The Debate

joker123ios: The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay

biomutant multiplayer,ธนาคารรายใหญ่ 2 แห่งดังกล่าว ก็คือ เนชันแนล แบงก์ ออฟ กรีซ ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ที่สุดของกรีซเมื่อพิจารณาจากสินทรัพย์ และอัลฟา แบงก์ ทั้งนี้ ธนาคารของกรีซได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตการเงินที่ยืดเยื้อของประเทศ รวมทั้งเผชิญแรงกดดันจากหนี้เสียที่พุ่งขึ้นและฐานเงินฝากที่หดตัวลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้ฝากเงินมีความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของระบบธนาคาร จึงได้ถอนเงินจากบัญชี หรือนำเงินไปไว้ในต่างประเทศแทนS5028P1506A +11.1% (S50M15 -0.8%)อีกทั้ง 5. นายเชวง จริยะพิสุทธิ์ 6. นายปกรณ์ บริมาสพร 7. นางสาวดวงกมล โชตะนา 8. นายเสริมสิน สมะลาภา 9. นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ 10. นางสาวเขมกร วชิรวราการ ในข้อหาหรือฐานความผิดร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 , 328 และตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (1) ในความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนสัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 3.2 เซนต์ หรือ 0.19% ปิดที่ 16.701 ดอลลาร์/ออนซ์,สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค.ลดลง 4.80 ดอลลาร์ หรือ 0.43% ปิดที่ 1,111.50 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย.ลดลง 8.50 ดอลลาร์ ปิดที่ 777.10 ดอลลาร์/ออนซ์ ,ระยะสั้นมากแกว่งในกรอบ sideway up มีลุ้นฟื้นตัวขึ้นไปที่กรอบบนได้อีกครั้งสั้นๆ ไม่ต่ำกว่าแนวรับแถวๆ 1.28-1.25 บาทอีก แนะนำซื้อเก็งกำไรได้ หวังผลที่แนวต้านแถวๆ 1.36-1.42 บาทก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 1.24 บาทLIT Trading buy ปิด 4.5 แนวรับ 4.48-4.40 แนวต้าน 4.62-4.70ขณะที่มองฐานกำไรในครึ่งปีหลัง 58 ยกตัวขึ้นจากการรับรู้รายได้โครงการโซลาร์ฟาร์มในกัมพูชาแห่งแรกจำนวน 20 MW พร้อมทั้งโครงการโรงไฟฟ้าพลังลมแห่งแรกที่ปากพนัง วานนี้ SET Index พลิกมาปรับลงอีกครั้งกว่า 0.48% สภาวะตลาดมีความผันผวนสูง กลุ่มอุตสาหกรรมใดที่ปรับเพิ่มขึ้นวันก่อนหน้า มักจะปรับลงในวันต่อมา ภาพความเปราะบางของดัชนี ประเมินว่ามีสาเหตุมาจากปัจจัยกดดัน 3 ด้าน คือTechnical SET range: 1,486-1,502ทั้งนี้ การกำหนดวันดังกล่าวสืบเนื่องจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 ของ MOONG อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 24 ล้านบาท โดยออกหุ้นเพิ่มทุน 24 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 1 บาท เพื่อจัดสรรและเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท (Right Offering) ในอัตราส่วน 5 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หุ้นสามัญใหม่ ในราคาเสนอขายหุ้นละ 1.00 บาท"ด้านนายหลักชัย กิตติพล ประธานกรรมการเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทรเบคก้า เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด เปิดเผยว่า ไทยเบคก้า มีแผนที่จะผลักดันนิคมฯหลักชัยเมืองยางให้เป็นฮับผลิตภัณฑ์ยางระดับอาเซียน เพื่อสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลในการพัฒนาประเทศ ซึ่งขณะนี้มีนักลงทุนจากหลายประเทศให้ความสนใจที่จะเข้ามาตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่รถยนต์ที่มียางเป็นองค์ประกอบในนิคมฯ" แนะนำซื้อ NWR โดยมีแนวรับที่ 1.78 และ 1.76 และมีแนวต้านที่ 1.84 และ 1.90 เป็นจุดขายทำกำไร POLAR ตั้งบริษัทย่อยในอังกฤษ เดินหน้าลุยพัฒนาอสังหาฯ1.