China, What's Next?

atlantica online 2019: China’s Challenges: Environment

เครดิต ฟรี ib888,มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมด (Total Market Turnover) 50,319.05 ล้านบาท,ตัดขาดทุน 398.00 บาทคำค้นทองคำ บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320Res 1.90 / Sup 1.40 ขณะที่คาดว่า วันพรุ่งนี้ระหว่างที่ยังรอผล กนง. เงินบาทน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 35.70-35.90 บาท/ดอลลาร์นายชัยรัตน์ ธรรมพีร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ PREB เปิดเผยว่า แผนการนำ บมจ.บิลท์แลนด์ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะสามารถดำเนินการได้ในช่วงไตรมาส 3/59 หลังจากแต่งตั้ง บล.ธนชาต เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนรองรับการพัฒนาโครงการใหม่เพื่อการเติบโตในระยะยาว ขณะที่ผลดำเนินงานบิลท์แลนด์ในปีนี้จะสนับสนุนให้บริษัทแม่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากปีก่อน เนื่องจากการรับรู้ยอดโอนโครงการขนาดใหญ่TMI แนวต้าน 1.30 บาท จุดลดความเสี่ยงหากหลุด 1.08 บาท (ตัดขายทิ้งทั้งหมด)IVL ปิด 21.00 +0.10 +0.48%สำหรับเงินลงทุนในการเข้าซื้อกิจการดังกล่าวจะใช้เงินสดภายในบริษัท โดยการชำระเงินจะแบ่งเป็น 2 ส่วน การชำระครั้งแรก ในวงเงินไม่เกิน 4,141 ล้านเยน หรือเทียบเท่า 1,254 ล้านบาท โดยอ้างอิงจากการประเมินมูลค่าของโครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว โครงการระหว่างการก่อสร้าง และโครงการที่มีความพร้อมในการก่อสร้าง รวมประมาณ 63 เมกะวัตต์ รวมถึงมูลค่าของ SEJ ซึ่งเป็นบริษัทบริหารจัดการทำหน้าที่พัฒนาโครงการใหม่ และบริหารจัดการการลงทุน ส่วนที่เหลือจะชำระตามเงื่อนไขความสำเร็จของแต่ละโครงการสหรัฐ : // 3 ก.พ.59 PMI ภาคบริการ ตลาดคาดไว้ที่ 55.3 // 5 ก.พ.59 อัตราการว่างงานตลาดคาดที่ 5% และการจ้างงานนอกภาคเกษตร คลาดคาดไว้ว่าจะเพิ่ม 2.92 แสนตำแหน่ง,ราคาปิด 10.30 แนวรับ 10.20-9.90 แนวต้าน 10.80-11 , 11.50-11.80ฝ่ายวิจัยยังคงน้ำหนักการลงทุนเป็นเท่าตลาด มองการเพิ่มทุนครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อ TRUE ในด้านของสภาพคล่อง ที่จะได้เงินทุนใหม่รอบรับการลงทุนขยายเครือข่ายการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของ TRUEดัชนีที่ต่ำกว่า 50 แสดงให้เห็นว่าภาคการผลิตของจีนหดตัวลงจากเดือนก่อนหน้าแนวต้าน : 5.00, 5.50 ,โดยปัจจุบันยังคงนั่งบริหารและทำงานให้กับ EA ต่อไป เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ โดยบริษัทฯยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมตามแผน โดยบริษัทฯจะมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดกำลังการผลิต 278 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมกำลังการผลิตรวมทั้งหมด 386 เมกะวัตต์ ซึ่งจะผลักดันรายได้และกำไรเติบโตอย่างแข็งแกร่ง Catalyst: ภาวะตลาดผันผวน แนะนำแบ่งลงทุนในหุ้นธนาคารที่มีเงินปันผลสม่ำเสมอ คาด BBL ประกาศจ่ายเงินปันผลในช่วงเดือนเม.ย.