The Debate

ตรวด สลาก วัน ที่ 1 สิงหาคม 63: Politics and Climate Change

best y8 games,สรุปหุ้น 10 อันดับแรกที่มีผลดันดัชนีภาคเช้า (26 ต.ค.)กลยุทธ์ สั้นๆ Follow Buy เหนือ 11.10 บาทกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภาวะการค้าระหว่างประเทศในเดือน ก.ย.58 การส่งออกมีมูลค่า 18,816 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ติดลบ 5.51% จากตลาดคาดติดลบ 7.6% ขณะที่นำเข้า 16,022 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ติดลบ 26.20% ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุล 2,794 ล้านเหรียญสหรัฐฯทั้งนี้มีสาเหตุมาจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลงตั้งแต่ปลายปี 2557 ส่งผลให้การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้า ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม และรายได้จากสัมปทานปิโตรเลียม ต่ำกว่าประมาณการ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจปี 2557 ที่ชะลอตัวลง และเศรษฐกิจในปี 2558 ยังไม่ฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ กระทบต่อการประกอบการของภาคธุรกิจ ดังนั้นในปีงบประมาณ 2559 กระทรวงการคลังได้บริหารจัดการโดยให้รัฐวิสาหกิจและทุนหมุนเวียนต่างๆ นำส่งสภาพคล่องส่วนเกินความจำเป็นเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน กูรูเชียร์ซื้อ 4 หุ้น Market Cap ใหญ่รับประโยชน์จากการขยาย QE ญี่ปุ่น-ยุโรป5.โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ระยะทาง 23.6 กม. แบ่งเป็นสถานียกระดับ 7 สถานี และสถานีใต้ดิน 10 สถานี มีแผนจะเริ่มก่อสร้างปี 2560 เปิดให้บริการปี 2563, 6.โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันตก ช่วงตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรมฯ ระยะทาง 16.4 กม. ประกอบด้วย สถานีใต้ดิน 11 สถานี มีแผนจะเริ่มก่อสร้างปี 2560 และเปิดให้บริการปี 2565, 7.โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงสมุทรปราการ-บางปู และ 8.โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงคูคต-ลำลูกลา ซึ่ง รฟม. มีแผนจะนำเสนอขออนุมัติก่อสร้างโครงการในปี 2559 และเริ่มก่อสร้างโครงการปี 2561 โดยกำหนดเปิดให้บริการปี 2565 กูรูเชียร์ซื้อ 4 หุ้น Market Cap ใหญ่รับประโยชน์จากการขยาย QE ญี่ปุ่น-ยุโรปแท่งเทียนแกว่งตัวเหนือSMA5วันได้มั่นคงพร้อมกลับตัวขึ้นด้วยแท่งเทียนสีขาวยาวที่ปิดเหนือจุดสูงแท่งเทียนก่อนหน้า เป็นสัญญาณเริ่มต้นของการแกว่งตัวทิศทางขาขึ้น การปรับตัวมีแนวรับสำคัญ 3.70 เป็นจุดพิจารณาหลัก แนวต้าน 3.82 / 3.96-4.00 มีโอกาสทดสอบผ่านสำนักข่าวอินโฟเควสท์ รายงานตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวกและลบในการซื้อขายภาคบ่ายวันนี้ โดยหุ้นจีนฟื้นตัวขึ้นภายหลังจากที่มีแรงเทขายเข้ามา แต่รักลงทุนก็ยังคงกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่อ่อนตัวลงของจีนJAS ปิดที่ 5.55 บาท เพิ่มขึ้น 0.05 บาท,นอกจากนี้ EIA ระบุว่า สต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 219.8 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 900,000 บาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล ลดลง 2.6 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 145 ล้านบาร์เรล เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล สำหรับอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น 0.4% สู่ระดับ 86.4% ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 0.3%, PTTEP ตั้ง สมพร ว่องวุฒิพรชัย ขึ้นนั่ง CEO มีผล 22 ต.