The Debate

ยู ฟ่า ยูโร ป้า ลีก: The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay

โปรแกรม บอล วัน นี้ พร้อม ราคา, เกาะติดหุ้นเด็ด เด็กแนว ราคาปิดประจำวันที่ 15 ก.พ. 59ขณะที่ ปตท.ยังมีแผนจะซื้อ LNG จาก Shell Eastern Trading (PTE) LTD และ บริษัท BP Singapore PTE. Limited ซึ่งเป็นสัญญาระยะยาวในปริมาณรายละ 1 ล้านตัน/ปี รวม 2 ล้านตัน/ปี โดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ได้เห็นชอบร่างสัญญาซื้อขาย LNG ดังกล่าวแล้ว แต่ปัจจุบันยังรอการอนุมัติจากภาครัฐอย่างเป็นทางการก่อนที่จะมีการลงนามสัญญากัน แต่ด้วยความต้องการใช้ที่ยังไม่มากนักและราคา spot ที่อยู่ในระดับต่ำ ทำให้ปตท.จะเจรจากับ BP และกลุ่มเชลล์เพื่อขอชะลอการรับ LNG ออกไปก่อนจากเดิมที่จะนำเข้าในปีนี้ ฮั่งเส็งปิดลบ 94.80 จุด ขณะตลาดผิดหวัง 4 ชาติไม่ลดผลิตน้ำมัน ,ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนลงทุนในโครงการพลังงานทดแทนอื่นๆไม่ว่าจะเป็นโครงการโซลาร์ฟาร์ม ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอการประกาศออกมาของใบ PPA ครั้งใหม่ และก่อนหน้านี้บริษัทฯได้มีการเข้าไปถือหุ้นบริษัท วินชัย จำกัด หรือ WIND ในสัดส่วน 25% ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจพลังงานทดแทนประเภทลม ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ร่มเกล้า หรือ RKW ในจังหวัดมุกดาหารกำลังการผลิต 45 เมกะวัตต์ โดยจะเริ่มก่อสร้างในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ และจะสามารถจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ได้อย่างช้าภายในไตรมาส 2/62สำหรับการเติบโตของยอดขายในงวดปี 59/60 ส่วนใหญ่มาจากความต้องการใช้เหล็กเส้นก่อสร้างทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐที่ส่งผลดีต่อปริมาณการใช้เหล็กเส้น แต่ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะผลักดันโครงการต่าง ๆ ออกมาตามแผนได้หรือไม่ โดยเฉพาะโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น รถไฟทางคู่จิระ-ขอนแก่น ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างเจรจาต่อรองราคา, โครงการมอเตอร์เวย์, โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง และสายสีเขียว เป็นต้นธุรกิจ : การผลิตผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง รวมถึงผลิตภัณฑ์วุ้นเส้นและก๋วยเตี๋ยว เพื่อจัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ21.40 21.20ราคาปิด 3.18 แนวรับ 3.10-3 แนวต้าน 3.30-3.40 , 3.50นอกจากนี้ จีนสามารถดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศนอกภาคการเงินทั้งปีที่แล้ว สู่ระดับ 1.2627 แสนล้านดอลลาร์ หรือ 7.814 แสนล้านหยวน เทียบกับที่เพิ่มขึ้น 6.4% ในปี 2014 ถึงแม้จีนประสบภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวก็ตาม ส่วนในเดือนธ.