บริษัท สปริงคิทเช่น จำกัด ได้รับส่งเสริมกิจการผลิตอาหารสำเร็จรูปจากเนื้อสัตว์แช่แข็ง เงินลงทุนทั้งสิ้น 1,108 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดสุพรรณบุรี โดยโครงการนี้จะใช้วัตถุดิบในประเทศเกือบทั้งหมด ได้แก่ เนื้อสัตว์ และเป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตอาหารของประเทศ รวมทั้งเป็นการสร้างรายได้เข้าประเทศจากการส่งออกขณะเดียวกัน ซัมมิทกรุ๊ปกำลังสยายปีกไปยังธุรกิจอื่น ๆ ในด้านการบริการและพัฒนาที่ดิน ภายใต้การบริหารงานของ ณัฐพล จุฬางกูร ลูกชายคนที่ 3 จากทั้งหมด 6 คน (ชายล้วน) ที่หันมาเอาดีในธุรกิจด้านนี้สำหรับภาพรวมของเศรษฐกิจไทยดูเหมือนค่อยๆ ฟื้นตัวในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ดัชนีชี้วัดหลายด้านปรับตัวดีขึ้น รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการขนาดย่อม-ทีเอ็มบี (TMB SME-Sentiment Index) ไตรมาส 1/58 จากผลสำรวจความคิดเห็นเจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีกว่า 839 รายจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ปรับสูงขึ้นจาก 37.1 เป็น 43.7 หรือเพิ่มขึ้น นับเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี เพราะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมองว่ารายได้เริ่มปรับตัวดีขึ้นจากเม็ดเงินโครงการช่วยเหลือเกษตรและค่าครองชีพ ขณะที่ต้นทุนของธุรกิจปรับตัวลดลงจากราคาน้ำมันภายในประเทศที่ลดลงต่อเนื่องจากไตรมาส 4/57โดยอ้างว่าไม่ให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยเพียงแค่จำนวน 50 ราย เข้าร่วมประชุม เนื่องจากมีข้อสงสัยว่า บุคคลทั้ง 50 รายมีเจตนาที่จะร่วมกันใช้สิทธิออกเสียงในฐานะผู้ถือหุ้นเพื่อเข้าครอบงำกิจการของบริษัทโดยที่มิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และบทบัญญัติของกฎหมาย ซึ่งตนเองเป็นผู้ถือหุ้นสามัญของบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จำนวน 5,245,800 หุ้น ได้มอบฉันทะให้ตัวแทนเข้าร่วมประชุมตามกำหนดวันเวลาดังกล่าวแต่ผู้รับมอบฉันทะของตนไม่สามารถเข้าร่วมประชุมเพื่อใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นได้ เนื่องจากลูกจ้างเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ NMG ไม่ยอมรับการลงทะเบียน และหน่วงเหนี่ยวขัดขวางไม่ยอมให้ผู้รับมอบฉันทะของตนเข้าร่วมประชุม、ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวกในวันนี้ โดยดัชนีนิกเกอิปรับขึ้น 78.88 จุด หรือ 0.39% ปิดที่ 20,551.46 จุด ทำสถิติปิดในแดนบวกติดต่อกัน 10 วันทำการเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 27 ปี เนื่องจากเงินเยนที่ยังคงอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐได้ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มส่งออกให้ดีดตัวขึ้น นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปเมื่อคืนนี้ยังช่วยให้บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นโตเกียวเป็นไปอย่างคึกคักด้วยประเมินดัชนีมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบ เรามองบวกต่อดัชนีที่มายืนเหนือระดับ 1,495 จุด โดยคาดหวังการแกว่งตัวขึ้นทดสอบ 1,500 จุด เรามองหุ้นกระแสรับเหมาก่อสร้าง จะช่วยหนุนโมเมนตัมในการเก็งกำไรในหุ้นขนาดเล็ก หนุนจากงานของภาครัฐที่จะทยอยมีการประมูลและมีความคืบหน้า สำหรับกลุ่มที่เราแนะนำยังคงเป็นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มลีสซิ่ง GPSC จับมือพันธมิตรพบ รมว.พลังงาน ขอการสนับสนุนโรงไฟฟ้าถ่านหินมะริด,ในช่วงเช้าวันนี้ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต ปรับตัวลงไปถึง 4% ในช่วงสั้นๆ แตะ 4,431.56 จุด ซึ่งร่วงลงไปถึง 10% จากระดับปิดเมื่อวันพุธที่ผ่านมาบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จากัด (มหาชน)หรือ GUNKUL ระบุว่า นายสถาพร โคธีรานุรักษ์ ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง กรรมการอิสระ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และกรรมการบริหารความเสี่ยง เนื่องจากติดภารกิจทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวได้ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 เป็นต้นไป。

