Asia Defense | Security

วิธีแทงบอลออนไลน์dtac: What Would a Modern ‘National Flagship’ Actually Look Like?

mgm678 casino, ESSO เผย Q1 ขาดทุนลดลงจากปีก่อน เหตุต้นทุนทางการเงินลดลงแนวรับ 25.75-26.25 บาททั้งนี้ คาดว่าสัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าในปีนี้จะเพิ่มเป็น 50% จากเดิมอยู่ที่ 37% เนื่องจากในปีที่ผ่านมารับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยประมาณ 16 เมกะวัตต์ ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 30 เมกะวัตต์ ภายในปีนี้ และในปี 2559 จะเพิ่มเป็น 50-60 เมกะวัตต์โดยบริษัทจดทะเบียนใน SET และ mai มีมูลค่าระดมทุนรวม 3,268 ล้านบาท โดยทั้งหมดเป็นการระดมทุนในตลาดรอง ทั้งนี้ ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 58 มีมูลค่าการระดมทุนรวมทั้งสิ้น 132,270 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 3.2 เท่า จากช่วงเดียวกันของปีก่อน、โดยผลการดำเนินงานที่พลิกขาดทุน เนื่องจากบริษัทมีผลขาดทุนการจากเงินลงทุนในการร่วมค้า POES รวมถึงการเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารบริษัท ซุปเปอร์บล๊อก จำกัด (มหาชน)หรือ SUPER ระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทวานนี้ มีมติอนุมัติให้บริษัท ซุปเปอร์ เอิร์ธ เอนเนอร์ยี จำกัด (SUPER EARTH) ซึ่งถือหุ้นร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียน โดยบริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี กรุ๊ป จำกัด (SUPERE)ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียน เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัทบริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) หรือ GENCOโดยได้มีการเข้าลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์การสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) และการศึกษาโครงการพลังงานลมและพลังงานชีวมวลซึ่งเป็นผลทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มมากขึ้น โดยมีค่าใช้จ่ายที่สำคัญ ได้แก่ ค่าที่ปรึกษา ค่าประสานงาน ค่าธรรมเนียม และค่าวิจัยและพัฒนา เป็นต้นASIMAR ราคาปิด 2.34 บาททั้งนี้ นายนพดล ปิ่นสุภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด มหาชน หรือ GPSC เชื่อว่า การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของบริษัทเป็นผลมาจากกลยุทธ์ในการเติบโตทางธุรกิจที่บริษัทได้กำหนดไว้ ประกอบกับพนักงานและผู้บริหารของ GPSC ที่มีความเป็นมืออาชีพ ได้ร่วมกันทำงานอย่างหนักเพื่อพัฒนาบริษัทและองค์กรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อว่าผลการดำเนินงานดังกล่าวจะเป็นผลดีกับผู้ถือหุ้นและช่วยให้นักลงทุนมั่นใจในการดำเนินงานของบริษัทในอนาคต, TWZ โชว์กำไร Q1/58 สุดหรู โต 240% หลังมีรายได้โครงการอสังหาฯ เพิ่ม TEAM ผลประกอบการสิ้นปี 57 กำไรโดดเด่น และหากดูกลุ่มอิเล็คด้วยกันใน Q1 ล้วนแล้วแต่แจ้งผลประกอบการหรูหราสุดๆ ราคาจะวิ่งในวันที่แจ้งงบทำให้ซื้อไม่ทัน ได้แต่นั่งดู ขณะที่ TEAM น่าจะ intrend เดียวกัน เพราะกำไรไตรมาสก่อนสวย ไตรมาสนี้ควรจะออกมาดีสอดคล้องกับหุ้นในกลุ่มเช่นกัน ราคาหุ้นที่ไหลลงต่ำมาถึง low เดิม เรียกว่าเกิด Double bottom เกิดการดีดตัวตามธรรมชาติ และเมื่อมีความคาดหวังเรื่องผลประกอบการ ควบไปกับกระแสหุ้นเล็ก Domestic play ด้วยแล้ว เด็กแนวว่าไม่เสียอะไรที่จะเข้ามาลุยกันสักรอบ โดยดูกราฟประกอบการตัดสินใจ มีแนวต้าน 3.10 บาท หากหลุดแนวรับสำคัญที่ 2.72 บาท ก็เลิกคบกันไป BWG ดูดีไตรมาส 1/58 กำไรเพิ่มขึ้นเป็น 61.57 ลบ.