Features | Diplomacy

playtechslotiosdownload: The Modern China-Russia-US Triangle

fifa55hd online,โดยดุลบัญชีเดินสะพัดที่แข็งแกร่งและการไหลเข้าของเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่องทำให้ ณ สิ้นปี 2558 ประเทศไทยมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศเพียงพอสำหรับรองรับการชำระบัญชีเดินสะพัดถึง 7 เดือน (เงินทุนสำรองระหว่างประเทศมีมูลค่า 157.74 พันล้านเหรียญสหรัฐ ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่ 11 ธ.ค.58) และ S P s คาดการณ์ว่าในปี 2559 จะมีฐานะเป็นเจ้าหนี้สุทธิกับต่างประเทศคิดเป็นมูลค่าประมาณร้อยละ 17 ของรายรับบัญชีเดินสะพัด ซึ่งแสดงถึงฐานะการลงทุนระหว่างประเทศของไทยที่มีสินทรัพย์ต่างประเทศมากกว่าหนี้สินต่างประเทศล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติให้ดำเนินการเข้าซื้อหุ้นสามัญคิดเป็นสัดส่วน 100% จากผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท เก้าก้อง ปิโตรเลียม จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจสถานีบริการก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ตามแนวท่อก๊าซ ตั้งอยู่ที่อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง,หลังจากนั้นคาดว่าการเปิดรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (ไม่รวมโครงการพลังงานแสงอาทิตย์) ในแบบ FiT ระยะที่ 2 ซึ่งเป็นการรับซื้อทั่วประเทศนั้น โดยจะเน้นในส่วนของก๊าซชีวภาพ และชีวมวล ราว 500 เมกะวัตต์นั้น จะมีขึ้นในช่วงกลางปี 59 ซึ่งจะสามารถทำให้สามารถเคลียร์ปัญหาสายส่งได้ระดับหนึ่ง และตามแผนในช่วงปลายปี 60 ถึง 61 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ก็จะสร้างสายส่งใหม่เพิ่มเติมแล้วเสร็จ ซึ่งทำให้คาดว่าในช่วงปลายปี 59 จะสามารถเคลียร์สายส่งว่าจะคงเหลือรองรับการผลิตไฟฟ้าใหม่จากพลังงานทดแทนได้จำนวนเท่าใด ก็จะสามารถประกาศรับซื้อไฟฟ้าโครงการโซลาร์ฟาร์มส่วนราชการฯ ระยะที่ 2 ได้ในช่วงปลายปี 59 APCO ซื้อ ราคาหุ้นแกว่งฟื้นตัวขึ้นจากฐาน กลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 1 เดือนได้ พร้อมปริมาณการซื้อขายสนับสนุนหนาแน่น เครื่อง MACD ชี้ตัด Signal ขึ้น เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่ 1.65 บาท ผ่านได้มีเป้าหมายถัดไปที่ 1.70 บาทอนึ่ง ฮอบบี้พลัส เป็นบริษัทที่เกิดจากการรวมตัวของผู้ประกอบการที่มีความชำนาญในธุรกิจเครื่องเล่น โมเดลหุ่นยนต์หรือฮีโร่ อุปกรณ์ และการจัดงานอีเว้นท์เกมส์โชว์ ฮอบบี้พลัสจดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2558 โดยมีวัตถุประสงค์คือ ซื้อขายของสะสม รับจ้างทำการตลาด จัดงานอีเว้นท์ต่างๆ สื่อสิงพิมพ์และอื่นๆ และมีทุนจดทะเบียนจำนวน 24,500,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 24,500 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1,000 บาท คณะกรรมการด้าน นายประพล พรประภา กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ TK กล่าวเพิ่มเติมว่าตลาดเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาลดลงเนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ยังมั่นใจว่าปีหน้าตลาดน่าจะกลับมาเติบโตใหม่ได้ การเจริญเติบโตในระยะยาวของ TK จะมาจากการขยายเครือข่ายไปยังต่างประเทศ โดย TK ตั้งเป้าหมายระยะ 5 ปีข้างหน้า รายได้ที่มาจากต่างประเทศคาดว่าจะมีสัดส่วนประมาณ 50% ของรายได้รวมทั้งหมดสำหรับปัจจัยที่ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวขึ้นคาดว่าเป็นการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงานตามราคาน้ำมันดิบวานนี้ ขณะที่ตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ปรับตัวอยู่ในแดนบวกกลยุทธ์ที่แนะนำ : ช่วงบ่าย: ทิศทางยังไม่น่าไว้ใจนัก โดยสัญญาณจะกลับมาดี ต้องยืนเหนือแนวต้านระยะสั้นช่วง 1,275-1,280 จุดก่อน มิฉะนั้นโอกาสยังปรับลงได้ต่อ โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1,250 และ 1,230 จุด ตามลำดับ กลยุทธ์ การเก็งกำไรเหมาะกับผู้รับความเสี่ยงได้สูง และควรเล่นรอบสั้นๆ ทั้งนี้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิคได้แก่ SAWAD (รับ 48.00 ต้าน 51.00 cut 46.50)ขณะที่ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นขั้นสุดท้ายของผู้บริโภคสหรัฐดีดตัวขึ้นในเดือนธ.