โดยคาดเงินปันผลที่ระดับ 6.33 บาทต่อหุ้นหรือ 4.2%โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นคาดว่ามาจากการที่นายจิรัซย์ เหรียญชัยวานิชผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ MILL เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปี 58 เป็นไปตามเป้าหมาย โดย 3 ไตรมาสที่ผ่านมากวาดยอดขายไปแล้วกว่า 5 แสนตัน คาดว่าทั้งปี 58 จะทำยอดขายไปได้กว่า 7 แสนตัน หรือ 15,000 ล้านบาท ฐานะทางการเงินแข็งแกร่งขึ้นตามยอดขายที่พุ่งขึ้น โดยคาดว่าในปี 59 สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) จะลดลงมาที่ 1:1,SET Index: แนวโน้มขึ้นทดสอบ 1,314-1,320 แนวรับสำคัญ 1,290สำหรับเงินลงทุนในการเข้าซื้อกิจการดังกล่าวจะใช้เงินสดภายในบริษัท โดยการชำระเงินจะแบ่งเป็น 2 ส่วน การชำระครั้งแรก ในวงเงินไม่เกิน 4,141 ล้านเยน หรือเทียบเท่า 1,254 ล้านบาท โดยอ้างอิงจากการประเมินมูลค่าของโครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว โครงการระหว่างการก่อสร้าง และโครงการที่มีความพร้อมในการก่อสร้าง รวมประมาณ 63 เมกะวัตต์ รวมถึงมูลค่าของ SEJ ซึ่งเป็นบริษัทบริหารจัดการทำหน้าที่พัฒนาโครงการใหม่ และบริหารจัดการการลงทุน ส่วนที่เหลือจะชำระตามเงื่อนไขความสำเร็จของแต่ละโครงการแนวต้าน : 1,304 และ 1,306 เรามองว่าหุ้นอาร์เอสมีราคาถูกเกินไปเมื่อเทียบกับพื้นฐานของบริษัท และเรามั่นใจในอนาคตของบริษัทที่มีแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ตอบโจทย์ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมสื่อของเมืองไทย ดังนั้น การซื้อหุ้นบริษัทคืนก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีและความเสี่ยงมีจำกัด นี่จึงเป็นที่มาของการที่บริษัทตัดสินใจที่จะซื้อหุ้นของตัวเองคืนจากตลาดหุ้น ผมเชื่อว่าจะเป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างความเชื่อมั่นกับผู้ถือหุ้น ในยามที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวมากนัก ถึงความมั่นใจในแผนงานและอนาคตของบริษัท อีกทั้งเป็นการตอกย้ำว่าปัจจุบันอาร์เอสมีงบการเงินที่แข็งแรง และมีสภาพคล่องเพียงพอ จึงทำให้เราตัดสินใจดำเนินการซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้ นายดามพ์ กล่าวทิ้งท้าย สำหรับการร่วงลงอย่างหนักของราคาน้ำมันได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทพลังงานรายใหญ่ โดยเอ็กซอน โมบิลรายงานว่า บริษัทมีกำไร 2.78 พันล้านดอลลาร์ หรือ 67 เซนต์/หุ้นในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2545ธนาคารกลางจีนประกาศอัดฉีดเม็ดเงิน อีก 1 แสนล้านหยวนเข้าสู่ตลาดการเงินผ่านการดำเนินงานทางตลาดเงินในวันนี้ เพื่อป้องกันวิกฤตสภาพคล่องก่อนวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ 7 ก.พ.นี้ ผ่านข้อตกลงซื้อพันธบัตรโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) ระยะ 14 วัน และอีก 5 หมื่นล้านหยวนผ่าน reverse repo ระยะ 28 วัน。