โต 19.04% ,หุ้นกลุ่มผู้ผลิตเหล็กปรับตัวขึ้น โดยหุ้นอาร์เซลอร์มิตตาล และหุ้นซอลซ์กิทเทอร์ ต่างก็พุ่งขึ้น 5.7% ส่วนหุ้น ThyssenKrupp ปรับขึ้น 2.8% หลังจากสหภาพยุโรป (อียู) ได้ขยายมาตรการตรวจสอบการแข่งขันในอุตสาหกรรมเหล็ก ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า อียูอาจจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กจากจีนและรัสเซียบริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CWT รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/58 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 8.5 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.02 บาทต่อหุ้น เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 7.6 ล้านบาท หรือขาดทุนสุทธิ 0.02 บาทต่อหุ้นทั้งนี้ผลการดำเนินงานดังกล่าวที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทมีรายได้พิเศษจากรายได้อื่นๆ เพิ่มเข้ามา 92.1 ล้านบาท หรือ 72.6%ส่วนผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1/58 บริษัทมีกำไรสุทธิ 17.4 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 26.5 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 10.6 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายค่าเช่าเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มโชว์รูมอีกหนึ่งแห่ง ที่ถนนราชพฤกษ์ รวมทั้งดอกเบี้ยจ่ายได้เพิ่มขึ้น 2.8 ล้าน บาทเป็นผลจากบริษัทฯ ได้ใช้เงินจำนวนประมาณ 170 ล้านบาท เพื่อการก่อสร้างโรงงานและคลังสินค้าแห่งใหม่ทั้งนี้บริษัทยังคงเชื่อมั่นว่าจะสามารถเติบโตได้ตามเป้าที่วางไว้เนื่องจากปริมาณการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องผ่านสถานีบริการน้ำมัน PT รวมถึงบริษัทยังคงเป้าหมาย EBITDA เพิ่มขึ้น 30-40% จากปีก่อน จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น พร้อมทั้งการให้ความสำคัญในการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง,ทั้งนี้ นายนพดล ปิ่นสุภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด มหาชน หรือ GPSC เชื่อว่า การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของบริษัทเป็นผลมาจากกลยุทธ์ในการเติบโตทางธุรกิจที่บริษัทได้กำหนดไว้ ประกอบกับพนักงานและผู้บริหารของ GPSC ที่มีความเป็นมืออาชีพ ได้ร่วมกันทำงานอย่างหนักเพื่อพัฒนาบริษัทและองค์กรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อว่าผลการดำเนินงานดังกล่าวจะเป็นผลดีกับผู้ถือหุ้นและช่วยให้นักลงทุนมั่นใจในการดำเนินงานของบริษัทในอนาคตนายธรรศพลฐ์ คาดว่า ผู้โดยสารไทยแอร์เอเชียในช่วง 3 ปีเติบโตปีละ 1.5-2 ล้านคน จากปี 57 มีผู้โดยสาร 12.2 ล้านคน ปี 58 เพิ่มเป็น 14.5 ล้านคน ปี 59 เพิ่มเป็น 16 ล้านคน และ ปี 60 เพิ่มเป็น 18 ล้านคน ขณะเดียวกันรับมอบเครื่องบินใหม่ในอีก 3 ปีข้างหน้าครบ 60 ลำ โดยปีนี้ รับมอบอีก 5 ลำ ซึ่งรับแล้ว 3 ลำ เหลือีก 2 ลำ ในเดือน ก.ย. ทำให้สิ้นปี 58 จะมีฝูงบิน 45 ลำ ทั้งนี้ ไทยแอร์เอเชีย มีส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งของสายการบินเส้นทางในประเทศ APCO เผยยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์มีสัญญาณฟื้น จ่อรับรู้รายได้การขายออนไลน์ใน Q3อีกทั้งคาดว่ากำไรไตรมาส 2/58 จะสามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ได้อีก เพราะยังมีช่องว่างในการเติบโตได้อีก บริษัทได้มีการขายล่วงหน้าไปถึงเดือน มิ.ย.ปีนี้แล้ว ก็แสดงว่าได้ราคาขายที่สูง ขณะที่ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับที่ต่ำ แม้รายได้จากการขายใน 2Q58 จะชะลอลงบ้าง แต่อัตรากำไรขั้นต้นที่สูงจะมีผลบวกได้มากกว่า ขณะที่งบประมาณภาครัฐเกี่ยวกับสาธารณูปโภคจะเริ่มได้ตั้งแต่เดือนนี้ และส่งผลดีมายัง TASCO โดยตรง GFPT (Bt 13 เป้าเทคนิค 13.50-14.50 cut loss ถ้าหลุด 12.40)โดยผลการดำเนินงานที่มีกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากรับรู้ผลกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (TCDC)。