ค. แตะระดับ 92.6 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือนและเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ดีดตัวขึ้นด้วย โดยหุ้นฟรีพอร์ท-แมคมอแรน พุ่งขึ้น 16% ทำสถิติปรับขึ้นแข็งแกร่งสุดในรอบ 4 เดือน ขณะที่หุ้นอัลโค พุ่งขึ้น 6.6%, หุ้นกลุ่มธุรกิจสุขภาพยังคงปรับตัวขึ้นแข็งแกร่ง นำโดยหุ้นเทเน็ท เฮลธ์แคร์ พุ่งขึ้น 7.5% ขานรับข้อมูลคาดการณ์ที่ว่า จะมีชาวอเมริกันลงทะเบียนในโครงการ โอบามาแคร์ เพิ่มขึ้นในปีหน้า โดยโอบามาแคร์เป็นโครงการตามกฎหมายประกันสุขภาพ Patient Protection and Affordable Care Act (PPACA) ที่ริเริ่มโดยประธานาธิบดีบารัค โอบามาแนวตัดขาดทุน ต่ำกว่า 8.40 ,แนวต้าน : 1278 และ 1285 จุดการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ดีดตัวขึ้นด้วย โดยหุ้นฟรีพอร์ท-แมคมอแรน พุ่งขึ้น 16% ทำสถิติปรับขึ้นแข็งแกร่งสุดในรอบ 4 เดือน ขณะที่หุ้นอัลโค พุ่งขึ้น 6.6%, หุ้นกลุ่มธุรกิจสุขภาพยังคงปรับตัวขึ้นแข็งแกร่ง นำโดยหุ้นเทเน็ท เฮลธ์แคร์ พุ่งขึ้น 7.5% ขานรับข้อมูลคาดการณ์ที่ว่า จะมีชาวอเมริกันลงทะเบียนในโครงการ โอบามาแคร์ เพิ่มขึ้นในปีหน้า โดยโอบามาแคร์เป็นโครงการตามกฎหมายประกันสุขภาพ Patient Protection and Affordable Care Act (PPACA) ที่ริเริ่มโดยประธานาธิบดีบารัค โอบามาโดยข่าวดังกล่าวก็มีออกมาเป็นระยะ ไม่ว่าจะเป็นการลงโทษโบรกเกอร์ หรือนักลงทุน หลังมีการกระทำผิดกฎหรือซื้อขายไม่ถูกต้อง อีกทั้งข่าวแนวนี้ก็มีการแถลงหรือชี้แจงออกมาเป็นประจำ ซึ่งถือว่าการแถลงข่าวครั้งนี้ผิดคาดสำหรับนักลงทุนเป็นอย่างมากยูโรอ่อนแรงลงจากคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หลังจากในการประชุมนโยบายการเงินเมื่อต้นเดือนนี้ ECB ได้ประกาศผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม เพื่อพยายามกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในยูโรโซน แต่นักลงทุนมองว่ามาตรการดังกล่าวไม่เพียงพอที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจที่ซบเซาของภูมิภาค LTX ใจดีแจกปันผลระหว่างกาล 1.25 บ./หุ้น XD 5 ม.ค.นี้โดยข่าวดังกล่าวก็มีออกมาเป็นระยะ ไม่ว่าจะเป็นการลงโทษโบรกเกอร์ หรือนักลงทุน หลังมีการกระทำผิดกฎหรือซื้อขายไม่ถูกต้อง อีกทั้งข่าวแนวนี้ก็มีการแถลงหรือชี้แจงออกมาเป็นประจำ ซึ่งถือว่าการแถลงข่าวครั้งนี้ผิดคาดสำหรับนักลงทุนเป็นอย่างมาก ดอลล์อ่อนค่าหลังสหรัฐฯเผยยอดขายบ้านร่วงหนักSIRI Trading buy ปิด: 1.50 แนวรับ: 1.50-1.48 แนวต้าน: 1.54-1.56" รัฐบาลญี่ปุ่นและพรรคร่วมรัฐบาล อนุมัติแผนงบประมาณมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 96.72 ล้านล้านเยน (7.98 แสนล้านดอลลาร์) สำหรับปีงบประมาณ 2559 ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือนเม.ย.2559 โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางการคลัง รวมถึงรับมือกับสังคมที่มีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แผนงบประมาณดังกล่าวให้น้ำหนักไปที่เรื่องของการดูแลเด็กและสวัสดิการต่างๆ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ โดยคณะรัฐมนตรีมีแผนผ่านงบประมาณดังกล่าวในวันพฤหัสบดีนี้"。 ทั้งนี้ บริษัทได้เข้าไปเข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท วินชัย จำกัด (WIND) ประกอบธุรกิจพลังงานไฟฟ้าพลังงานลม จาก K-Shipping Co.,Ltd ในจำนวน 12,500 หุ้น คิดเป็น 25% ของทุนจดทะเบียน WIND คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 171.25 ล้านบาท ภายในเดือน ต.ค.58 โดยโครงการดังกล่าวได้รับ PPA เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีกำลังการผลิตที่ 45 เมกะวัตต์ และคาดว่าจะสามารถจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์(COD)ได้ในปี 62 โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาเทคโนโลยีที่จะมาใช้กับโครงการ SCN เข้าซื้อปั๊มก๊าซที่ระยอง เผยอยู่ระหว่างเจรจาซื้ออีก 1 แห่ง。