ดาวโจนส์ปิดวานนี้ปรับขึ้นรับข้อมูลการผลิตสหรัฐสดใส บอร์ด BOI อนุมติส่งเสริมการลงทุน 8 โครงการใหญ่ มูลค่ากว่า 2.7 หมื่นลบ.กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ช่วงไตรมาสแรกของปีนี้หดตัวลง 0.7% จากที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ว่าขยายตัว 0.2% เนื่องจากภาวะอากาศที่หนาวเย็นผิดปกติ และการแข็งค่าของดอลลาร์ ส่งผลกระทบต่อการบริโภค, สรุปหุ้นโดนขายชอร์ตหนัก ประจำวันศุกร์ที่ 29 พ.ค.58,แนวรับ 18.30-18.40 บาทรวมทั้งผู้รับมอบอำนาจของตนด้วยปรากฏว่าในคำชี้แจงดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ดังกล่าวยังตอกย้ำถึงให้เห็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ทำให้ตนเองได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่อง และเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงและความถูกต้องจึงต้องอาศัยอำนาจทางกฏหมายเป็นที่พึ่ง จึงตัดสินใจเข้าร้องทุกข์ให้มีการดำเนินคดีอาญากับผู้บริหาร บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินีในวันนี้,กิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคการผลิตของสหรัฐในเดือนพ.ค.ขยายตัวเป็นเดือนที่ 29 ติดต่อกัน โดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนพ.ค.ขยายตัวแตะ 52.8 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.และสูงกว่าคาดการณ์ของตลาด หลังจากแตะระดับ 51.5 ในเดือนมี.ค.ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งได้หนุนความเป็นไปได้ที่ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ดอลลาร์ปรับตัวขึ้น,SET แกว่งแคบรอ Rebalance ดัชนี MSCI ปลายตลาด、เค ดิ ต ฟรี ยิง ปลา、PS ซื้อ ราคาหุ้นมีสัญญาณกลับตัวขึ้นด้วยแท่งเทียนรูปแบบ Tweezer Bottoms เครื่องมือ DI- หักลงมาตัด ADX เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไรตามการกลับตัว มีแนวต้านแรกที่ 24.70 บาทและแนวต้านถัดไปบริเวณ 25.50 บาท โดยบริษัทหันมาดูแลต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยให้กำไรของเรามีการเติบโตขึ้น ในภาวะที่เศรษฐกิจยังเป็นแบบนี้และตลาดก็ยังซึมๆ แต่แนวโน้มของช่วงครึ่งปีหลังก็น่าจะดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรกและยอดขายในครึ่งปีหลังก็น่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่าครึ่งปีแรก หากเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวขึ้นและภาครัฐมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาที่เห็นผลจริง เราก็มีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ 10-20 ตัว เพิ่มเข้ามาเพื่อเป็นเพิ่มทางเลือกและช่วยกระตุ้นยอดขายโดยโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์ที่เน้นการเติบโตแบบ Big Win คือเน้นเติบโตในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างความเติบโตอย่างความมั่นคง โดยเน้นการร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความสามารถและประสบการณ์ เพื่อให้เป็นโครงการที่สมบูรณ์ ได้พิจารณาความเหมาะสมอย่างรอบด้าน ด้วยความพร้อมของกลุ่มพันธมิตร ทำให้สามารถเดินหน้าโครงการได้ทันทีเมื่อได้รับความเห็นชอบจากทั้งสองประเทศ และตั้งเป้าการผลิตไฟฟ้าเข้าระบบในปี 2566 เป็นต้นไปผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นไทยดัชนี SET ปิดช่วงบ่าย (29 พ.ค.) ที่ระดับ 1,496.05 จุด เพิ่มขึ้น 2.44 จุด หรือ 0.16% มูลค่าการซื้อขาย 39,747.16 ล้านบาทTHANI เป็นหุ้นที่ Laggard หุ้นกลุ่มลีสซิ่ง และ Consensus ประเมิน PE ปีนี้ต่ำเพียง 8.6 เท่า Dividend yield 6.5% พร้อมประเมินแนวรับ 3.0 บาท (Stop loss 2.60 บาท) แนวต้านสั้น 3.18 บาท (แนวต้านถัดไปเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ 3.7 บาท)บล.โกลเบล็ก ระบุในบทวิเคราะห์ (28 พ.ค.)กลุ่มสายการบิน (THAI AAV BA ) ได้ประโยชน์จากต้นทุนน้ำมันปรับตัวลง และข่าวททท.รับลูกรัฐเข็นรายได้ท่องเที่ยว 2.3 ล้านล้านบาทปี2559"2) บริษัทมีความสามารถในการทำกำไรเพิ่มขึ้นจากการขายผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางอื่นมากขึ้นนอกจากการขายตรงที่มีอัตราการทำกำไรสุทธิอยู่ที่เพียง 30% ขณะที่การขายผ่านช่องทางอื่นสามารถสร้างอัตราการทำกำไรสุทธิได้สูงถึง 70%",หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงแม้ว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกฟื้นตัวขึ้นก็ตาม โดยหุ้นเซาท์เวิสเทิร์น เอนเนอร์จี และหุ้นคอนโซล เอนเนอร์จี ต่างก็ร่วงลงกว่า 3.5% ส่วนหุ้น Chesapeake Energy ดิ่งลง 4.8% หุ้นกลุ่มสายการบินอ่อนแรงลง โดยหุ้นเดลต้า แอร์ไลน์ และหุ้นเจ็ทบลู แอร์เวย์ส ต่างก็ปรับตัวลงอย่างน้อย 0.7% หุ้นคอสท์โค ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีก ขยับลง 0.80% แม้ว่าบริษัทเปิดเผยกำไรต่อหุ้นรายไตรมาสเพิ่มขึ้นเป็น 1.17 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดวานนี้ (28 พ.ค.) ที่ 18,126.12 จุด ลดลง 36.87 จุด หรือ -0.20%, ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 5,097.98 จุด ลดลง 8.61 จุด หรือ -0.17% และดัชนี S P 500 ปิดที่ 2,120.79 จุด ลดลง 2.69 จุด หรือ -0.13%AOT* (298 บาท)สัญญาณ: ซื้อเครื่องชี้: กลาง-ดีแนะนำ: เก็งกำไรเร็วความเห็น: แรงเหวี่ยง 308; ให้ขายตัดขาดทุนหากราคาต่ำกว่า 295。