กลยุทธ์: คาดการฟื้นตัวของตลาดจำกัดที่ 1,495-1,515 จุด ความเสี่ยงของการปรับลดประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจลง ผลประกอบการไตรมาส 1/58 ที่อ่อนแอ รวมถึงความผันผวนของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ยังคงจำกัดการฟื้นตัวของตลาด และยังคงมุมมองระวังความผันผวนของตลาดในช่วง พ.ค.-มิ.ย. นักลงทุนระยะยาว แนะนำทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานรายตัวเมื่อปรับถอย โดยเฉพาะการหลุดต่ำ 1,500 จุด (Top pick: SCC CK CPALL TOP PS ADVANC CENTEL KCE PTT KTB) โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ เผยกำไร Q1/58 ทะลัก! เติบโตกว่า 444%。 ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 14.20-15.50 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 14 บาทดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 27,459.58 จุด เพิ่มขึ้น 173.03 จุด, +0.63% ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ที่ 3,461.83 จุด เพิ่มขึ้น 6.05 จุด, +0.18% ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ที่ 9,638.06 จุด เพิ่มขึ้น 27.23 จุด, +0.28% ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ที่ 2,132.53 จุด เพิ่มขึ้น 12.20 จุด, +0.58% ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 19,693.17 จุด เพิ่มขึ้น 122.93 จุด, +0.63% , ดีลนี้ถือว่าผลดีตกแก่ TFD โดยตรง เพราะได้หุ้นราคาถูก และได้ส่วนแบ่งในการดำเดินการโรงไฟฟ้าในอนาคตด้วย แหล่งข่าวกล่าวขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 8.80 พันล้านบาท หรือ 6.16 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 17.88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 7.47 พันล้านบาท หรือ 5.23 บาทต่อหุ้นทั้งนี้ การร่วงลงของดัชนี PPI ในเดือนเม.ย. บ่งชี้ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อในสหรัฐยังคงอยู่ในระดับต่ำ และอาจทำให้เฟดยังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าข้อมูลแรงงานของสหรัฐยังคงแข็งแกร่งก็ตาม โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 9 พ.ค. ปรับตัวลง 1,000 ราย แตะ 264,000 ราย ซึ่งลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 273,000 ราย,ราคาปิด 19.30 แนวรับ 19.20-18.80 แนวต้าน 19.80-20.20 , 20.50-21,ขณะเดียวกัน ไทยแอร์เอเชีย เตรียมเปิดให้บริการที่สนามบินอู่ตะเภา บินไป 3 เมืองในประเทศจีน เพื่อดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้าพัทยา และกรุงเทพ และอยู่ระหว่างการขออนุญาตเส้นทางบิน โดยเชื่อว่าทางกรมการบินพลเรือนของจีนจะอนุญาตเพราะไทยแอร์เอเชียมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง ทั้งนี้คาดว่าจะให้บริการได้ภายในปีนี้ หลังจากที่ ประเทศไทยแก้ไขข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย(SSC) เสียก่อน ซึ่งก็มั่นใจว่าจะแก้ไขได้ตามกำหนดการในเดือน ก.ค.นี้ขณะที่ผู้ลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ด้วยมูลค่า 210 ล้านบาท ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการดำเนินมาตรการ QE ของธนาคารกลางสหภาพยุโรป (ECB) และการประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกเมื่อต้นเดือนเมษายน 2558โดยมองว่าธุรกิจสำรวจ-ผลิตปิโตรเลียมในช่วงไตรมาส 2/58 จะดีกว่าในไตรมาส 1/58 จากที่คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบสูงขึ้น และมีแผนเปิดสถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่ 40 แห่งปีนี้ จากปกติเปิดปีละ 15-20 แห่ง ขณะที่ตั้งเป้าเพิ่มการกลั่นน้ำมันเป็นเฉลี่ยปีละ 1.1 แสนบาร์เรล/วันใน 3 ปีขณะที่ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้ไว้ระหว่าง 33.45-33.55 บาท/ดอลลาร์ ซึ่ง บริษัทจดทะเบียนส่วนที่เหลือจะทยอยประกาศในวันพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้าย นอกนั้นเป็นปัจจัยหุ้นแต่ละกลุ่ม เช่นกลุ่มพลังงานเมื่อวานราคาน้ำมันบวกวันนี้ก็พักตัวลงมา ส่วนตลาดต่างประเทศมีทั้งบวกและลบคละกัน ช่วงนี้ตลาดหุ้นสหรัและยุโรปยังเคลื่อนไหวไร้ทิศทาง ยังไม่มีข่าวใดที่ชัดเจนเข้ามาส่วนทางด้าน DW บนหุ้นรายตัว Call DW บนหุ้น TRUE ได้รับความสนใจหลังจากราคาหุ้นอ้างอิงปรับตัวขึ้นในช่วงเช้า