ทั้งนี้บริษัทเชื่อว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2558 จะพลิกมีกำไร จากช่วง 9 เดือนขาดทุน 48 ล้านบาท แต่โดยภาพรวมแล้วทั้งปีบริษัทยังคงขาดทุนจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอ สาเหตุที่ผลประกอบการจะเริ่มกลับมามีกำไรได้เพราะสินค้าเกษตรที่ได้รับความสนใจสูงรวมถึงได้มาร์จิ้นที่ดีPLAT/4.96 ลงมาใกล้ Low เดิม และเครื่องมือเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น น่าลุ้นรีบาวด์ไปที่ EMA-75 วัน เก็งกำไร แนวรับ 4.90 แนวต้าน 5.10-5.20 Cut loss 4.86 บ.โดย S P s คาดว่า การขยายตัวของ GDP ที่แท้จริงในช่วง 3 ปีข้างหน้าจะอยู่ที่ร้อยละ 3 4 ต่อปี และในปี 2558 รายได้ต่อหัวของประชากรจะต่ำกว่า 6,000 เหรียญสหรัฐเล็กน้อย、ด้านนายประเสริฐ มริตตนะพร กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส CK คาดว่าปี 59 จะได้งานใหม่ราว 20-25% ของงานภาครัฐที่จะออกประมูลในปีหน้าประมาณ 6 แสนล้านบาท โดยช่วงครึ่งปีแรก คาดว่าจะมีงานประมูลราว 2.7-2.8 แสนล้านบาท และครึ่งปีหลังมีงานออกประมูลราว 3 แสนล้านบาท ทั้งนี้หากงานภาครัฐออกประกวดราคาตามแผนแนวต้าน 64 / (65 66) บาท,รวมถึงยังปัญหาที่ดินที่เชื่อมโยงกับ Feeder (จุดเชื่อมต่อ) ที่อาจมีความคลาดเคลื่อนหลังบางพื้นที่มีการปรับเปลี่ยนชื่อตำบล ,การพิจารณาทุนจดทะเบียนของแต่ละโครงการ เป็นต้น ซึ่งต้องใช้เวลาในการพิจารณา,4.การชำระหนี้ที่รัฐบาลกู้เพื่อชดเชยความเสียหายให้แก่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ โดยใช้เงินจากบัญชีสะสมเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายของกองทุนฟื้นฟูฯ เพื่อชำระดอกเบี้ย จำนวน 2,336.38 ล้านบาท และผลของอัตราแลกเปลี่ยนทำให้หนี้ต่างประเทศสกุลต่างๆ ลดลง 1,057.74 ล้านบาท、วิธีสร้างโปรแกรมสูตรบาคาร่า、ส่วนการรับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชน และขยะอุตสาหกรรมนั้น รัฐบาลได้วางนโยบายไว้ชัดเจนแล้วว่าจะไม่มีการประมูล ซึ่งในส่วนนี้ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถยื่นเสนอโครงการเข้ามาได้เลย โดยในส่วนนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กันสายส่งเพื่อรองรับไว้แล้ว โดยสำหรับขยะชุมชน ระยะแรกจะมีจำนวน 104 เมกะวัตต์ และขยะอุตสาหกรรมม 50 เมกะวัตต์, รู้ยัง! แอร์เอเชียย้ายเคาน์เตอร์บินในปท.ไปอาคารผู้โดยสาร 2 ดอนเมืองพรุ่งนี้ราคาปิด 4.06 แนวรับ 4.04-3.94 แนวต้าน 4.12-4.16 , 4.28-4.34ตัวชี้วัดด้านสภาพคล่องที่เป็นเงินตราต่างประเทศของไทยจะยังคงแข็งแกร่ง โดยความต้องการระดมทุนที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศโดยรวมระหว่างปี 2558 2560 จะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 74 ของรายรับบัญชีเดินสะพัดรวมกับเงินทุนสำรองที่สามารถนำมาใช้ได้ และแม้ว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ภาคการส่งออกจะหดตัวและอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างภาคการส่งออก แต่ต่อมาได้เริ่มปรับตัวดีขึ้นจากราคาน้ำมันที่ลดลงและอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลง ซึ่ง S P s คาดการณ์ว่า บัญชีเดินสะพัดจะกลับมาเกินดุลที่ระดับเฉลี่ยสูงกว่าร้อยละ 5 ของ GDP ในช่วงปี 2558 2560SRราคาปิด 4.06 แนวรับ 4.02 แนวต้าน 4.20แนวต้าน 64 / (65 66) บาท?ADVANC ปิดที่ 151.50 บาท ลดลง 4.00 บาทสำหรับกลยุทธ์การลงทุน ในปี 2559 แนะนำเลือกลงทุนในอุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งของเศรษฐกิจไทย โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ให้น้ำหนักมากกว่าตลาด ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาล ,กลุ่มท่องเที่ยวและการโรงแรม, กลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อ, กลุ่มค้าปลีก โดย Top Picks ในกลุ่มที่เป็น Big Cap. ได้แก่ BDMS, CENTEL, BJC, AOT, IRPC ในขณะที่หุ้น Medium to Small Cap ที่เป็น Top Buy ได้แก่ KAMART, FORTH, SMPC, TKS และ NYT。