แนวรับ : 21.6 +/-CRANE ราคาปิด 2.38 แนวรับ 2.36 แนวต้าน 2.50 ,โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดติดรถไฟฟ้ายอดขายเดินหน้า ยอดโอนชัดเจน รอบนี้สนใจ ANAN เจ้าของคอนโดในเมืองขนาดใหญ่ที่มีโครงการติดรถไฟฟ้ามากที่สุด มียอดขายสะสมเฉียด 3 หมื่นล้านและมีโครงการในมือรอขายอีกกว่า 3 หมื่นล้านบาท ยังไม่นับที่จะเปิดใหม่ปี 59 อีกไม่น้อยกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท ใน ไตรมาส4/58 นี้คาดกำไรจะดูดีสุดในรอบปี กำไรในปี 58 จะน้อยกว่าปี 57 เป็นที่รับรู้กัน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติร่าง พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า ซึ่งได้ปรับปรุงกฎหมายฉบับเดิมเมื่อปี 2542 เพื่อให้การแข่งขันเกิดความเป็นธรรม ไม่มีการผูกขาด ลดการแทรกแซงของรัฐบาล และเป็นไปตามหลักสากล สอดคล้องกับข้อตกลงการค้าเสรีที่ไทยทำไว้กับประเทศต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้ต่างชาติเกิดความมั่นใจในเรื่องการลงทุนส่วน PSL ได้แนะนำ ขาย ด้วยราคาเป้าหมาย 6.60 บาท/หุ้น และมีแนวโน้มที่จะปรับราคาเป้าหมายลงอีก เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา PSL ได้มอง Cycle ธุรกิจพลาดไป ทำให้มีการซื้อเรือใหม่เข้ามามาก ซึ่งการซื้อเรือเข้ามามากส่งผลถึงภาระดอกเบี้ยมากด้วย ขณะที่เรือเก่าก็ขายไม่ได้ราคา ดังนั้นจึงมองว่า PSL น่าจะมีสภาพคล่องที่ตึงตัว?สำหรับบริษัท BCPG Invesment Holdings Private Limited จัดตั้งในประเทศสิงคโปร์ ทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 40,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (เทียบเท่า 1,000,000 บาทโดยประมาณ) สำหรับวัตถุประสงค์การลงทุน เพื่อดำเนินการลงทุนในธุรกิจของบริษัทในต่างประเทศ และบริษัท BSE Energy Holdings Private Limited จัดตั้งในประเทศสิงคโปร์ ทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 4,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (เทียบเท่า 100,000 บาทโดยประมาณ) วัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการลงทุนในธุรกิจของบริษัทในต่างประเทศSTOP LOSS ถ้าราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 148 ลงไปนอกจากนี้ บริษัทยังมองว่าหากภาครัฐเร่งการลงทุนมากขึ้นในปีนี้ จะส่งผลให้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของบริษัทได้รับอานิสงส์ไปด้วย เนื่องจากมีปริมาณงานที่เพิ่มมากขึ้น และช่วยให้บริษัทมีรายได้ที่จะรับรู้ในอนาคตเพิ่มขึ้น โดยงานที่บริษัทเข้ารับส่วนใหญ่ยังเป็นงานภาคเอกชน 100% PF ตั้งเป้าปี 59 ยอดขาย-รายได้โตกระโดด-ผุด 17 โครงการใหม่,องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้ ไวรัสซิกา ซึ่งมีการแพร่ระบาดอย่างหนักในบราซิลและประเทศอื่นๆในภูมิภาค เป็น ภัยฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับโลก โดยนับเป็นการประกาศเตือนภัยครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤติอีโบลาที่แพร่ระบาดในแอฟริกาตะวันตกเมื่อปี 2557, ธ.กลางออสเตรเลียมีมติตรึงดอกเบี้ย 2% หลังเงินอ่อนค่าหนุนการจ้างงานBBLเข้าซื้อเมื่อทะลุ 153 บาท เป้าหมาย 158 และ 163 บาทดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าเกือบทรงตัวในวันนี้ โดยนิกเกอิปิดภาคเช้าลบ 0.53 จุด แตะที่ 17,864.70 จุดโดยนิกเกอิลดช่วงติดลบหลังจากที่เปิดตลาดร่วงลง ซึ่งมีสาเหตุมาจากการดิ่งลงของราคาน้ำมันเมื่อคืนนี้ และเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงตามราคาน้ำมัน โดยหุ้นซีดริลล์ ร่วงลงหนักสุด ส่วนหุ้น Luxottica Group ซึ่งเป็นผู้ผลิตแว่นตา Ray-Ban ร่วงลง 5.7% หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาด นอกจากนี้ การปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือดังกล่าวยังมีขึ้นหลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงลงอย่างหนัก โดยเมื่อคืนนี้ (1 ก.