New Leaders Forum

novomatic free online slots machine: Security and the Life Sciences

ตรวจ ลอตเตอรี่ แบบ กรอก,หุ้นเครดิต สวิส ร่วงลง 3.6% หลังจากบริษัทประกาศแผนปลดพนักงานอย่างน้อย 3,400 คนในช่วงเวลา 3 ปีข้างหน้าในอังกฤษและสวิตเซอร์แลนด์ ภายหลังจากเปิดเผยว่ากำไรสุทธิร่วงลงอย่างหนักในไตรมาส 3 ทั้งนี้ เครดิต สวิสระบุว่า กำไรสุทธิร่วงลงสู่ระดับ 779 ล้านฟรังก์สวิส (815 ล้านดอลลาร์) ในไตรมาส 3 จากระดับ 1.03 พันล้านฟรังก์ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมีสาเหตุจากภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยด้านวาณิชธนกิจ นอกจากนี้ ทางบริษัทยังเปิดเผยแผนออกหุ้นเพิ่มทุน เพื่อให้บริษัทสามารถระดมเงินทุนมากกว่า 6 พันล้านฟรังก์อนึ่ง เวลล์ โคราช เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่ใช้เปลือกไม้ และเศษไม้เป็นวัตถุดิบ มีกำลังการผลิต 9.9 เมกะวัตต์ ได้รับสัญญาสัมปทานขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) จำนวน 8 เมกะวัตต์ เป็นเวลา 5 ปี ต่อสัญญาได้ครั้งละ 5 ปี โดยโรงไฟฟ้าดังกล่าวได้เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์(COD) เมื่อเดือนก.ค.58 คาดว่าแต่ละเดือนจะทำรายได้ราว 20 ล้านบาท ซึ่งในปีหนึ่งๆ จะมีการหยุดเดินเครื่องเพื่อบำรุงรักษาราว 30 วัน, EU ไฟเขียวเงินกู้งวดใหม่ 3 พันล้านยูโรให้กรีซ เหตุคืบหน้าปฏิรูป、graal online era、HMPRO ซื้อ ราคาหุ้นมีจังหวะดีดตัวขึ้นต่อหลังพักตัวด้วยปริมาณการซื้อขาย สนับสนุนหนาแน่น สอดคล้องกับเครื่องมือ MACD ที่เป็นบวกตัด Signal ขึ้น มีโอกาสแกว่งตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง มีแนวต้านแรกบริเวณจุดสูงก่อนหน้าที่ 7.30 บาท ผ่านได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ 7.50 บาท 4.บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัดซึ่งเป็นบริษัทในเครือ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือTRUEนอกจากนี้ นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์, ดัชนีกิจกรรมการผลิตทั่วประเทศเดือนก.ย.จากเฟดชิคาโก, ยอดขายบ้านมือสองเดือนก.ย., ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนก.ย.จาก Conference Board และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนต.ค.ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 470-504 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 468 บาทกำหนดจุด stop loss เมื่อใกล้หลุด 7.70 บาท PTTEP ตั้ง สมพร ว่องวุฒิพรชัย ขึ้นนั่ง CEO มีผล 22 ต.ค.เป็นต้นไปS50Z15/912.50 สำหรับการประชุมเฟดครั้งต่อไปจะมีขึ้นในวันที่ 27-28 ต.ค.นี้ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นยุโรปเป็นไปอย่างคึกคักในช่วงสองวันมานี้ โดยนักลงทุนขานรับข่าวธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยและ RRR ซึ่งเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม ในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดี ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะเวลา 1 ปี และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะเวลา 1 ปีลง 0.25% สู่ระดับ 4.35% และ 1.50% ตามลำดับ โดยมีผลบังคับใช้ในวันเสาร์นี้ (24 ต.