Why we can’t expect a stable “two vs one” dynamic this time around.

The Modern China-Russia-US Triangle

In this March 18, 2021, file photo Secretary of State Antony Blinken, second from right, joined by national security adviser Jake Sullivan, right, speaks while facing Chinese Communist Party foreign affairs chief Yang Jiechi, second from left, and China’s State Councilor Wang Yi, left, at the opening session of US-China talks at the Captain Cook Hotel in Anchorage, Alaska.

Credit: Frederic J. Brown via AP

Since the beginning of the Cold War, great power interactions among the United States, China, and Russia/the Soviet Union have always played a predominant role in international relations. For the most part, whether during the years of Sino-Soviet alignment or the historic “Nixon to China” moment, this has involved two sides aligning against the other. Warmer relations between China and Russia in response to the current U.S. policy of strategic competition suggest a continuation of this trend. Upon analyzing the modern configuration of this so-called “triangle,” however, this assessment merits further examination.

As the China-U.S. relationship locks itself into a seemingly irreversible trajectory of strategic competition, “Cold War 2.0” has become a rather popular buzzword. It is important to note, however, that while certain characteristics of modern strategic competition do bear some resemblance to those of the Cold War, this era of globalization means that a long-term global showdown between Washington and Beijing is likely to transpire not in a bipolar order, but a multipolar one, in which complex, intertwined interests among nations will factor into almost every aspect of strategic competition.