พ.) สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค.ร่วงลง 2 ดอลลาร์ หรือ 6% ปิดที่ 31.62 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ส่งสัญญาณว่าจะยังไม่มีการจัดประชุมฉุกเฉิน แม้ว่าราคาน้ำมันยังคงอยู่ในทิศทางขาลงก็ตามราคาหุ้น บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ณ เวลา 10.16 น.ราคาอยู่ที่ 55.75 บาท ลบ 1.25 บาท หรือ 2.19% มูลค่าการซื้อขาย 198.73 ล้านบาทขณะที่บริษัทบีพีเปิดเผยตัวเลขขาดทุน 6.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2558 พร้อมวางแผนปลดพนักงาน 7 พันคนภายในปลายปีหน้า หรือราว 9% ของพนักงานทั้งหมดคำแนะนำ: เราแนะนำให้ Open Long ใน TPIPLH16 ที่แนวรับ 2.28 เพื่อคาดหวังการปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 2.44-2.50ด้าน นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวมาตรการควบคุมป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสซิกาของประเทศไทยว่า ภายหลังองค์การอนามัยโลก ประกาศเป็น ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา ได้กำชับให้ทุกภาคส่วน เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมมาตรการป้องกัน ควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง ,Sector Rotation ไปที่กลุ่มโรงพยาบาล โรงแรม และ Micro Finance: คาดการ พักฐาน ของ SET อยู่ในรูปแบบ Sector Rotation ไปยังกลุ่มโรงพยาบาล โรงแรม และ Micro Finance ดังนี้:-ORI ซื้อ ราคาหุ้นแกว่งยกฐานสูงขึ้นพร้อมปริมาณการซื้อขายเริ่มสูงขึ้น สอดคล้องกับ MACD ที่เป็นบวก และ DI+ ชี้ขึ้น เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่ 14.20 บาท และแนวต้านถัดไปที่ 14.90 บาท ขณะที่ปี 59 นี้ PSTC คาดว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากบริษัทมีมูลค่างานในมือกว่า 500 ล้านบาทและจากธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกที่จะทยอยจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ได้รวมอีก 7 MW เข้ามาช่วยหนุนผลประกอบการในปีนี้ นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมและขยะ หรือจะเป็นโครงการโซล่าร์ฟาร์มส่วนราชการและสหกรณ์ ที่ PSTC คาดว่าจะได้รับใบอนุญาตอีกจำนวนหนึ่ง จะเข้ามาช่วยสร้างความเข้มแข็งในด้านผลการดำเนินงานได้ดีต่อไปในอนาคตอีกด้วยคาด SET บ่ายนี้ ยังค่อนข้างผันผวน แม้จะปรับตัวเหนือ 1,300 จุดได้ท่ามกลางปัจจัยลบจากภายนอก แต่นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายในหลายประเทศจะช่วยประคอง Downside ของตลาด ขณะที่เริ่มเห็นแรงซื้อสุทธิต่างชาติกลับเข้ามาในช่วงท้ายสัปดาห์ก่อน ทั้งนี้ทางฝ่ายให้ตั้งจุดถอยที่ 1,275 จุดเช่นเดิม มองกรอบบ่ายนี้ที่ 1,290-1,310 จุด ฮั่งเส็งปิดเช้าร่วง 155.56 จุด เหตุวิตกเศรษฐกิจโลก。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’