ค. จีนได้รับ FDI ลดลง 5.8% เมื่อเทียบรายปี แตะระดับ 7.702 หมื่นล้านหยวน (1.223 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ)ด้านตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียวันนี้ส่วนใหญ่ยังอยู่ในแดนบวก แต่มีบางตลาดฯที่ลดช่วงบวกลงไป ส่วนตลาดในยุโรปที่เทรดในช่วงบ่ายนี้อยู่ในแดนบวกเล็กน้อย ซึ่งดูแล้วเป็นลักษณะของ wait see มากกว่ารางวัล CPF CEO Awards 2015 จัดขึ้นภายใต้เแนวคิด วัฒนธรรมองค์กร ความร่วมมือ นวัตกรรมเชิงพาณิชย์ อันนำไปสู่ซีพีเอฟที่ยั่งยืน (Culture Collaborate Commercialize) มีผลงานได้รับรางวัลทั้งสิ้น ทั้งสิ้น 18 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลระดับ i1 การปรับปรุงงาน จำนวน 8 รางวัล, รางวัลระดับ i2 การสร้างสิ่งใหม่ จำนวน 7 รางวัล, รางวัลระดับ i3 นวัตกรรม จำนวน 3 รางวัล นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัลรางวัลสิทธิบัตรออกแบบ จำนวน 2 รางวัล และรางวัล อนุสิทธิบัตร จำนวน 33 รางวัล, KCE กำไรปี 58 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย มาที่ 2.24 พันลบ. ,ตัวล่าสุดที่มีโอกาสจะรับรู้รายได้คือโรงไฟฟ้า 23 mw ที่ญีปุ่น คาดว่าจะเป็นตัวสร้างรายได้บานตะไท และ EPCO ไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนเมือเพิ่มปริมาณโรงไฟฟ้า เพราะใช้บริษัทลูกถือหุ้นโรงไฟฟ้านั่นเอง จึงไร้ความกังวลเรื่อง dilution และที่สำคัญคือบริษัทลูกนี้เองจะเข้าจดทะเบียนในตลาดปีนี้2.การกู้เงินบาททดแทนการกู้เงินตราต่างประเทศ จำนวน 5,211 ล้านบาท เพื่อใช้ในการดำเนินโครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำและระบบขนส่งทางถนนระยะเร่งด่วน : มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 และโครงการเงินกู้ DPLโดยผลประกอบการในช่วงดังกล่าวเพิ่มขึ้นเนื่องจากบริษัทมีรายได้รวมสำหรับปี 2558 และ 2557 จำนวน 1,768 ล้านบาท และ 1,445 ล้านบาท ตามลำดับ เพิ่มขึ้นจำนวน 323 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการให้เช่าและบริการ รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้นรางวัล CPF CEO Awards 2015 จัดขึ้นภายใต้เแนวคิด วัฒนธรรมองค์กร ความร่วมมือ นวัตกรรมเชิงพาณิชย์ อันนำไปสู่ซีพีเอฟที่ยั่งยืน (Culture Collaborate Commercialize) มีผลงานได้รับรางวัลทั้งสิ้น ทั้งสิ้น 18 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลระดับ i1 การปรับปรุงงาน จำนวน 8 รางวัล, รางวัลระดับ i2 การสร้างสิ่งใหม่ จำนวน 7 รางวัล, รางวัลระดับ i3 นวัตกรรม จำนวน 3 รางวัล นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัลรางวัลสิทธิบัตรออกแบบ จำนวน 2 รางวัล และรางวัล อนุสิทธิบัตร จำนวน 33 รางวัล EASTW ใจป้ำ เตรียมแจกปันผล 0.25 บ./หุ้น XD วันที่ 29 เม.ย.59、ทั้งนี้ มีการพบเครื่องรองรับแรงสั่นสะเทือนจากเหตุแผ่นดินไหวที่มีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานถูกใช้ในอาคาร 154 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงอพาร์ทเมนท์ โรงพยาบาล และหน่วยงานรัฐบาล นิกเกอิปิดเช้าลบ 26.17 จุด เหตุเยนแข็ง-น้ำมันร่วง นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากธนาคารกลางจีน (PBOC) เปิดเผยว่า เงินหยวนนั้นมีแนวโน้มแข็งค่าอย่างต่อเนื่องและก้าวขึ้นเป็น สกุลเงินที่มีความปลอดภัย หลังจากที่เงินหยวนปรับตัวอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวนทั่วโลกเมื่อเร็วๆนี้MTL เป็นผู้นำในด้านเบี้ยประกันรับรวมที่จำหน่ายผ่านเครือข่ายสาขาของธนาคารพาณิชย์ (bancassurance) โดยบริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 27.7% ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2558 ในขณะเดียวกัน ส่วนแบ่งทางการตลาดของบริษัทในด้านเบี้ยประกันรับรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 16.8% จาก 14.9% ในปี 2557。