In this multipolar order, while more evenly distributed with the rise of the European Union, India, and Japan, among others, power remains heavily concentrated in the hands of a so-called “triangle,” of which the United States and China command two sides, with the third occupied by Russia. Although their demographics and economy are by no means trending toward sustained global power status, Russia’s nuclear arsenal and military might, coupled with an assertive foreign policy and global presence, still guarantee their place at the table, or in this case, in the triangle.

China and Russia Aligned

In recent years, as the U.S. has ratcheted up pressure against each of its perceived strategic competitors, China and Russia have been stepping up bilateral cooperation across multiple domains, while closely working together to offset U.S. pressure, counterbalance U.S. influence in multilateral forums, and rebuke the U.S.-led international order. In fact, just last week, Russian President Vladimir Putin, in a phone call with China’s top diplomat Yang Jiechi during his visit to Russia, exclaimed that relations between the two countries were “the best in history.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This trend has not gone unnoticed among scholars and policymakers, especially in Washington. U.S. officials under both the Trump and Biden administrations have frequently sounded the alarm about closer China-Russia ties. Most recently, the U.S. intelligence community in its “Global Trends 2040” report assessed that China and Russia “are likely to remain aligned” in the future.

But how aligned, exactly?

On the one hand, this China-Russia alignment should not be written off merely as a temporary “marriage of convenience” filled with unresolved distrusts that can easily crumble from within. The comprehensive strategic partnership between China and Russia is based on long-standing framework of cooperation, with a clear strategic objective set out in their 1997 “Joint Declaration on a Multipolar World and the Establishment of a New International Order” and 2001 “Treaty of Good Neighborliness and Friendly Cooperation.” As long as both countries remain at odds with the United States and the West, they will likely maintain enough incentive to overcome issues of the past and jointly push toward a more favorable international order.

On the other hand, this partnership does have its fair share of limitations. Despite sharing a deep disdain for U.S. hegemony and the Western-led international order, China and Russia lack symmetrical interests for natural and sustained cooperation, especially as the disparity between Russia’s low economic complexity and dependence on natural resources relative to China’s diverse and modern economy becomes more evident. A majority of Russia and China’s overlapping economic interests are in energy, due to Russia’s need for a stable market to offset Western sanctions, coupled with China’s growing energy demand and a desire to diversify its energy sources in response to prolonged trade tension with the United States.

It is fair to say, then, that while China and Russia do enjoy an enduring and extensive relationship, the strength of their alignment still hinges quite heavily upon U.S. policies. In fact, the Global Times, a Chinese state-owned newspaper, went as far as to attribute closer China-Russian ties to “the U.S. and its main allies’ suppression of the two countries” in a recent editorial.

But what happens when there is no longer any such “suppression”?

From “Two Against One” to “One Against One Plus One”?

It is important to note that, while both China and Russia have endured their fair share of strains in relations with the U.S., neither has shown the willingness to risk a complete rupture with the world’s only $20 trillion economy. When the time comes, cooperation with the U.S. usually takes precedence. This mindset was clearly in effect around the time the U.S. paved way for China to join the WTO in 2001, or when the Obama-Medvedev administrations pushed toward a “reset” (2009-2011). Back then, China-Russia cooperation seemed to have taken a back seat.

Fast forward to today, and negative domestic sentiment toward China and Russia, as well as perceived threats from both to American supremacy, have firmly locked the U.S. into a path of strategic competition with each of these rivals. That said, being locked in a strategic competition in the context of today’s globalization is fundamentally different from being locked in the zero-sum blocs of the Cold War, where alignment pretty much equated to alliance.

This, along with a lack of resources necessary for full-scale, simultaneous clashes with both China and Russia, explains why the U.S. does not rule out cooperation with its competitors. However, as Beijing currently presents a much more comprehensive and structural challenge to Washington, the Biden administration is prioritizing cooperation with Moscow in areas of mutual interests. Hard-line policies toward Russia remain in place, but they are largely symbolic and designed to appease anti-Russia domestic sentiment. Actual results, such as the extension of the New START, an early phone call between the two presidents, or the recent U.S. decision to waive sanctions for the Nord Stream 2 pipeline, suggest an overarching goal of what U.S. Secretary of State Antony Blinken has described as “a stable and more predictable relationship” with Russia.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Here we’re witnessing an interesting triangular dynamic playing out. While the China-U.S. competition arc is pretty much a lock, both sides are courting Russia. As the United States continues to rally its allies and partners around a rules-based international order that portrays China and Russia as the “bad guys,” China is in a much better position to align with Russia. However, Washington retains its own share of leverage in relations with Russia, most notably a significant influence over allies in Europe – a crucial theater, if not the most crucial theater, of Russian foreign policy.