โดยทำจุดสูงสุดที่ 11.50 บาท ก่อนจะลดช่วงบวกและปิดเที่ยงที่ 11.30 บาท และส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนเลือกลงทุนใน Put เช่น TRUE28P1509A เป็นต้น BGT มาแล้ว! ไตรมาสแรกพลิกกำไร หลังยอดขายสินค้าสูงบริษัท ไทยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TFD ระบุว่า สำหรับเรื่องการลงทุนใน บริษัทบริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) หรือ GENCO อยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการในวันที่ 15 พฤษภาคม 2558 โดยบริษัทจะแจ้งผลการพิจารณาให้นักลงทุนและตลาดหลักทรัพย์ฯ ทราบต่อไป จับตาพรุ่งนี้ TFD ชงเสนอเรื่องลงทุนใน GENCO เข้าบอร์ด STEC ไตรมาส 1/58 กำไรลดเหลือ 319.95 ลบ.เหตุรายได้หด ,อนึ่ง นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EA เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่ากำไรสุทธิของบริษัทในปีนี้จะเติบโตเกือบเท่าตัวจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.6 พันล้านบาท และรายได้ปีนี้จะพุ่งขึ้นแตะ 1 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ 7.6 พันล้านบาท เป็นผลจากการที่บริษัทเริ่มรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิต 90 เมกะวัตต์ ในจ.ลำปาง ที่เริ่มขายไฟเชิงพาณิชย์ได้ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งจะเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทราว 2 พันล้านบาทในปีนี้ และยังมีรายได้อีกส่วนหนึ่งจากไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นอย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผลประกอบการจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาส 2/58 เป็นต้นไป หลังจากเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกำลังซื้อจากต่างประเทศโดยเฉพาะญี่ปุ่น ที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ที่ผ่านมาดังนั้นจึงเชื่อมั่นว่าผลประกอบการปี 58 จะมีการเติบโตไม่ต่ำกว่า12% ตามเป้าหมายที่วางไว้ ประเด็นที่ฝ่ายวิจัยให้ความสำคัญในปัจจจุบันคือเรื่องผลประกอบการปี 2558 แม้ว่ากำไรตลาดในงวด 1Q58 จะสามารถแตะ 2 แสนล้านบาทได้ แต่ยังต้องตามดูในเรื่องของคุรภาพกำไร หรือ Earning Quality ซึ่งในงวด 1Q58 หลายๆบริษัท ที่มีกำไรปรับเพิ่มขึ้น qoq หรือ yoy บางบริษัทกำไรที่เพิ่มขึ้นจะมาจากกำไรรายการพิเศษซึ่งพวกนี้จะเป็นพวก One Time Gain ภาพของกำไรจึงอาจไม่ต่อเนื่องในงวดที่เหลือของปี ขณะที่บริษัทอื่นๆที่ไม่มีกำไรจากรายการ ส่วนใหญ่จะมีทิศทางกำไรไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวัง ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าหลังจากเสร็จสิ้นการรายงายงบ ฝ่ายวิจัยจะต้องมีการปรับลดประมาณการณ์กำไรตลาดลง ซึ่งก็ไม่น่าจะเป็นแค่ฝ่ายวิจัย ASPS เท่านั้นที่จะปรับลด แต่เชื่อว่าหลายๆสำนักวิจัยก็จะปรับลดประมาณการณ์กำไรตลาดลงเช่นเดียวกัน คาดว่ากระแสการปรับลดประมาณการณ์ดังกล่าวจะเป็นตัวกดดันตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงหลังการรายงานงบงวด 1Q58 เสร็จสิ้น 15 พ.ค.58 เป็นต้นไปS5028p1506A +7.7% (S50m15 -0.8%) ทั้งนี้คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานใหม่ล่าสุดเพิ่มเป็น 18 บาท มีการปรับประมาณการปี 58 ดีขึ้นถึง 66% ด้วยสมมุติฐานด้านอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น ราคาพื้นฐานประเมินด้วย P/E ปี 58 ที่ 10.6 เท่า (+0.5 SD) ราคาปิดมีส่วนเพิ่มถึง 35% และอัตราผลตอบแทนปันผลที่ 3.2%อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผลประกอบการจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาส 2/58 เป็นต้นไป หลังจากเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกำลังซื้อจากต่างประเทศโดยเฉพาะญี่ปุ่น ที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ที่ผ่านมาดังนั้นจึงเชื่อมั่นว่าผลประกอบการปี 58 จะมีการเติบโตไม่ต่ำกว่า12% ตามเป้าหมายที่วางไว้โดยผลการดำเนินงานที่มีกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีรายได้จากธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณเพิ่มขึ้น รวมถึงมีรายได้จากธุรกิจวิศวกรรมและธุรกิจเทเลคอมเพิ่มขึ้นทั้งนี้ผลการดำเนินงานดังกล่าวที่ลดลง เนื่องจากบริษัทมีรายได้จากการขายเวลาโฆษณาต่ำกว่าเดิม。