ค.เป็นต้นไป การลงทุนตามแผนบางโครงการใช้เวลา 1 ปีบ้าง 2 ปีบ้าง 3 ปีบ้าง แล้วแต่โครงการ โครงการใหญ่ๆ มีทั้งคลัง LNG เฟส 2 ท่อส่งก๊าซฯ โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน และแผนอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งเป็นการลงทุนในระยะสั้น นายประพนธ์ กล่าว SET Index มาถึงเป้าหมาย 1,432 จุดแล้ว ช่วงบ่ายอาจมีอ่อนตัวบ้าง ในระยะสั้น 1-2 วันข้างหน้า เชื่อว่าจะไม่ต่ำกว่า 1,420 จุด ก่อนจะฟื้นเพื่อไปทดสอบ 1,440 จุด กระทรวงพาณิชย์ เผยยอดส่งออกเดือน ก.ย.2558 มีมูลค่า 18,816 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 5.51% ถือเป็นการปรับลดลง 9 เดือนติดต่อกัน และส่งผลให้ยอดการส่งออกในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.- ก.ย.58) มีมูลค่า 161,563 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 4.98% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 16,022 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 25.2% ทำให้ยอดการนำเข้าในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ย.58) มีมูลค่า 153,805 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 10.5% โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ไทยยังคงเกินดุลการค้าอยู่ 7,758 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาพการส่งออกที่ยังย่ำแย่ รวมไปถึงการนำเข้าที่หดตัวค่อนข้างแรง (การนำเข้าที่ลดลงอาจเกิดจากสาเหตุราคาน้ำมันที่ต่ำกว่าช่วงเดียวกันกับปีก่อนค่อนข้างมาก) อาจทำให้รัฐบาลต่องเร่งดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้ GDP Growth ปีนี้เติบโตในระดับ 2.7-3.0% และปี 2559 ที่ระดับ 3 3.5%DTAC28C1602A +26.1% (DTAC +5.0%)、สรุปภาวะตลาดภาคเช้า : SET เปิดกระโดดและทรงตัว SET ได้แรงหนุนตกค้างจากที่ตลาดปิดทำการเมื่อวันศุกร์ และมี Surprise ด้านบวก 2 เรื่องเข้ามา ได้แก่ ECB เล็งเพิ่มวงเงิน QE และจีนลดดอกเบี้ย+RRR ส่ง SET เปิดกระโดด และขึ้นมาเคลื่อนไหวบริเวณ 1430 จุด ส่วนประเด็นอื่น ไม่มีนัยต่อตลาดเช้านี้นัก ได้แก่ PTTEP เปิดกระโดดลงก่อนฟื้นตัว แม้งบฯ Q3/58 จะขาดทุนมาก แต่ตลาดมองไปข้างหน้าถึงการฟื้นตัวใน Q4/58 ส่วนตัวเลขส่งออกไทยในก.ย. หดตัวต่อ แต่น้อยกว่าคาด ทั้งนี้ SET ปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 1427.35 จุด, +11.21 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายเพิ่มขึ้นมาที่ระดับ 2.4 หมื่นลบ. กลุ่มหลักหนุนตลาดปิดบวก โดยพลังงาน, ICT และแบงก์ ปิดบวก +1.7%, +1.1% และ +0.3% ตามลำดับ ด้านตลาดภูมิภาคบวกขึ้นต่อโดย DW บนหุ้น INTUCH ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นมาเป็น 2.8% ของมูลค่าการซื้อขาย DW ทั้งหมด จาก 0.9% ในวันพุธ นอกจากนี้ ยังมี DW บนหุ้น JAS และ TRUE อีกด้วย สำหรับ DW28 ที่เกี่ยวข้อง เช่น INTU28C1602A JAS28C1602B และ TRUE28C1601Aดังนั้นจึงยังต้องจับตาในไตรมาส 4/58 ว่าทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกับเงินบาทจะเป็นอย่างไร ถ้าหากอยู่ในทิศทางทรงตัว ก็จะทำให้บริษัทมีกำไรใกล้เคียงกับปีก่อนที่มีกำไรราว 88.96 ล้านบาท。

