New Leaders Forum

fifa55 hot.net: Security and the Life Sciences

ลงทะเบียนฟรี casino online, ARIP ตั้งเป้าปีนี้พลิกมีกำไร หลังปรับองค์กรภายในเน้นกลยุทธ์ 3 ธุรกิจหลักมองว่า LHBANK จะยังคงมีการเติบโตที่โดดเด่นได้อีกหลายปี แต่เมื่อเทียบราคาหุ้นในปัจจุบันกับราคาพื้นฐานที่ 1.78 บาท มีส่วนต่างที่ลดต่ำลง ทางฝ่ายจึงปรับลดคำแนะนำลงมาเป็น ทยอยซื้อ จากเดิมที่แนะนำ ซื้อ โดยจะทยอยรับเข้ามาตั้งแต่มี.ค. แต่ในระหว่างนี้สายการบินนกแอร์ก็จะเช่าชาร์ตเตอร์ไฟลท์ของสายการบินอื่น คือ สายการบินไทย , สายการบินไทยสมายล์ และสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ออกไปอีกจนถึงวันที่ 22 ก.พ.นี้เพื่อเคลียร์ปัญหาภายในให้เรียบร้อยก่อน สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย อัตราว่างงานเดือนม.ค.ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ 6% จากธ.ค.ที่ 5.8% โดยปรับตัวขึ้นมากกว่าคาดการณ์ 5.8% เพราะการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียเริ่มลดน้อยลง ส่วนตัวเลขการจ้างงานเดือนม.ค.ปรับตัวลดลง 7,900 รายจากเดือนธ.ค. ตรงข้ามกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 13,000 ราย, SCN พุ่งเกือบ 4% โบรกฯมองการขยายกำลังผลิต-ควบรวมกิจการหนุนกิจการเติบโตสำหรับผลการดำเนินงานในปี 58 บริษัทคาดว่าจะมีรายได้เติบโต 5-10% จากปี 57 ที่รายได้รวมอยู่ที่ 2.3 พันล้านบาท ขณะที่ 9 เดือนแรกปี 58 มีรายได้แล้ว 1.8 พันล้านบาท ขณะที่ปัจุจบันบริษัทไม่มีหนี้ระยะยาว มีแต่หนี้การค้า และมีกระแสเงินสดเพียงพอในการดำเนินธุรกิจทุกปี รวมถึงมีการจ่ายปันผลในอัตราที่สูงกว่านโยบายด้วยคำแนะนำของ ASLถือหรือซื้อระยะสั้นเมื่อยืน 1,280 แนวต้าน 1,298-1,300 / 1,315แนวต้าน : 1300 และ 1310,แม้ว่าบริษัทจะได้รับประประโยชน์ระยะยาวจากการซื้อกิจการครั้งนี้ แต่สถานะทางการเงินของบริษัทอาจได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างเงินทุนที่ใช้ในการทำธุรกรรมนี้ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างเงินทุนและแผนการลดภาระหนี้สินของบริษัทยังไม่มีข้อสรุปในขณะนี้、fifa55hd plus、วันนี้เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ เนื่องจากไม่มีปัจจัยที่มีผลสำคัญต่อค่าเงินมากนัก เป็นเพียงแรงซื้อแรงขายตามปกติ ซึ่งคาดว่าตลาดรอดูรายงานการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ที่จะออกมาในคืนนี้,ขณะเดียวกันตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศปลดเครื่องหมาย H ของหลักทรัพย์ PLANB ในเวลา 11.15 น.