Three recent papers attempt to look at the next stage of the world’s most important relationship.

The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay
Credit: The White House

The Asia security field is a crowded one these days, and that is a good thing. The region is confronting a number of destabilizing threats: disputes over islands in the South and East China Seas, weak governance in several Southeast Asian nations, and continuing?uncertainty over North Korea’s intentions and capabilities, among others. All are long-term, ongoing challenges, and the more ideas that get out there about how to manage these issues, the better.

No issue gets as much attention, however, as the U.S.-China relationship and what it means for regional security. For most, it boils down to whether the era of U.S. primacy is over. If it is, what should the next stage look like and how does China fit in? If not, how does the United States preserve its role as the fundamental security guarantor in the region and how does China fit in?

Three recent, thoughtful reports/papers attempt to address this question: the first, “Revising U.S. Grand Strategy Toward China”?by my CFR colleague Robert Blackwill and Carnegie Endowment scholar Ashley Tellis; the second, “The Future of U.S.-China Relations Under Xi Jinping: Toward a New Framework of Constructive Realism for a Common Purpose”?(pdf)?by former Australian Prime Minister Kevin Rudd; and the third, “Beyond American Predominance in the Western Pacific: The Need for a Stable U.S.-China Balance of Power”?by Carnegie Endowment scholar Michael Swaine. Each adopts a different approach and arrives at different conclusions, although the Rudd and Swaine analyses are largely compatible. Blackwill and Tellis explicitly seek to develop a roadmap for continued U.S. primacy in the Asia Pacific. Rudd and Swaine, in contrast, argue that such an effort is unrealistic, even harmful, given the realities of U.S. commitments and domestic politics, as well as China’s intentions and growing capabilities. Both Rudd and Swaine seek to have the United States and China sacrifice near-term interests for a longer-term greater good. However, Rudd places a much greater burden of compromise on the United States, while Swaine is more even-handed in his call for accommodation by both sides.