ด้านรายได้ ครี่งปีแรกบริษัทมั่นใจว่าจะทำได้ตามเป้าหมาย 1.2 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีที่ 1.76 หมื่นล้านบาท โดยในครึ่งปีแรกบริษัทมีการโอนคอนโดเป็นจำนวนมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-เม.ย. 59) ได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ ทำให้เกิดการเร่งโอนโครงการมากขึ้นโดยปัจจัยแรก ตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภค (Consumer spending) ของสหรัฐฯ เดือนมกราคม ออกมาดีมาก หลังจากออกมาแย่ไปเมื่อเดือน ธันวาคม ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นตัวเลขสำคัญเนื่องจาก เป็น 2 ใน 3 ของ GDP สหรัฐฯ แม้ตัวเลข Consumer sentiment index จัดทำโดยมหาวิทยาลัย Michigan สำหรับเดือน กุมภาพันธ์ จะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ก็ตาม, ค่าระวางเรือกลับมายืนเหนือ 300 จุด ปิดวานนี้ปรับขึ้น 2%、ดู ผล บอล ออนไลน์、 News Summary : สรุปข่าวประจำวันที่ 16 ก.พ.59 ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้รายงานต่อที่ประชุม ครม.วันนี้ถึงสถานการณ์การยกเลิกเที่ยวบินของนกแอร์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 14 ก.พ.จำนวน 9 เที่ยวบินในวันดังกล่าว เนื่องจากนักบินของสายการบินนกแอร์ประท้วง ส่งผลให้มีผู้โดยสารตกค้างที่สนามบินเป็นจำนวนมากโดยราคาหุ้น SF มีการปรับตัวขึ้น เนื่องจากบริษัทประกาศกำไรปี 58 ออกมาเติบโตเป็นเท่าตัว,ด้านนายวิน วิริยประไพกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ SSI กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทกำลังเดินหน้าตามกระบวนการฟื้นฟูกิจการ เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ และรักษามูลค่าทางธุรกิจของบริษัทไว้ รวมถึงคงไว้ซึ่งระดับความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ โดยบริษัทยังคงมีรายได้จากการดำเนินธุรกิจการค้าและมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอสำหรับการผลิตและจำหน่ายสินค้า โดยได้รับการสนับสนุนจากลูกค้าและคู่ค้าที่ยังมีความเชื่อมั่นในธุรกิจของบริษัทนอกจากนี้ หุ้น SCC มี Valuation ที่ต่ำกว่ามูลค่าตามปัจจัยพื้นฐานมาก โดยปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ P/E ประมาณการณ์ไปข้างหน้าของปี 2559 ที่ 10.7 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่า P/E เฉลี่ย 5 ปี ที่ผ่านมาที่ระดับ 15.6 เท่า ด้านมูลค่าทางบัญชี (Book Value) เทรดที่ 2.2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ที่อยู่ที่ 2.6-2.7 เท่า และหุ้นยังมี Dividend yield ที่ระดับ 4% ซึ่งน่าสนใจด้านเทคนิคเกิดสัญญาซื้อรายวัน (Daily buy signal) ทำให้หุ้นมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้เบื้องต้นที่ระดับ 436 บาท และอาจขึ้นไปถึงระดับ 456 บาท ด้านราคาเป้าหมายตามปัจจัยพื้นฐาน ตาม Bloomberg consensus อยู่ที่ 548.11 บาทคำแนะนำ: เราแนะนำให้เน้นการ Open Long ใน S50H16 ต่อเนื่อง โดยมีแนวรับที่ 800 เป็นแนวรับสำคัญ เพื่อคาดหวังการปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 820ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ณ เวลา 11.34 น.ราคาอยู่ที่ 9.35 บาท ปรับตัวขึ้น 0.95 บาท หรือ 11.31% มูลค่าซื้อขาย 133.38 ล้านบาท โดยราคาหุ้นเปิดตลาดที่ 8.70 บาท และระหว่างวันราคามีการปรับตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดที่ 8.70 บาท แตะระดับสูงสุดที่ 9.40 บาท。 ขณะที่ทิศทางค่าเงินบาทยังต้องลุ้นว่าคืนนี้เงินบาทจะผ่าน 35.70 บาท/ดอลลาร์ไปได้หรือไม่ ถ้าไม่ผ่านก็น่าจะลงต่อ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันพรุ่งนี้น่าจะอยู่ระหว่าง 35.50-35.75 บาท/ดอลลาร์แนวโน้มในระยะสั้นๆของระดับราคาได้มีภาวะ Oversold ในระดับที่มีนัยสำคัญและหลังจากระดับราคาได้ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วมากทาให้พร้อมจะมี Technical Rebound ในช่วงสั้นๆได้แต่ควรรอสัญญาณ Reversal Pattern ก่อนอ่อนตัวลงตอนท้ายพร้อมสัญญาณขายตามกราฟ 60 นาที แต่ยังให้ภาพ sideways กว้างๆ สามารถเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้านได้ คาดว่าแนวต้านวันนี้จะอยู่ในช่วง 1,295-1,300 จุดเช่นเดิม โดยมีแนวรับ 1,280 และ 1,270 จุดตามลำดับนอกจากนี้ Call DW บนหุ้นอังสหาริมทรัพย์อย่าง QH และ SIRI ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน ยกตัวอย่าง DW28 อาทิ QH28C1608A +4.6% SIRI28C1604A +14.3% เทียบกับหุ้นอ้างอิงที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.8% และ 2.0% เป็นต้นระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 3.06-3.34 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนาเก็งกาไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 3 บาทสำหรับปัจจัยที่ส่งผลกระทบด้านลบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ ได้แก่ ปัญหาภัยแล้ง, ปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจประเทศจีนซึ่งมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่และเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย รวมทั้งการเร่งการใช้จ่ายในช่วงเดือนก่อนหน้า และความกังวลต่อการชะลอตัวของกำลังซื้อภายในประเทศ ซึ่งจากความกังวลดังกล่าว ผู้ประกอบการจึงให้ความสำคัญกับการบริโภคภายในประเทศ และการผลักดันให้ผู้ประกอบการขยายตลาดการค้าการลงทุนไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับประเทศในปี 2559 อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการที่เป็นกลุ่มตัวอย่างยังคงเห็นว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ส่งผลดีต่อต้นทุนประกอบการ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET) ปิดช่วงบ่าย (15 ก.พ.) ที่ระดับ 1,288.40 จุด เพิ่มขึ้น 11.91 จุด หรือ 0.93% มูลค่าการซื้อขาย 30,612.43 ล้านบาทในช่วงแรกนั้น ดัชนีนิกเกอิดีดตัวขึ้นขานรับดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่งเมื่อคืนนี้ แต่หลังจากนั้นดัชนีนิกเกอิอ่อนแรงลงเนื่องจากเงินเยนแข็งค่าขึ้นแตะกรอบบน 113 เยนในการซื้อขายช่วงเช้านี้ นอกจากนี้ ดัชนีนิกเกอิยังได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กที่ร่วงลงเมื่อคืนนี้ด้วย。