ของวันนี้ หลังจากที่บริษัทได้แจ้งมติคณะกรรมการเกี่ยวกับอัตราการจ่ายเงินปันผลและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องแล้วมองจังหวะการฟื้นตัวของสินทรัพย์ปลอดภัย (Risk-free Asset) น่าจะเป็นเพียงแค่ภาพ Correction ในระยะสั้น ส่วนภาพระยะยาว ภายใต้แนวโน้มของดอกเบี้ยขาลงทั่วโลก ผลตอบแทนของพันธบัตรที่เกือบเป็น 0 หรือติดลบ สินทรัพย์เสี่ยง (Risky Asset) จะยังคงเป็นทางออกสำหรับกระแสการทำ Asset Allocation โดย US Dollar ยังคงมีแนวโน้มถูก Take profit และกระแสเงินจะยังคงไหลเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยงไปอย่างน้อยก็จนถึงการประชุมของ Fed ในกลางเดือน มี.ค.ในส่วนการเจรจาเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ- ท่าพระ ขณะนี้รัฐบาลได้เปลี่ยนรูปแบบการลงทุนเป็นแบบ Net Cost คือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน จากเดิมที่มีมติคณะรัฐมตรี (ครม.) ใช้รูปแบบ Gross Cost ที่รัฐลงทุนเอง ดังนั้น จะต้องให้ยกเลิกมติครม.เดิม และเจรจาตรงกับผู้เดินรถเดิมคือ BEM (เดิมบมจ.รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BECL)) ตามที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ให้ความเห็น โดยจะดำเนินการตามพ.ร.บ.ร่วมทุนฯปี 56 และให้เข้าเป็นโครงการพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) จากนั้นจะจัดตั้งคณะกรรมการมาตรา 13 มาเจรจากับ BEM ทั้งนี้คาดว่าจะได้ข้อยุติภายในครึ่งแรกปี 59ส่วนปัจจัยสำคัญที่อาจมีอิทธิพลและมีผลกระทบต่อฐานะการเงินหรือผลการดำเนินงานของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต เนื่องจากบริษัทประกอบธุรก จการลงทุนโดยการเข้าถือหุ้นในบริษัทอื่น ดังนั้นปัจจัยที่ มีผลต่อฐานะการเงินหรือ ผลการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญของบริษัทที่ เข้าลงทุน จึงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อบริษัทด้วยดัชนี SET อยู่ที่ 1,296.44 จุด +7.97 จุด +0.62% ปริมาณซื้อขาย 24,278 ลบ.คำค้นBRENTOPECWTIตลาดน้ำมัน บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320。 ยูโรอ่อนแรงลงเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ หลังจากรายงานการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประจำวันที่ 21 ม.ค. บ่งชี้ว่า กรรมการ ECB มีความกังวลต่อภาวะผันผวนของตลาดการเงิน และแนวโน้มที่ซบเซาของเศรษฐกิจจีน และตลาดเกิดใหม่STOP LOSS สถานะ Short ถ้า ITDH16 ปรับตัวเพิ่มขึ้นทะลุผ่าน 6.65 กลับขึ้นไปTVT ราคาสร้างฐานฟอร์มรูปแบบ W แถว 1.76 ก่อนจะพลิกตัวไต่ระดับเหนือกลุ่มเส้นเฉลี่ยล่าสุดข้ามผ่าน neck line ด้วย Vol. ที่หนาแน่น ขณะที่ MACD ไต่ระดับเหนือค่าเฉลี่ยตัวเอง และอยู่ในแดนบวกสะท้อนโอกาสที่ราคาจะแกว่งตัวเข้าทดสอบระดับดีดตัวถัดไป2) High Dividend Yield มองดอกเบี้ยต่ำทั่วโลก: ADVANC INTUCH (ประกาศปันผล 2.47 บาท/หุ้น) KTB รวมถึง REIT/INFRA อย่าง CPNRF BTSGIF。

ธนาคารกลางอินโดนีเซียปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง จับตาการประชุม กนง. ปลาย มี.ค.นี้ : การประชุมของคณะกรรมการกำกับนโยบายการเงินของ ธ.ประเทศไทย หรือ กนง ในวันที่ 23 มี.ค.2559 ที่จะถึงนี้ เป็นสิ่งที่ต้องจับตาว่า กนง. จะตัดสินใจเกี่ยวกับดอกเบี้ยอย่างไร หลังภาคการส่งออกยังไม่กระเตื้องขึ้น และค่าเงินกลับมาแข็งค่ากว่า 2% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา บวกกับมีแรงกดดันจากแนวโน้มการใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายทั่วโลก (วานนี้อินโดนีเซียปรับดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% สู่ระดับ 7.00%) CPALL อ่อนลง 0.61% รอลุ้นผลสรุปจุดยืนสมาคมบลจ.วันนี้กรณีปรับแผนลงทุนทั้งนี้ บริการ AOT Free WiFi by TrueMove H เปิดให้ใช้บริการได้ฟรี 2 ชั่วโมงใน 1 วัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพียงเลือกโครงข่าย AOT Free WiFi by TrueMove H จากนั้น ลงทะเบียนเพื่อขอรับ Username และ Password ด้วยเลขที่บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต (สำหรับชาวต่างชาติ) นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย มั่นใจได้ว่าจะไม่พลาดการติดต่อทุกที่ทุกเวลา ด้วยบริการ WiFi by TrueMove H ที่ปัจจุบันครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 100,000 จุดทั่วประเทศ และบริการทรูมูฟ เอช 4G/3G บนเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดและครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด ,โดยในปี 2559 คาดการณ์ว่าภาวะเศรษฐกิจจะมีการเติบโตดีขึ้นกว่าปี 2558 เนื่องจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายเพื่อการลงทุนของภาครัฐ ทางด้านภาวะอุตสาหกรรมคาดว่าจะมีการแข่งขันเพิ่มขึ้นในด้านคุณภาพและการนำเสนอคอนเทนต์ใหม่ๆ โดยเอไอเอสคาดว่ารายได้จากการให้บริการ (ที่ไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่าย) จะคงที่จากปีที่ผ่านมา เนื่องจากการหยุดให้บริการ 2G ขณะเดียวกันเอไอเอสสามารถให้บริการ 4G บนคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ที่ได้รับใบอนุญาตเมื่อ พ.ย. 2558 โดยได้ขยายโครงข่าย 4G ไปแล้วถึง 42 จังหวัดและคาดว่าจะขยายโครงข่ายให้ครอบคลุม 77 จังหวัดหรือครอบคลุมประชากรร้อยละ 50 ได้ภายในสิ้นปีนี้ INTUCH กำไรปี 58 เพิ่มขึ้น 9% มาที่ 1.61 หมื่นลบ. ใจดีแจกปันผล 2.47 บ./หุ้น, TCC ลุยตั้ง 2 บริษัทย่อย ทุนจดทะเบียนรวม 325 ลบ.ส่วนการเดินรถไฟฟ้าจากสถานีบางซื่อถึงสถานีเตาปูน 1 สถานีนั้น บริษัทได้เจรจากับรฟม.แล้วว่า จะรับจ้างเดินรถชั่วคราว 2 ปี จากเดิมเสนอรับจ้าง 1 ปี ซึ่งกลุ่ม CK จะลงทุนระบบติดตั้งการเดินรถให้ก่อน วงเงิน 600 ล้านบาทและใช้เวลาติตตั้งระบบเดินรถ 15 เดือน และได้รับเงินค่าจ้างเดินรถปีละ 50 ล้านบาท โดยหาก BEM ได้เป็นผู้เดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย จะนำเงินลงทุนส่วนนี้รวมในเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายด้วย และจะสั่งซื้อรถไฟฟ้ารองรับเส้นนี้ประมาณ 28 ขบวน แต่ถ้าไม่ได้เดินรถรัฐบาลจะต้องจ่ายคืนทั้งนี้ ปี 58 ผลการดำเนินงานที่ออกมานั้นถือว่าเป็นไปตามคาด หลังจากที่บริษัทได้เดินตามแนวทาง ธุรกิจที่ได้วางไว้ทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นการเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าเดิม รวมทั้งเดินหน้ารับงานใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น จากภาครัฐและเอกชน รวมถึงขยายตลาดต่างประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ให้บริษัทมากยิ่งขึ้น และต่อจากนี้บริษัทยังคงมุ่งขยายธุรกิจในทุกภาคส่วนให้ขยายตัวโดยคาดว่าจะได้ แรงหนุนจากงานภาครัฐอย่างงานเมกะโปรเจ็กต์ที่ชัดเจนขึ้น ส่วนต่างประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องทั้งนี้ หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลง โดยหุ้นเดวอน เอนเนอร์จี ร่วงลง 3.1% หุ้นมาราธอน ออยล์ คอร์ป ดิ่งลง 6.5% หุ้นอานาดาร์โค ปิโตรเลียม ร่วงลง 8.5% และหุ้นนิวฟิลด์ เอ็กซ์พลอเรชัน ดิ่งลง 8.6%, หุ้นกลุ่มสินค้าผู้บริโภคร่วงลง หลังจากบริษัทวอลมาร์ทปรับลดคาดการณ์ยอดขายในปีนี้ โดยหุ้นวอลมาร์ทร่วงลง 3% หุ้นโครเกอร์ ดิ่งลง 3.5% และหุ้นฮอร์เมล