งตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง มีแนวต้านแรกที่จุดสูงเดิมบริเวณ 58.50 บาท และมีเป้าหมายระยะกลางที่ 60.00 บาทADVANC และ INTUCH กดดัน SET คาด กนง.คงดอกเบี้ยที่ 1.50%ขณะที่นักลงทุนมีโอกาสได้พิจารณาผลงานที่มีศักยภาพเพื่อนำไปต่อยอดทางธุรกิจของตน เป็นการสร้างโอกาสให้กับประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในภูมิภาคมากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อผลงานไหนมีโอกาสกลายเป็นธุรกิจทำเงินตัวจริง และกลับมาเป็นที่ปรึกษาให้กับน้องๆรุ่นต่อไป ระบบนิเวศน์ของสตาร์ทอัพในเมืองไทยจะชัดเจนและเป็นรูปธรรมในที่สุด, ดีแทคเชื่อมั่นว่า 4G ที่ให้บริการเพิ่มขึ้นบนคลื่นความถี่ 1800MHz จำนวน 10MHz และจาก 4G บน 2100MHz จำนวน 5MHz ที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบันจะทำให้ดีแทคเป็นผู้ให้บริการ 4G ที่เร็วที่สุด บนแบนด์วิธที่กว้างที่สุดในประเทศไทย ดีแทคยังกำหนดแผนการขยายเครือข่ายการให้บริการ 4G ไปครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อให้เข้าถึงประชากรอย่างน้อย 95% ของประเทศไทยในที่สุด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DTAC กล่าวKTC (BUY:Consensus [email protected]) : ปี 58-59 คาดกำไรโตเฉลี่ยปีละ 17% จากการบริหารสินทรัพย์ที่มีคุณภาพ การตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯ ที่ลดลง อีกทั้งยังมีการเติบโตที่ดีในสินเชื่อกลุ่มลูกค้าส่วนบุคคลและผู้ใช้บัตรเครดิต นอกจากนี้คาดได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้น ศก. ของภาครัฐซึ่งจะอัดฉีดเม็ดเงินส่งเสริมผู้มีรายได้น้อย จึงแนะนำ ซื้อKKC Trading buy ปิด: 4.12แนวรับ: 4.12-4.02แนวต้าน: 4.24-4.34อย่างไรก็ตาม นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดกล่าวว่าเจ้าหน้าที่เฟดหลายคนยังคงสนับสนุนให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่เฟด 13 จาก 17 มองว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกจะเกิดขึ้นในปีนี้ โดยคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เป็นจำนวน 1 ครั้งก่อนสิ้นปี แต่ในการคาดการณ์ครั้งก่อน เจ้าหน้าที่เฟดคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ SAMART จับมือ สวทช.จัดงาน “เถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี พบนักลงทุน”,ภาวะการซื้อขายในตลาดทองคำเป็นไปอย่างซบเซา เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขาย และนักลงทุนบางส่วนได้เทขายสัญญาทองคำก่อนที่จะทราบผลการประชุมเฟดทั้งนี้ หลังจากที่ตลาดหุ้นยุโรปปิดทำการแล้ว คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดลงมติด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 1 ให้คงอัตราดอกเบี้ยในช่วง 0-0.25% ต่อไป ท่ามกลางความวิตกต่อเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ และตลาดการเงินที่ไร้เสถียรภาพส่วนความกังวลกรณีธนาคารหลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้น ผู้ว่าการ ธปท.เชื่อว่า ผลกระทบจากการที่เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อไทยจะมีในวงจำกัด และไม่น่าเป็นห่วงว่าจะมีปัญหาเรื่องเงินทุนไหลออก เนื่องจากมองว่าในตลาดหุ้นเองนักลงทุนต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนส่วนมากเป็นการลงทุนในระยะยาว เพราะฉะนั้นจึงไม่ห่วงว่าจะมีการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนในระยะสั้น ประกอบกับปัจจัยพื้นฐานของไทยอยู่ในระดับที่ดีแนวรับ 2.46 แนวต้าน 2.60 , 2.70 นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกองทุนหมู่บ้าน และการเร่งใช้งบประมาณโครงการขนาดเล็กของภาครัฐ วงเงิน 1.3 แสนล้านบาทจะมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกราว 0.4% และยังมั่นใจว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 3% อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบว่าเป็นไปตามที่คาดการณ์หรือไม่นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ยังปรับตัวลงหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในช่วง 0-0.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ พร้อมระบุว่า เฟดกำลังจับตาสถานการณ์ในต่างประเทศ ซึ่งบ่งชี้ว่าเฟดมีความกังวลมากขึ้นว่าภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจนอกสหรัฐจะกระทบต่อเศรษฐกิจในอเมริกาทั้งนี้ ภายหลังการประเมินโรงงานตาม มาตรฐาน LEED CS พบว่า โรงงานต้นแบบแห่งนี้ สามารถใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพได้ดีขึ้น 32 เปอร์เซ็นต์ ตามมาตรฐาน ASHRAE (มาตรฐานการใช้พลังงานในอาคารอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งเป็นที่ยอมรับ ในระดับโลก) และสามารถลดค่าใช้จ่ายในการใช้พลังงานได้ประมาณ 10,000 เหรียญสหรัฐต่อปี หรือประมาณ 356,000 บาทต่อปี。

The U.S. decision to lift restrictions on South Korean missile development could be a blessing in disguise for Pyongyang.