I was most eager to read the Rudd report. I have heard the former prime minister speak on a number of occasions and have always been impressed by his insights. In his report, Rudd assumes the role of peacemaker—trying to bridge the gap between the “private or semi-private narratives each side [the United States and China] may have about the other.” Although ostensibly designed to speak equally to Chinese and U.S. policymakers, the report is, for the most part, designed for a U.S. audience—explaining China and the Chinese perspective to Americans and offering recommendations for Washington.

Rudd’s argument is premised on his belief that Chinese President Xi Jinping is someone with whom the United States can work, that he is prepared to take calculated risks, and that there is now a window in China for Washington and Beijing to strike a grand bargain. According to Rudd, it is up to the United States to use this space as creatively as possible, while it lasts. While this is an appealing narrative, the report does not make?clear why Rudd believes this. Rudd also leaves the reader hanging when he asserts that China will become a more active participant in the reform of the global rules-based order and that it will bring a “new, forthright Chinese voice in the world.” It would have been helpful had the prime minister explained whether this voice will mean more Air Defense Identification Zones or more Asian Infrastructure Investment Banks or both. The implications for the region are vastly different.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

There are also some off-putting notes. Rudd begins by announcing that the Chinese economy will continue to thrive, noting: “Sorry, but on balance, the Chinese economic model is probably sustainable.” It is an awkward pronouncement that assumes that Americans want the Chinese economy to fail—something very few Americans, in fact, desire. (What Americans do want is a thriving Chinese economy that offers a fair and open trade and investment environment.)

While bold and fun to read, Rudd’s analysis of Xi’s presidency and the potential for significant new cooperation with the United States—should only the United States?seize the moment—ultimately falls short because it is difficult to find the evidence to support it. Xi may well have the political capital to strike a grand bargain, but Rudd’s faith in him notwithstanding, it remains unclear that he wants one.

The lack of demonstrable Chinese interest in a more accommodating regional security posture makes me initially sympathetic to the dominant theme of the Blackwill and Tellis report. As Blackwill and Tellis note, the current Chinese leadership has offered little indication—either in words or action—that it does not have as its endgame supplanting the United States as the regional hegemon. However, the report adopts such an uncompromising stance on any potential for the United States and China to find common ground that it loses me along the way. There is a built-in assumption that China necessarily wants to supplant the United States—not simply this regime at this moment in time. Such a deterministic understanding of Chinese politics and interests ignores ongoing debates within the country and the potential for new understandings to emerge

The recommendations (as in the Rudd report) run several pages, and for the most part, they represent a coherent strategy for the United States. Blackwill and Tellis have flipped the current hedging strategy from its emphasis on engagement with limited containment to containment with limited engagement. Much paper is devoted to strengthening military and economic ties with our allies. Still, it is difficult to understand, at times, how the containment and engagement will all work together—for example, “agreeing on enhanced security confidence-building measures between the two sides” while the United States establishes a new technology-control regime and levies an across-the-board tariff on Chinese economic goods in response to Beijing’s cyberattacks. Whatever its weaknesses, however, the report raises appropriate alarm bells concerning the challenge that many current Chinese economic and security behaviors pose for U.S. interests and the necessity of addressing them directly.

Ultimately, I thought the quietest piece—the one released with the least fanfare—was the most thought-provoking and compelling. Swaine offers a reasonably even-handed assessment of both the U.S. and PRC perspectives and tackles head on the problem that Beijing and Washington have concerning “clashing assumptions and beliefs about the requirements for continued order and prosperity in Asia.” He also identifies several very specific areas for potential cooperation, including the Korean Peninsula, Taiwan, and the management of maritime territorial disputes, and then proceeds to lay out how actual progress might be realized through various trade-offs. For example, he suggests that the United States halt arms sales to Taiwan in return for credible assurances by Beijing that it will not use force against Taiwan (except in the case of a dejure declaration of independence) and acceptance that unification would be peaceful and must involve the consent of people of Taiwan. One can agree or not with all of Swaine’s analysis or prescriptions, but in a much shorter piece, he takes the reader deeper and farther into understanding the challenges at hand and the potential roadmap for resolution.

Elizabeth C. Economy is?C.V. Starr Senior Fellow and Director for Asia Studies at the Council on Foreign Relations. She is an expert on Chinese domestic and foreign policy and U.S.-China relations and author of the award-winning book,?The River Runs Black: The Environmental Challenge to China’s Future.?This post appears courtesy of?CFR.org?and?Forbes?Asia.