โดยมองว่าประเทศไทยมีแนวโน้มการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นทุกปี จากข้อมูลการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายในปี 57 มีปริมาณ 75.8 ล้านตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้น 0.8% โดยภาคอุตสาหกรรมนับว่ามีการใช้พลังงานสูงสุด ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปในช่วง 8 เดือนแรกปีนี้ก็เติบโตราว 2.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นการเพิ่มขึ้นของการใช้ในกลุ่มน้ำมันดีเซล และเบนซิน ขณะที่การใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) และก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์(NGV) ลดลง หลังราคาน้ำมันนตลาดโลกปรับตัวลดลงแนวรับ : 10.55 และ 10.50,ขณะที่คาดกำไรปกติไตรมาส 4 ปี 58 ยังดีต่อเนื่อง และจะเป็นจุดสูงสุดของปี และคาดปี 2559 กำไรปกติจะทำจุดสูงสุดใหม่ เนื่องจาก SMPC มีคำสั่งซื้อรองรับไว้ล่วงหน้าแล้ว และคาดว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตในไตรมาส 4/58 จะพุ่งขึ้นเป็น 85% 90% จากไตรมาส 3/58 ที่อยู่ที 76% ส่งผลบวกต่อรายได้ และอัตรากำไรขั้นต้น ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นทั้งจากไตรมาสกส่อน และจากปีก่อน โดยเราคาดกำไรปกติในไตรมาส 4/58 จะดีสุดของปี、ตรวจ ราง สลากกินแบ่ง、สำหรับงวด 9 เดือน ธนาคารมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร จำนวน 21,724 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 13.70 จากระยะเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ ธนาคารได้กันสำรองเพิ่มเติมจำนวน 10,300 ล้านบาท โดยในไตรมาส 3 ธนาคารได้กันสำรองเพิ่มอีก 6,700 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินสำรองเพิ่มเติมสำหรับลูกหนี้อุตสาหกรรมเหล็ก ขนาดใหญ่ นอกเหนือจากการกันสำรองตามปกติเดือนละ 700 ล้านบาท ส่งผลให้ธนาคารและบริษัทย่อยตั้งสำรองรวมจำนวน 21,692 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 59.69 ซึ่งเป็นแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง เพื่อรองรับความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจทั้งในประเทศและนอกประเทศ อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาการบินจากที่ FAA ได้เข้ามาตรวจสอบพบข้อบกพร่อง 6 ข้อ ซึ่งมี 35 หัวข้อย่อย ได้ดำเนินการแก้ไขเรียบร้อยตามแผนที่ได้มีการยื่นไว้กับ FAA แล้วคำแนะนำทางกลยุทธ์ ซื้อเก็งกำไร และรับเพิ่มหากย่อลงมาที่ 2.58 โดยมีแนวรอขายทำกำไรแถว 2.76 และ 2.86,สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ได้มีการเปิดเผยเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสองในเดือนก.ย.พุ่งขึ้นสู่ระดับ 5.55 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นอันดับ 2 ในรอบ 8 ปี ยอดขายบ้านที่ทะยานขึ้นได้รับผลบวกจากอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำ และอุปสงค์ในตลาดนักบริหารเงิน เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 35.60 บาท/ดอลลาร์ จากเย็นวันพฤหัสบดีที่ 22 ต.ค.ที่ปิดตลาดที่ระดับ 35.62 บาท/ดอลลาร์。 ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 121.40 เยน จากระดับ 119.95 เยน แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 0.9795 ฟรังค์ จากระดับ 0.9737 ฟรังค์ และแข็งค่าขึ้นแตะ 1.3183 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.3101 ดอลลาร์แคนาดาด้านเทคนิคบล.โกลเบล็ก ระบุว่า แนะนำ ซื้อเก็งกำไร หุ้น DAII แนวรับ 5.35 แนวต้าน 5.65, 6.10 Cut loss 5.00 กราฟกำลังฟอร์มตัวรูป W Shape โดยราคาหุ้นกำลังทดสอบแนวต้านจุดกึ่งกลางตัว W หากผ่านไปได้มีโอกาสทดสอบแนวต้านที่ 6.10 บาทเพื่อจบรูปแบบกลับตัว** SET ครึ่งเช้าปิด 1,415.09 จุด ลบ 0.71 จุด มูลค่าการซื้อขาย 16,356 ล้านบาท **สัญญาน้ำมันดิบร่วงลงหลังจาก EIA เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 16 ต.