Could More Powerful South Korean Ballistic Missiles Actually Help North Korea?
Credit: Depositphotos

Following a meeting between U.S. President Joe Biden and his South Korean counterpart Moon Jae-in on May 21, it was announced that the United States had agreed to lift restrictions imposed on South Korea’s development of ballistic missiles. These restrictions had been gradually relaxed since 2001 to allow South Korea to field longer ranged ground-based missiles with heavier warheads. The lifting of restrictions entirely opens up the possibility of a much more ambitious missile program capable of launching precision strikes across Northeast Asia – and possibly much farther.

North Korea responded on May 31 by condemning the relaxation of restrictions, with the state-run Korean Central News Agency (KCNA) stating: “It is an apparently deliberate and hostile act that the U.S. lifted the firing range limit, not content with the removal of the warhead weight limit through the approval of several revised ‘missile guidelines.’ The termination of the ‘missile guidelines’ clearly shows who is behind the escalation of tension on the Korean peninsula.”

The article warned that this could allow South Korea to develop hypersonic, submarine launched, and even intercontinental ranged ballistic missiles in a short period, claiming that Washington was seeking to intensify the arms race on the Korean Peninsula by giving Seoul the green light to move ahead with its missile program. Such a possibility was described as “disturbing.” The North Korean state media outlet further claimed that the move was a sign of double standards regarding which of the Koreas is permitted to develop ballistic missile capabilities, stating: “The U.S., doggedly branding the measures taken by the DPRK [Democratic People’s Republic of Korea – the official name of North Korea] for self-defense as violations of U.N. ‘resolution,’ grants its allies unlimited rights to missile development. It is engrossed in confrontation despite its lip-service to dialogue. The termination step is a stark reminder of the U.S. hostile policy toward the DPRK and its shameful double-dealing.”

While an unrestricted South Korean ballistic missile program may initially appear to threaten the North, with which Seoul and Washington have been technically at war for over 70 years, assessing the full implications of a less restricted South Korea missile program indicates it may in fact strengthen Pyongyang’s position for multiple reasons.

First, the existing range restrictions for South Korean missiles already allow it to field munitions that can strike anywhere on the Korean Peninsula with warheads of any size – with its latest missiles deploying exceptionally large two ton warheads. This means a lifting of restrictions may not actually have any notable impact on the South’s ability to strike the North, in contrast to the previous loosening of restrictions in 2012 and 2017. The former amendment to restrictions allowed South Korea to field missiles with a range of up to 800 km, which was enough to comfortably cover all of North Korea from almost any launching point the South, while the latter removed all restrictions on warhead weight. Any missile designs that are actually affected by the recent abolition of restrictions will thus likely be focused on striking targets beyond the Korean Peninsula – a capability that will not necessarily harm Pyongyang’s interests.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

The lifting of missile restrictions notably comes as part of a growing trend toward greater autonomy for South Korea’s armed forces, with Seoul expected to gain wartime operational command over its military in 2022, when a decades-long arrangement that placed its assets under U.S. wartime command comes to an end. This trend could well lead to a reduced dependence on Washington for protection, and in turn provide Seoul with greater room to conduct policy independently. This has particularly significant implications for its relations with China and North Korea.

China is South Korea’s largest trading partner by a significant margin, but Seoul has come under increasing U.S. pressure to take a hard line against Beijing. The U.S. deployment of THAAD air defenses to South Korea from 2016, and the serious harm this did to diplomatic and economic ties between Seoul and Beijing, provides an example of precisely the kind of situation South Korea hopes to avoid as China-U.S. relations worsen – and greater military independence could better allow it to stay out of a similar predicament in the future.

Furthermore, with South Korea’s ability to improve ties with the North effectively restricted by the U.S., despite the Moon administration having had a strong popular mandate for inter-Korean rapprochement, greater independence from Washington in defense could well facilitate more independence in this area of policymaking as well. South Korea is already considered by some assessments to be one of the world’s five or six most capable military powers, and with command of its own armed forces, an increasingly self-reliant defense sector, and a long-range ballistic missile deterrent the argument that it need depend on U.S. protection would be weakened – thus potentially loosening Washington’s leverage over policy.

Beyond the potential effects the removal of ballistic missile restrictions could have on Seoul’s strategic position, it could also go a long way toward effectively legitimizing North Korea’s own ballistic missile program. Western-led efforts to arbitrarily label North Korea’s development of ballistic missiles as “provocative” have often struggled to stand up to scrutiny, with very similar missile tests in India, Pakistan, Israel, and the West itself treated as normal and legitimate and receiving entirely different coverage. The only outstanding difference between North Korea’s missile program, and those of the three other nuclear weapons states not sanctioned by the Treaty on the Non-Proliferation of Nuclear Weapons, is that Pyongyang’s program is aimed at restricting the military freedom of action of Western states through deterrence. The others, by contrast, are all aimed at deterring non-Western neighboring states in South Asia and the Middle East, and are therefore considered acceptable in the Western-dominated discourse on the issue.

A powerful South Korean missile arsenal would emphasize these double standards with an example much closer to home for Pyongyang, and effectively underline that claims a North Korean missile deterrent is provocative and unacceptable are arbitrary – since the South would be doing precisely the same. A South Korean long ranged missile program could make that of the North look much more legitimate – and do so without significantly harming North Korean security.

While Pyongyang will protest the possibility of an expanded South Korean ballistic missile deterrent, and will seek to use Washington’s green light to an expansion of Seoul’s arsenal and capabilities to highlight the double standards under which its own arsenal has been condemned, in the medium term North Korea’s position is likely to only be strengthened. The extent to which Seoul may seek to increasingly assert its independence from Washington as the country takes greater responsibility for its own defense, as trade with China becomes increasingly central to its economic interests, and as the economic benefits of potential rapprochement with Pyongyang remain alluring, is yet to be seen.