Does a royal yacht, like the one planned by the U.K., actually have a role to play in modern statecraft?

What Would a Modern ‘National Flagship’ Actually Look Like?
Credit: Wikimedia Commons

Twenty-four years after the last British royal yacht, HMY Britannia, was retired and became a museum in Edinburgh, Boris Johnson’s government has decided to commission a replacement. The ship’s name and the degree to which it will explicitly be a built for the use of the royal family have not yet been publicly revealed, but the messaging around the concept has evolved. According to the prime minister, “This new national flagship will be the first vessel of its kind in the world, reflecting the U.K.’s burgeoning status as a great, independent maritime trading nation.”

The terminology is worth noting: a “national flagship.” This is distinct from the fleet flagship, a role already taken by the new supercarrier HMS Queen Elizabeth. Although details remain scarce, the new vessel will apparently be crewed by officers and enlisted personnel from the Royal Navy, though it will not be a commissioned naval vessel. A warship, after all, does send a certain message, and not one which is always conducive to the improvement of peaceful relations between states.

There are, of course, very real questions about whether spending at least 200 million pounds on such a flagship – not including annual operational costs and the very real possibility of construction cost overruns – makes sense at a time when the U.K. is both slashing its overseas aid budget and facing a 17.4 billion pound shortfall in the defense equipment budget. Nevertheless it is actually worth considering what a notional national flagship might accomplish.

Much of the British government’s case for the ship, as it pursues new economic relationships outside the European Union, is its value in serving as a venue for the negotiation of trade agreements. That idea, along with Europe’s general lack of coastal capital cities and the British government’s avowed desire to build its presence farther afield, might well see the ship spend much of its time in the Asia-Pacific.

But the idea that a glitzy national flagship will somehow improve outcomes in trade negotiations isn’t an argument that, if you’ll pardon the expression, holds much water. Modern trade agreements are incredibly complex and technical, pieced together over months and years by specialist negotiating teams rather than hammered out by senior ministers admiring a harbor view over wine and canapés.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

The other argument is that a mobile piece of British territory might provide senior officials with secure facilities to plan and communicate back home during complex or politically sensitive events. But this raises the question of value for money and what kind of ship is being procured. If the point is simply a glitzy showcase boat – a politically difficult sell, given the taxpayer monies involved – 200 million pounds would buy a large but by no means world-beating vessel. Adding functionality like secure communications facilities or the ability to be used as a disaster refuge or hospital ship would take the project into a completely separate military-spec cost bracket, where even a humble offshore patrol vessel can cost a comparable amount. In other words, the quoted figure suggests either a vessel that will not meet the expansive promises being made for it, or an acknowledgement that the real cost is higher but politically untenable to state upfront.

That all suggests that Britain – and other democratic nations that might seek to emulate the idea of a non-military national flagship while being accountable to taxpayers – pursue alternative ideas. After all, numerous countries have historical ships in commission as living links to their histories – some of which are even capable of international cruises. Like nautical “restomods” – classic cars updated with modern mechanical and safety features – they combine historical value with training and symbolic purposes.

Alternatively, a “national flagship” could be a ship that provides a genuinely useful scientific or logistical service – deep-sea exploration, say, or ocean surveillance – with a set of accommodation features, which would permit it to be used for high-visibility events as needed. This is actually a model the British government already uses for its primary VIP transport aircraft, which has comfortable internal accommodations and a Union Jack paint scheme, but remains a functional Airbus A330 MRTT tanker/transport aircraft.

On the outer edge of plausibility, the idea of a national flagship could be combined with unusual but potentially promising design ideas. If hundreds of millions in taxpayer money are going to be spent, why not push the design envelope? Instead of a royal yacht, why not a royal trimaran, a royal rotor ship, a royal hydrofoil, or a royal ekranoplan? After all, if the point is to showcase technical ingenuity, creativity, and design, wouldn’t that be, if nothing else, a more interesting way to do it than just another superyacht?