ฟู๊ดส์ คอร์ป ร่วงลง 3.6%,ดัชนี SET ช่วงเช้าปิดลบ 1,282.07 (-7.29 จุด,-0.57%) เคลื่อนไหวในกรอบ 1,276 1,288 มูลค่าการซื้อขาย 23,520 ลบ. เรียงลำดับมูลค่าการซื้อขายรายกลุ่มได้ ดังนี้ BANK ENERG TRANS CONMAT ICT COMM ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดอื่นในภูมิภาคที่ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง [Nikkei225 -1.61%][KOSPI -0.29%][HSI -0.50%][SSE +0.21%][TAIEX +0.03%] โดยได้รับผลกระทบจาก ราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง กดดันหุ้นในกลุ่มพลังงาน ผสานกับแรงขายในหุ้นกลุ่มแบงค์ กดดันให้ดัชนี ร่วงลงจากจุดสูงสุดที่ 1,288.、 DELTA คาดกำไรสุทธิ-ยอดขายปี 59 นิวไฮต่อเนื่องนอกจากนี้บริษัทได้ประกาศจ่ายปันผลงวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค. 2558 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2558 เป็นเงินสดจำนวน 0.27 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผลในวันที่ 11 เม.ย. 2559 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 3 พ.ค. 2559หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นตามราคาน้ำมัน นำโดยหุ้นเชฟรอน คอร์ป พุ่งขึ้น 4.1% หุ้นคอนโซล เอนเนอร์จี และหุ้นเซาท์เวสเทิร์น เอนเนอร์จี ต่างก็พุ่งขึ้นกว่า 11%, หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้น โดยหุ้นไมโครซอฟท์ คอร์ป และหุ้นเฟซบุ๊ก อิงค์ พุ่งขึ้นอย่างน้อย 2.6% ขณะที่หุ้นไมครอน เทคโนโลยี ปรับขึ้น 5.7% และหุ้นอินเทล คอร์ป ดีดตัวขึ้น 2.4% ขณะที่นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ ซึ่งรวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์, ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจเดือนก.พ.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนม.ค.ทั้งนี้ การทำธุรกรรมในครั้งนี้จะแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม 2559 โดยจะต้องได้รับอนุมัติจากมติที่ประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทที่จะจัดขึ้นในวันที่ 21 มีนาคม 2559 เสียก่อน และเมื่อการทำธุรกรรมดังกล่าวแล้วเสร็จ บริษัทจะต้องทำการเสนอซื้อหุ้นสามัญส่วนที่เหลือทั้งหมดจากผู้ถือหุ้นรายอื่นของบริษัทบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ต่อไปทยอยซื้อสะสมและ Follow Buy เต็มพอร์ตเหนือ 254.00 บาทบริษัทบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เป็นหนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจห้างค้าปลีกสินค้าอุปโภคและบริโภคในประเทศไทยซึ่งเปิดดำเนินงานในปี 2518 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2535 สำหรับปี 2558 บริษัทบิ๊กซี ซูเปอร์ เซ็นเตอร์มีรายได้ประมาณ 129,000 ล้านบาทและมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายเกือบ 13,000 ล้านบาทสัญญาน้ำมันดิบ WTI ดีดตัวขึ้นทันทีที่มีการแถลงว่าอิหร่านจะให้ความร่วมมือในเรื่องดังกล่าว หลังจากที่ก่อนหน้านี้อิหร่านได้แสดงท่าทีว่าจะไม่สนับสนุนแผนการจำกัดการผลิตน้ำมัน เพราะอิหร่านต้องการเพิ่มการผลิตเพื่อชดเชยจำนวนที่ขาดหายไปในช่วงที่ถูกนานาชาติคว่ำบาตร ขณะที่นักลงทุนจับตาดูรายงานสต็อกน้ำมันประจำสัปดาห์ซึ่งสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยในวันนี้ เวลา 23.00 น.ตามเวลาไทยBANPU(BANPU TB; THB 15.90) ซื้อ MACD ปรับตัวลดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยหลังจากทดสอบระดับ 0 เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มลงปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือแนวโน้มขึ้น RSI ฟื้นตัวเหนือระดับ 40UV มีเป้าหมายแรกอยู่ที่ 6.85 บาท และมีเป้าหมายเบื้องต้นอยู่ที่ 7.75 บาท (จุด Stop Loss อยู่ที่ 5.90 บาท)ส่วนปัจจัยสำคัญที่อาจมีอิทธิพลและมีผลกระทบต่อฐานะการเงินหรือผลการดำเนินงานของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต เนื่องจากบริษัทประกอบธุรก จการลงทุนโดยการเข้าถือหุ้นในบริษัทอื่น ดังนั้นปัจจัยที่ มีผลต่อฐานะการเงินหรือ ผลการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญของบริษัทที่ เข้าลงทุน จึงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อบริษัทด้วยSTPI ปิด 11.60 +0.70 +6.42%。