ค.)ทั้งนี้ ลูกค้าจะได้รับสิทธิพิเศษ 3 ชั้น คือ 1.รับสิทธิพิเศษหน้าโครงการตามเงื่อนไข เช่น ฟรีแอร์ ฟรีเฟอร์นิเจอร์ ฟรีเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือส่วนลดพิเศษสูงสุด 200,000 ล้านบาท 2.รับส่วนลดพิเศษเพิ่มอีก 2% และ 3.รับสิทธิลุ้นรับรางวัลใหญ่รถยนต์ Mercedes Benz CLA 250 และ Honda HR-V รวม 6 รางวัล มูลค่ารวมราว 9 ล้านบาท โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขายจากแคมเปญนี้ราว 2,000 ล้านบาท และจะรับรู้ภายในปีนี้ทั้งหมด ,หุ้นเครดิต สวิส ร่วงลง 3.6% หลังจากบริษัทประกาศแผนปลดพนักงานอย่างน้อย 3,400 คนในช่วงเวลา 3 ปีข้างหน้าในอังกฤษและสวิตเซอร์แลนด์ ภายหลังจากเปิดเผยว่ากำไรสุทธิร่วงลงอย่างหนักในไตรมาส 3 ทั้งนี้ เครดิต สวิสระบุว่า กำไรสุทธิร่วงลงสู่ระดับ 779 ล้านฟรังก์สวิส (815 ล้านดอลลาร์) ในไตรมาส 3 จากระดับ 1.03 พันล้านฟรังก์ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมีสาเหตุจากภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยด้านวาณิชธนกิจ นอกจากนี้ ทางบริษัทยังเปิดเผยแผนออกหุ้นเพิ่มทุน เพื่อให้บริษัทสามารถระดมเงินทุนมากกว่า 6 พันล้านฟรังก์ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นมาตรวัดสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเทียบกับอีกหกสกุลเงินหลัก เพิ่มขึ้น 0.76% ที่ระดับ 97.114 ในช่วงท้ายของการซื้อขายในวันศุกร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในสัปดาห์หน้า ขณะที่มีการคาดการณ์กันว่า BOJ จะประกาศกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ซึ่งจะส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอีก โดยเฟดมีกำหนดการประชุมในวันที่ 27-28 ตุลาคมนี้ ส่วนการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นจะมีขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคมแนวโน้มการลงทุนในสัปดาห์หน้า เชื่อว่าดัชนีฯคงจะแกว่งไซต์เวย์คล้ายคลึงกับสัปดาห์นี้ แต่ในช่วงกลางสัปดาห์อาจจะคึกคักจากการประชุมเฟด ดังนั้นสัปดาห์หน้าคงจะไปโฟกัสเรื่องผลประกอบการที่ทยอยออกมา ซึ่งก็คงจะเลือกเล่นเป็นรายตัว อาทิหุ้นที่มองว่าน่าลงทุนเป็นหุ้นในกลุ่มก่อสร้าง, ท่องเที่ยว และสายการบิน เป็นต้น พร้อมให้แนวรับ 1,412-1,400 จุด ส่วนแนวต้าน 1,420-1,435 จุด สำหรับพีทีจี กรีน เอ็นเนอยี่ ซึ่งเป็นบริษัทลูกในการดำเนินธุรกิจพลังงานทดแทนอย่างเต็มรูปแบบ ได้ลงนาม MOU กับโรงไฟฟ้าจำนวน 3 แห่ง แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวลจำนวน 2 โรงตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกำลังการผลิตสูงสุดโรงละ 9.9 เมกะวัตต์สำหรับการประชุมเฟดครั้งต่อไปจะมีขึ้นในวันที่ 27-28 ต.ค.นี้。