In other words, the dynamic is not as much “two against one” as it is “one against one (U.S. versus China) plus one (Russia).” Unlike the concrete alliances of the Cold War, modern alignments offer a much greater deal of flexibility, allowing Russia to pick its spots and simultaneously engage with both the U.S. and China, instead of having to stick to one side at a time in the case of China throughout the Cold War.

Looking Ahead: The Constant and the Variable

In the context of sustained globalization coupled with a growing disparity in power between the U.S. and China relative to Russia, this modern configuration of this triangle should persist for years to come. The U.S. and China, superior in total power and locked in a long-term strategic competition, will serve as the “constant.” Russia, meanwhile, will assume the role of the “variable,” seeking not to go toe-to-toe with the other two, but rather to utilize its leverage and manipulate the balance of power to its advantage.

Going forward, while focusing its resources on competing with China, the United States will attempt to stabilize relations with Russia and keep China-Russia engagement at a manageable level, ensuring that the Russian “variable” does not upset the overall balance of power in the triangle, as well as on a global scale. It’s unlikely that there will be a modern “Biden to Moscow” moment anytime soon, but the upcoming Biden-Putin summit in Europe will present an opportunity for Washington to lay out clear terms under which to engage Russia in a way that does not alienate their European allies or suggest any reversal from their overall message.

Similarly, China will continue to prioritize competition with the U.S. while further deepening cooperation with Russia, leveraging a seemingly cordial relationship between their leaders into new alignment of interests bilaterally and coordinated efforts against the U.S. multilaterally, even offering attractive economic incentives to lure Russia closer to their orbit. On the other hand, Beijing will not seek confrontation with Washington, and is likely to pursue cooperation on global issues such as climate change, COVID-19, or nonproliferation.

As for Russia, the key is to maintain its place at the table (or triangle) despite falling behind economically. That means continuing to leverage its “variable” role in triangular interactions, engaging with Beijing and Washington in order to extract concessions from both sides. However, Russia’s innate nationalistic pride, coupled with a severe lack of strategic trust with regard to the other two powers, will continue to limit the scope of future cooperation, especially as it pertains to areas within Russia’s perceived influence such as Central Asia or Eastern Europe.

Global and Regional Implications

Generally speaking, this triangular dynamic of great power competition in the context of globalization presents both opportunities and challenges to the world’s small and middle-sized countries.

If it is properly managed and trends toward a more predictable path with limited confrontation, this triangle should provide a favorable environment for countries outside of it to simultaneously pursue cooperation with each “side” without having to always look over their shoulders in fear of provoking the other(s).

On the other hand, if tension escalates and recent drumbeats regarding a so-called contest of “democracies versus autocracies” continue to take hold, thus breaking the core essence of the triangle and turning competition into an ideological battle, then other countries will be forced into picking sides. Globalization will more than likely prevent this undesirable outcome, but the risks should not be taken lightly.

Among regions, while Europe and the Middle East will continue to be of significant importance to policymakers in China, Russia, and the United States, the Indo-Pacific should emerge as the main theater of great power competition, if it hasn’t already – especially as West-to-East economic and military shifts become more evident.

It is important to point out that the majority of countries in the region have throughout their rich histories become used to being part of armed conflicts between, or in certain cases, against global powers. Though each country has its unique interests, all share a national security priority of maintaining peace. So while big power competition that leads to a more prosperous Indo-Pacific is more than welcome, it should not come at the cost of security and stability.

Therefore, it should be of paramount importance that the triangle operates in sync with regional interests. That means respecting regional mechanisms such as ASEAN, treating countries in the region as true partners of mutual interests instead of geopolitical pawns, and further contributing to peace, security, and prosperity in the region. Should countries in the triangle manage to compete with restraint, to clash while accepting each other’s legitimate interests, and to fight for influence yet also facilitating cooperation for the common good, a new concert of powers might be in the works.

This should be music to the ears of leaders across the region.