ค. พุ่งขึ้น 8 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 476.6 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน และปรับขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 3.5 ล้านบาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคุชชิ่ง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบน้ำมัน ลดลง 78,000 บาร์เรล สู่ระดับ 54.1 ล้านบาร์เรลสำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.1006 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.1337 ดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายวันก่อน ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.5323 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.5389 ดอลลาร์สหรัฐ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.7211 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7212 ดอลลาร์สหรัฐอย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นนิวยอร์กลดช่วงลบ ซึ่งช่วยให้ดัชนีดาวโจนส์และดัชนีตัวอื่นๆปรับตัวลงในกรอบที่จำกัด เนื่องจากนักลงทุนขานรับผลประกอบการที่สดใสของบริษัทรายใหญ่ รวมถึงบริษัทโบอิ้ง โค โดยหุ้นโบอิ้งปิดตลาดพุ่งขึ้น 1.6% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 25% สู่ระดับ 1.7 พันล้านดอลลาร์ หรือ 2.47 ดอลลาร์ต่อหุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 2.22 ดอลลาร์ต่อหุ้น ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศอัดฉีดเม็ดเงินมูลค่า 1.055 แสนล้านหยวน เข้าสู่ระบบการเงิน ผ่านทางโครงการเงินกู้ระยะกลาง (MLF) เก็งกำไร HMPRO อีกบริษัทที่คาดว่าจะได้รับผลดีจากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ: มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าธรรมเนียมจดจำนอง ค่าโอน ผ่อนคลายเกณฑ์ในการปล่อยกู้ และการซื้อบ้านหลักแรกราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทสามารถนำไปหักภาษีได้ นอกจากเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มอสังหาฯ โดยตรง (แนะนำ ซื้อ PS) แล้ว HMPRO เป็นอีกบริษัทที่ได้รับผลบวกจากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ โดยเราคาดการณ์กำไร HMPRO ปีนี้ที่ 3.5 พันล้านบาท +4% y-y และจะเร่งตัวขึ้นในปี 2016 เป็น 4 พันล้านบาท หรือ +15% y-y โดยถ้าประเมินทางเทคนิคมีเป้าหมายที่ 7.3/7.9 และถัดไปที่ 8.35-8.50 บาทภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นยุโรปเป็นไปอย่างซบเซา เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนที่จะทราบผลการประชุม ECB ในวันนี้ ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ECB จะไม่ปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินในการประชุมครั้งนี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการแถลงของนายมาริโอ ดรากี ประธาน ECB หลังการประชุม เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้การขยายวงเงิน หรือขยายเวลาในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)สำหรับแบรนด์ ส.ขอนแก่น ได้เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 1984 โดยครอบครัวรุจิราโสภณ ในชื่อบริษัท อุตสาหกรรมอาหาร ส.ขอนแก่น จำกัด ซึ่งได้เริ่มต้นด้วยการจัดหาผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปจากจังหวัดขอนแก่นไปจำหน่ายที่กรุงเทพฯ โดยวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตและได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค จึงได้มาก่อตั้งโรงงานที่จังหวัดสมุทรปราการเพื่อผลิตสินค้าป้อนให้แก่ผู้บริโภค ต่อมาได้นำบริษัทเข้าระดมทุนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อรองรับแผนงานขยายธุรกิจอาหารพื้นเมืองส่งออกไปยังตลาดโลก พร้อมเริ่มรุกขยายธุรกิจอาหารทะเล เช่น ลูกชิ้นปลา。