MACD ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยในแดนบวก เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือแนวโน้มลงต่อเนื่อง RSI ปรับตัวเพิ่มขึ้นเข้าใกล้ระดับ 70ความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางจีนมีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณว่าจะใช้กระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซนมากขึ้นนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระบุในการแถลงข่าวหลังการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ECB จะทำการทบทวนในเดือนธ.ค.เพื่อพิจารณาว่าจะมีการดำเนินการเพิ่มเติมหรือไม่เพื่อกระตุ้นเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำในขณะนี้ การแถลงดังกล่าวของนายดรากีมีขึ้น หลังจากที่ ECB ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ 0.05%ดังนั้นประเมินราคาทองโลกด้านเทคนิคราคาเริ่มฟื้นตัวขึ้น จากแนวรับขาขึ้นเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันหลังพักตัวช่วงสั้นๆ จากการขึ้นมาจบรูปแบบ W-SHAPE ขณะที่ช่วงของการพักตัวเป็นการพักฐานในช่วงแขนรูปแบบขึ้น BULLISH FLAG ขณะที่การแกว่งตัวหลักยังเป็นแนวโน้มขึ้น ค่าสัญญาณทางเทคนิคที่เป็นบวก ทำให้ราคามีแนวโน้มปรับตัวขึ้นรอบใหม่ตามแนวโน้มขึ้นหลักที่ยังคงอยู่ โดยให้แนวรับ 1,150-1,145 เหรียญต่อทรอยออนซ์ และแนวต้าน 1,200 1,205 เหรียญต่อทรอยออนซ์ ,JAS มูลค่าการซื้อขาย 3,197.79 ล้านบาท ปิดที่ 5.55 บาท เพิ่มขึ้น 0.05 บาทดอลลาร์ที่แข็งค่าทำให้น้ำมันดิบ ซึ่งกำหนดราคาซื้อขายเป็นสกุลเงินดอลลาร์ มีราคาแพงขึ้นและน่าดึงดูดน้อยลงสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่นๆ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นมาตรวัดสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเทียบกับอีกหกสกุลเงินหลัก เพิ่มขึ้น 0.76% ที่ระดับ 97.114 ในช่วงท้ายของการซื้อขายในวันศุกร์สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่าสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค.อ่อนตัว 1 ดอลลาร์ หรือ 0.09% ปิด (22 ธ.ค.) ที่ระดับ 1,166.10 ดอลลาร์/ออนซ์,สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค.บวก 12.7 เซนต์ ปิดที่ 15.837 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค.เพิ่มขึ้น 5.8 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,012.90 ดอลลาร์/ออนซ์,ด้านเทคนิคบล.โกลเบล็ก ระบุว่า แนะนำ ซื้อเก็งกำไร หุ้น DAII แนวรับ 5.35 แนวต้าน 5.65, 6.10 Cut loss 5.00 กราฟกำลังฟอร์มตัวรูป W Shape โดยราคาหุ้นกำลังทดสอบแนวต้านจุดกึ่งกลางตัว W หากผ่านไปได้มีโอกาสทดสอบแนวต้านที่ 6.10 บาทเพื่อจบรูปแบบกลับตัว(+) วันที่ 23 ต.ค.58 รายงาน PMI ภาคอุตสาหกรรมเดือนต.ค. ล่วงหน้าของ Eurozone และ US : ล้วนถูกคาดว่าจะปรับลดลงเล็กน้อย แต่ยังสูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัว"GFPT มีเป้าหมายเบื้องต้นอยู่ที่ 10.40 บาท",อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นนิวยอร์กลดช่วงลบ ซึ่งช่วยให้ดัชนีดาวโจนส์และดัชนีตัวอื่นๆปรับตัวลงในกรอบที่จำกัด เนื่องจากนักลงทุนขานรับผลประกอบการที่สดใสของบริษัทรายใหญ่ รวมถึงบริษัทโบอิ้ง โค โดยหุ้นโบอิ้งปิดตลาดพุ่งขึ้น 1.6% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 25% สู่ระดับ 1.7 พันล้านดอลลาร์ หรือ 2.47 ดอลลาร์ต่อหุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 2.22 ดอลลาร์ต่อหุ้นkTBZ15/17.6510.90 11.80 เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ เตรียมยื่นไฟลิ่งก.ล.ต.ปลายปีนี้ หวังเข้าเทรด mai ต้นปีหน้าอย่างไรก็ตาม จากความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจจีนหลังการรายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนขยายตัวช้าลงในไตรมาส 3 ของปีนี้โดยขยายตัวเพียง 6.9% เมื่อเทียบรายปีซึ่งปรับตัวต่ำกว่า 7% เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 6 ปีจะดึงดูดให้มีแรงซื้อกลับเข้ามาในทองคำอีกครั้งเพื่อลดความเสี่ยง ขณะที่กระแสคาดการณ์ที่ว่า FEDยังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยล่าสุดนางเจเน็ตเยลเลนประธาน FED ไม่ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ หรือนโยบายการเงินในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ที่กรุงวอชิงตันดี.ซี.ซึ่งยังคงสร้างความไม่แน่นอนในเรื่องดอกเบี้ยยังเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ,19.30 น. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์,นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระบุเมื่อวานนี้ว่า ECB จะทำการทบทวนในเดือนธ.ค.เพื่อพิจารณาว่าจะมีการดำเนินการเพิ่มเติมหรือไม่เพื่อกระตุ้นเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำในขณะนี้ การแถลงดังกล่าวของนายดรากีมีขึ้น หลังจากที่ ECB ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์เมื่อคืนนี้ นิกเกอิปิดเช้าบวก 11.55 จุด รับความหวัง BOJ ผ่อนคลายการเงินระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 3.60-4.08 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 3.58 บาท。