Three recent papers attempt to look at the next stage of the world’s most important relationship.

The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay
Credit: The White House

The Asia security field is a crowded one these days, and that is a good thing. The region is confronting a number of destabilizing threats: disputes over islands in the South and East China Seas, weak governance in several Southeast Asian nations, and continuing?uncertainty over North Korea’s intentions and capabilities, among others. All are long-term, ongoing challenges, and the more ideas that get out there about how to manage these issues, the better.

No issue gets as much attention, however, as the U.S.-China relationship and what it means for regional security. For most, it boils down to whether the era of U.S. primacy is over. If it is, what should the next stage look like and how does China fit in? If not, how does the United States preserve its role as the fundamental security guarantor in the region and how does China fit in?

Three recent, thoughtful reports/papers attempt to address this question: the first, “Revising U.S. Grand Strategy Toward China”?by my CFR colleague Robert Blackwill and Carnegie Endowment scholar Ashley Tellis; the second, “The Future of U.S.-China Relations Under Xi Jinping: Toward a New Framework of Constructive Realism for a Common Purpose”?(pdf)?by former Australian Prime Minister Kevin Rudd; and the third, “Beyond American Predominance in the Western Pacific: The Need for a Stable U.S.-China Balance of Power”?by Carnegie Endowment scholar Michael Swaine. Each adopts a different approach and arrives at different conclusions, although the Rudd and Swaine analyses are largely compatible. Blackwill and Tellis explicitly seek to develop a roadmap for continued U.S. primacy in the Asia Pacific. Rudd and Swaine, in contrast, argue that such an effort is unrealistic, even harmful, given the realities of U.S. commitments and domestic politics, as well as China’s intentions and growing capabilities. Both Rudd and Swaine seek to have the United States and China sacrifice near-term interests for a longer-term greater good. However, Rudd places a much greater burden of compromise on the United States, while Swaine is more even-handed in his call for accommodation by both sides.