The recent announcement that scientists created a version of H5N1 influenza virus has implications for Asia.

An important research finding in the life sciences has galvanized and divided the international scientific and security communities. The creation of a version of H5N1 influenza virus (bird flu) that can be transmitted by respiratory droplets or aerosol between mammals raises hopes that a vaccine can be made – and fears that humans will speed up the process by which this new virus will be unleashed. Research has been suspended while scientists debate the proper course to take. But any solution must be part of a larger regional effort to address biosafety and biosecurity concerns.

The H5N1 virus first appeared in Asia nearly a decade and a half ago, and has since spread around the world.  In that time, the disease has been reported in 576 human cases and there have been 339 deaths. The human fatality rate for H5N1 ranges from 30 percent to 80 percent; experts consider this “one of the most virulent known human infectious diseases.” At present, the disease is only spread by contact with live birds. Scientists fear that the virus could mutate and become susceptible to human-to-human transmission, which could trigger a pandemic on the scale of the 1918-19 outbreak of Spanish flu (H1N1) that killed as many as 40 million people. Late last year, two research teams created an H5N1 virus in the laboratory that could spread in such a manner. 

This isn’t the first such “breakthrough.” In 2001 scientists created recombinant mousepox (knowledge that could be applied to smallpox); a year later, the polio virus was chemically synthesized (which means the virus was created from scratch without a natural template by using a DNA sequence available online); and in 2005, scientists reconstructed the 1918 Spanish flu virus.

The possibility of the misuse of such research for bioterrorism and crimes, as well as accidental exposure of those agents to humans, animals and plants, was highlighted by the U.S. National Research Council, including the Fink Committee report in 2004 and the Lemon-Relman Committee report in 2006.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This time, however, the U.S. National Advisory Board for Biosecurity (NSABB) recommended that the papers (introducing the research findings to the public) not be fully published; instead, the basic results should be provided without methods or detailed results.  The government passed those recommendations on to the scientists and the journals to which they had submitted their research.

Those scientists, and some colleagues, responded with a letter published last month in the two journals, arguing that the research is crucial to public health efforts, but agreed that the controversy justified a 60-day suspension of research so that the entire scientific community could debate the issue.  An international conference on the topic is scheduled to be held this week at the World Health Organization (WHO).