The recent announcement that scientists created a version of H5N1 influenza virus has implications for Asia.

An important research finding in the life sciences has galvanized and divided the international scientific and security communities. The creation of a version of H5N1 influenza virus (bird flu) that can be transmitted by respiratory droplets or aerosol between mammals raises hopes that a vaccine can be made – and fears that humans will speed up the process by which this new virus will be unleashed. Research has been suspended while scientists debate the proper course to take. But any solution must be part of a larger regional effort to address biosafety and biosecurity concerns.

The H5N1 virus first appeared in Asia nearly a decade and a half ago, and has since spread around the world.  In that time, the disease has been reported in 576 human cases and there have been 339 deaths. The human fatality rate for H5N1 ranges from 30 percent to 80 percent; experts consider this “one of the most virulent known human infectious diseases.” At present, the disease is only spread by contact with live birds. Scientists fear that the virus could mutate and become susceptible to human-to-human transmission, which could trigger a pandemic on the scale of the 1918-19 outbreak of Spanish flu (H1N1) that killed as many as 40 million people. Late last year, two research teams created an H5N1 virus in the laboratory that could spread in such a manner. 

This isn’t the first such “breakthrough.” In 2001 scientists created recombinant mousepox (knowledge that could be applied to smallpox); a year later, the polio virus was chemically synthesized (which means the virus was created from scratch without a natural template by using a DNA sequence available online); and in 2005, scientists reconstructed the 1918 Spanish flu virus.

The possibility of the misuse of such research for bioterrorism and crimes, as well as accidental exposure of those agents to humans, animals and plants, was highlighted by the U.S. National Research Council, including the Fink Committee report in 2004 and the Lemon-Relman Committee report in 2006.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This time, however, the U.S. National Advisory Board for Biosecurity (NSABB) recommended that the papers (introducing the research findings to the public) not be fully published; instead, the basic results should be provided without methods or detailed results.  The government passed those recommendations on to the scientists and the journals to which they had submitted their research.

Those scientists, and some colleagues, responded with a letter published last month in the two journals, arguing that the research is crucial to public health efforts, but agreed that the controversy justified a 60-day suspension of research so that the entire scientific community could debate the issue.  An international conference on the topic is scheduled to be held this week at the World Health Organization (WHO).