I was most eager to read the Rudd report. I have heard the former prime minister speak on a number of occasions and have always been impressed by his insights. In his report, Rudd assumes the role of peacemaker—trying to bridge the gap between the “private or semi-private narratives each side [the United States and China] may have about the other.” Although ostensibly designed to speak equally to Chinese and U.S. policymakers, the report is, for the most part, designed for a U.S. audience—explaining China and the Chinese perspective to Americans and offering recommendations for Washington.

Rudd’s argument is premised on his belief that Chinese President Xi Jinping is someone with whom the United States can work, that he is prepared to take calculated risks, and that there is now a window in China for Washington and Beijing to strike a grand bargain. According to Rudd, it is up to the United States to use this space as creatively as possible, while it lasts. While this is an appealing narrative, the report does not make?clear why Rudd believes this. Rudd also leaves the reader hanging when he asserts that China will become a more active participant in the reform of the global rules-based order and that it will bring a “new, forthright Chinese voice in the world.” It would have been helpful had the prime minister explained whether this voice will mean more Air Defense Identification Zones or more Asian Infrastructure Investment Banks or both. The implications for the region are vastly different.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

There are also some off-putting notes. Rudd begins by announcing that the Chinese economy will continue to thrive, noting: “Sorry, but on balance, the Chinese economic model is probably sustainable.” It is an awkward pronouncement that assumes that Americans want the Chinese economy to fail—something very few Americans, in fact, desire. (What Americans do want is a thriving Chinese economy that offers a fair and open trade and investment environment.)

While bold and fun to read, Rudd’s analysis of Xi’s presidency and the potential for significant new cooperation with the United States—should only the United States?seize the moment—ultimately falls short because it is difficult to find the evidence to support it. Xi may well have the political capital to strike a grand bargain, but Rudd’s faith in him notwithstanding, it remains unclear that he wants one.

The lack of demonstrable Chinese interest in a more accommodating regional security posture makes me initially sympathetic to the dominant theme of the Blackwill and Tellis report. As Blackwill and Tellis note, the current Chinese leadership has offered little indication—either in words or action—that it does not have as its endgame supplanting the United States as the regional hegemon. However, the report adopts such an uncompromising stance on any potential for the United States and China to find common ground that it loses me along the way. There is a built-in assumption that China necessarily wants to supplant the United States—not simply this regime at this moment in time. Such a deterministic understanding of Chinese politics and interests ignores ongoing debates within the country and the potential for new understandings to emerge

The recommendations (as in the Rudd report) run several pages, and for the most part, they represent a coherent strategy for the United States. Blackwill and Tellis have flipped the current hedging strategy from its emphasis on engagement with limited containment to containment with limited engagement. Much paper is devoted to strengthening military and economic ties with our allies. Still, it is difficult to understand, at times, how the containment and engagement will all work together—for example, “agreeing on enhanced security confidence-building measures between the two sides” while the United States establishes a new technology-control regime and levies an across-the-board tariff on Chinese economic goods in response to Beijing’s cyberattacks. Whatever its weaknesses, however, the report raises appropriate alarm bells concerning the challenge that many current Chinese economic and security behaviors pose for U.S. interests and the necessity of addressing them directly.

Ultimately, I thought the quietest piece—the one released with the least fanfare—was the most thought-provoking and compelling. Swaine offers a reasonably even-handed assessment of both the U.S. and PRC perspectives and tackles head on the problem that Beijing and Washington have concerning “clashing assumptions and beliefs about the requirements for continued order and prosperity in Asia.” He also identifies several very specific areas for potential cooperation, including the Korean Peninsula, Taiwan, and the management of maritime territorial disputes, and then proceeds to lay out how actual progress might be realized through various trade-offs. For example, he suggests that the United States halt arms sales to Taiwan in return for credible assurances by Beijing that it will not use force against Taiwan (except in the case of a dejure declaration of independence) and acceptance that unification would be peaceful and must involve the consent of people of Taiwan. One can agree or not with all of Swaine’s analysis or prescriptions, but in a much shorter piece, he takes the reader deeper and farther into understanding the challenges at hand and the potential roadmap for resolution.

Elizabeth C. Economy is?C.V. Starr Senior Fellow and Director for Asia Studies at the Council on Foreign Relations. She is an expert on Chinese domestic and foreign policy and U.S.-China relations and author of the award-winning book,?The River Runs Black: The Environmental Challenge to China’s Future.?This post appears courtesy of?CFR.org?and?Forbes?Asia.