Newt Gingrich and Mitt Romney seems to have cooled on climate change. Do they mean what they say, or said?

Earlier this month, the Doomsday Clock – popularized by the graphic novel Watchmen – was moved a minute closer to midnight, leaving it set at five minutes to midnight, or “Doomsday.”

This isn’t the closest it has been (that was back in 1953, when the United States and Soviet Union tested thermonuclear devices and the clock was set at 11:58 pm). But at a time of growing international concern over Iran’s nuclear program – and the announcement by Iran that it won’t “grin and bear” newly tightened sanctions and the EU decision to ban the import of Iranian oil – the decision to move the clock is interesting.

What is also interesting, though, is that Iran wasn’t one of the biggest factors driving the latest change. Earlier today, I spoke with Kennette Benedict, executive director of the Bulletin of the Atomic Scientists, the magazine established by Manhattan Project scientists in 1945 that created the Doomsday Clock.

The full transcript from my interview with her will be available online later this week for Diplomat Brief newsletter subscribers, but two of the issues she said were of most concern were the failure of the United States and Russia to significantly reduce their nuclear arsenals, and climate change.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Climate change hasn’t always been a factor in setting the clock’s hands, but was introduced as a consideration in 2007.

“As we consulted with climate scientists and others we began to understand the enormity that the world faces in disruption of climate, and the possibility that we might get to the point of runaway climate change,” she told me.

“We’re mindful of the coming fresh water scarcity, and the possibility of wars being fought over them – wars with nuclear weapons.”

Two nuclear-armed states that she may well have had in mind are India and Pakistan. The Economist ran a sobering piece in November noting that the head of Pakistan’s armed forces, Gen. Ashfaq Kayani, has cited water as justification for his “India-centric” military posture.

“Others take it further. ‘Water is the latest battle cry for jihadis,’ says B.G. Verghese, an Indian writer,” The Economist reported. “‘They shout that water must flow, or blood must flow.’ Lashkar-e-Taiba, a Pakistani terror group, likes to threaten to blow up India’s dams. Last year a Pakistani extremist, Abdur Rehman Makki, told a rally that if India were to ‘block Pakistan’s waters, we will let loose a river of blood.’”

As I suggested at the weekend, one of the foreign policy yardsticks for measuring the seriousness of the Republican presidential candidates could be their position on climate change. Jon Huntsman, for example, took a brave stand last year in saying he trusted climate scientists. (Former?) frontrunner Mitt Romney, meanwhile, had a sounder record as Massachusetts than he than he now wants to take credit for.

Which brings me to the other front runner – Newt Gingrich.

“It’s no secret that Republican presidential contender Newt Gingrich has had a soft spot for climate change in the past,” Mother Jones notes. “He sat on a couch with Nancy Pelosi talking about how we can all work together to solve global warming. He even wrote a book about our collective obligation to care for the planet, the sequel to which is currently in the works.”

Sadly, Gingrich appears to himself have developed a case of the flip-flops. Fast forward a few years to the Iowa caucus campaign and he was keen to reassure gathered voters that global warming “hasn’t been totally proven” and that even if it were, he would still oppose a cap-and-trade solution to combat carbon emissions.

You’d hope that with two nuclear-armed rivals breathing down each other’s parched throats, that a candidate for the most powerful office in the world might have a strong enough incentive not to downplay the challenge global warming poses to international security.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This is one of those cases where voters should hope the politician doesn’t actually mean what he says.