This case has powerful implications for the Asia-Pacific region, which is home to rapidly developing life science industries that are working to solve problems in public health, medicine, energy development, agriculture, and national security. In 2010, a global market research firm, Frost & Sullivan, reported that Asia-Pacific healthcare revenue represented 23.2 percent of the global market ($247 billion) in 2009, and could reach a 40 percent share by 2015. Ensuring freedom in scientific research and attracting cutting-edge scientists are essential components of the region’s efforts to develop life science research.

Our concerns are broader than the oversight or censorship of scientific research. Enhancing safety and security within and beyond laboratories is critical to preventing the accidental release of pathogens/toxins or their intentional use for illicit purposes. The world doesn’t care if a pandemic is natural or manmade. In addition to the human cost, the economic consequences could be huge: the World Bank estimated that an influenza outbreak in East Asia on the scale of the 2002-3 SARS outbreak could cost $800 billion a year. 

There are two priorities for regional security efforts. The first is immediate capacity-building and coordination in the overarching sectors of public health, disaster relief, and biodefense to enhance preparedness and response in the case of a disease outbreak (whether it’s manmade or natural). It’s important to note the unique nature of biodefense, where “medicine” plays the most significant role, and opens the door to unique forms of collaboration among public health and disaster relief efforts.

The second priority is long-term education and awareness raising policies to promote responsible conduct in life science research. This will provide the basis for wider engagement of life scientists in the effort to strengthen biosafety and biosecurity architecture beyond laboratories (including oversight, intelligence, national legislation of relevant international agreements, and export controls).

A key element of this agenda is sharing best practices among regional states in the development of biodefense capacity and collaboration with public health sectors. This work could be initiated at the bilateral level via existing regional security partnerships. For example, the U.S.-Japan Security Consultative Committee of defense and foreign ministers (the “2+2 process”) has a “Defense Working Group against CBRN Weapons” (CDWG) that could provide a model for other countries or even be expanded to larger groups.

Elevating bilateral/trilateral efforts to the regional level will be challenging. An “easy” opportunity exists, however.

When the ASEAN Defense Ministers’ Meeting (ADMM-Plus) was inaugurated in October 2010, the group targeted nontraditional security issues as the most viable area for functional cooperation. Among its priorities was capacity building relating to natural disaster management:  a Working Group on Military Medicine was set up and the group is to be co-chaired by Singapore and Japan until 2013 in cooperation with ASEAN Regional Forum.

The ARF has been working on biological threat reduction in cooperation with the WHO, which extends opportunities for further coordination between regional defense frameworks and public health frameworks. From the public health sector, the Regional Committee for the Western Pacific of the WHO agreed on resolution WPR/RC56.R4 — Asia Pacific Strategy for Emerging Diseases — in an effort to enhance regional capacity against infectious diseases. A possible plan was outlined that establishes the organization’s linkage with “those who handle deliberate release of biological, chemical and radiological/nuclear agents, if appropriate.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

For the second agenda item, there are growing efforts to raise awareness of biosecurity and biosafety issues among life scientists. The United States has the NSABB. The Science Council of Japan established a committee last year on dual-use issues in the life sciences to raise awareness of these issues. Biosafety and biosecurity associations in the Philippines, Indonesia and Singapore are key players in the Asia-Pacific Biosafety Association (A-PBA). The A-PBA is a member association of the International Federation of Biosafety Associations that works closely with the U.S. Cooperative Threat Reduction.

There are many opportunities for national security and public health agencies of regional governments to play individual roles and build international partnerships on these issues. For regional security stakeholders, the debate over and action plans to deal with H5N1 research should go beyond oversight of scientific research and be considered part of the embryonic efforts to enhance regional biosecurity. 

 

Masamichi Minehata is a research fellow at the University of Bradford in the U.K. and nonresident SPF Fellow at the Pacific Forum CSIS. Since 2008 he has worked for the UK Prime Minister’s Initiative to promote international biosecurity education, in cooperation with the National Defense Medical College of Japan. Brad Glosserman is executive director of Pacific Forum CSIS, where this article originally appeared.