This case has powerful implications for the Asia-Pacific region, which is home to rapidly developing life science industries that are working to solve problems in public health, medicine, energy development, agriculture, and national security. In 2010, a global market research firm, Frost & Sullivan, reported that Asia-Pacific healthcare revenue represented 23.2 percent of the global market ($247 billion) in 2009, and could reach a 40 percent share by 2015. Ensuring freedom in scientific research and attracting cutting-edge scientists are essential components of the region’s efforts to develop life science research.

Our concerns are broader than the oversight or censorship of scientific research. Enhancing safety and security within and beyond laboratories is critical to preventing the accidental release of pathogens/toxins or their intentional use for illicit purposes. The world doesn’t care if a pandemic is natural or manmade. In addition to the human cost, the economic consequences could be huge: the World Bank estimated that an influenza outbreak in East Asia on the scale of the 2002-3 SARS outbreak could cost $800 billion a year. 

There are two priorities for regional security efforts. The first is immediate capacity-building and coordination in the overarching sectors of public health, disaster relief, and biodefense to enhance preparedness and response in the case of a disease outbreak (whether it’s manmade or natural). It’s important to note the unique nature of biodefense, where “medicine” plays the most significant role, and opens the door to unique forms of collaboration among public health and disaster relief efforts.

The second priority is long-term education and awareness raising policies to promote responsible conduct in life science research. This will provide the basis for wider engagement of life scientists in the effort to strengthen biosafety and biosecurity architecture beyond laboratories (including oversight, intelligence, national legislation of relevant international agreements, and export controls).

A key element of this agenda is sharing best practices among regional states in the development of biodefense capacity and collaboration with public health sectors. This work could be initiated at the bilateral level via existing regional security partnerships. For example, the U.S.-Japan Security Consultative Committee of defense and foreign ministers (the “2+2 process”) has a “Defense Working Group against CBRN Weapons” (CDWG) that could provide a model for other countries or even be expanded to larger groups.

Elevating bilateral/trilateral efforts to the regional level will be challenging. An “easy” opportunity exists, however.

When the ASEAN Defense Ministers’ Meeting (ADMM-Plus) was inaugurated in October 2010, the group targeted nontraditional security issues as the most viable area for functional cooperation. Among its priorities was capacity building relating to natural disaster management:  a Working Group on Military Medicine was set up and the group is to be co-chaired by Singapore and Japan until 2013 in cooperation with ASEAN Regional Forum.

The ARF has been working on biological threat reduction in cooperation with the WHO, which extends opportunities for further coordination between regional defense frameworks and public health frameworks. From the public health sector, the Regional Committee for the Western Pacific of the WHO agreed on resolution WPR/RC56.R4 — Asia Pacific Strategy for Emerging Diseases — in an effort to enhance regional capacity against infectious diseases. A possible plan was outlined that establishes the organization’s linkage with “those who handle deliberate release of biological, chemical and radiological/nuclear agents, if appropriate.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

For the second agenda item, there are growing efforts to raise awareness of biosecurity and biosafety issues among life scientists. The United States has the NSABB. The Science Council of Japan established a committee last year on dual-use issues in the life sciences to raise awareness of these issues. Biosafety and biosecurity associations in the Philippines, Indonesia and Singapore are key players in the Asia-Pacific Biosafety Association (A-PBA). The A-PBA is a member association of the International Federation of Biosafety Associations that works closely with the U.S. Cooperative Threat Reduction.

There are many opportunities for national security and public health agencies of regional governments to play individual roles and build international partnerships on these issues. For regional security stakeholders, the debate over and action plans to deal with H5N1 research should go beyond oversight of scientific research and be considered part of the embryonic efforts to enhance regional biosecurity. 

 

Masamichi Minehata is a research fellow at the University of Bradford in the U.K. and nonresident SPF Fellow at the Pacific Forum CSIS. Since 2008 he has worked for the UK Prime Minister’s Initiative to promote international biosecurity education, in cooperation with the National Defense Medical College of Japan. Brad Glosserman is executive director of Pacific Forum CSIS, where this article originally appeared.