A New Japan

shufflemaster blackjack: A New Japan?

fifa55one,พร้อมคาดว่ามาร์จิ้นในปีนี้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากราคาพลาสติกที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมัน และค่าเงินบาทอ่อนค่ามาอยู่ที่ 35 บาท/ดอลลาร์、 SET ปิดขยับลง 4 จุด PTT ซื้อขายสูงสุด 3.69 พันลบ.โดยนายวสันต์ อิทธิโรจนกุล กรรมการผู้จัดการ PIMO เปิดเผยว่า บริษัทมีความยินดีและขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่ให้ความสนใจและเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในบริษัท ซึ่งบริษัทก็หวังว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนแบบนี้ตลอดไป และในฐานะผู้บริหารจะพยายามรักษาผลการดำเนินงานให้มีความโดดเด่นและเติบโตต่อเนื่องต่อไปในอนาคต มองดัชนีมีแนวโน้มทรงตัวในภาคบ่าย จากมุมมองเชิงเทคนิคตลาดสามารถยืนได้ที่แนวรับระดับ 1,387 จุด สำหรับระยะกลางมองโมเมนตัมลบมีโอกาสส่งให้ SET ลงไปทดสอบ Low รอบก่อนที่ระดับ 1,375 จุด สำหรับระยะสั้น มองหุ้นที่น่าสนใจในการซื้อสวนดัชนี คือกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง โดยมองปัจจัยที่กระทบตลาดเป็นปัจจัยภายนอกประเทศ แต่ปัจจัยหลักของกลุ่มนี้อยู่ที่เม็ดเงินภาครัฐASL SECURITIES STEC/22.40 แท่งเทียนยกตัวขึ้นมาได้พอควร พร้อมสัญญาณซื้อจาก Modi. Sto. น่าจะหนุนให้ราคา CFRESH ตั้งบ.ย่อย 10 ลบ.เพื่อบริหารเงินให้บริษัทในเครือโดยผลการดำเนินงานที่มีกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีรายได้จากธุรกิจโทรทัศน์เพิ่มขึ้น รวมถึงไตรมาส 2 เป็นช่วงไฮซีซั่นของการใช้โฆษณา ส่งผลให้บริษัทสามารถขายโฆษณาได้มากขึ้น DEMCO โชว์กำไร Q2 โต 56% หลังรายได้จากการขาย-บริการพุ่ง จ่อปันผล 0.125 บ./หุ้นขณะที่ ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีผลขาดทุนสุทธิ 277.49 ล้านบาท หรือขาดทุนสุทธิ 0.01 บาทต่อหุ้น ขาดทุนเพิ่มขึ้น 78.86% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 155.15 ล้านบาท หรือขาดทุนสุทธิ 0.01 บาทต่อหุ้น,ทั้งนี้ รถโดยสารไฟฟ้านั้นมีอายุการใช้งานนานถึง 20 ปี ซึ่งถ้าพูดถึงความคุ้มค่าเรื่องอายุการใช้งานมีมากกว่ารถโดยสารที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซลอย่างแน่นอน ส่วนรถที่ใช้ NGV นั้นค่อนข้างใกล้เคียงกัน ดังนั้น หากมีการวางแผนเรื่องของระบบการชาร์ทไฟของรถโดยสารไฟฟ้าให้อยู่ในช่วง Off Peak ก็จะทำให้ต้นทุนถูกลงได้อีก?ขณะที่ความเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นั้น ปรับตัวในทิศทางเดียวกันกับตลาดหลักทรัพย์อื่น ๆ ในโลก สำหรับผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจจริงนั้น ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินในขณะนี้ตัดขาดทุน 47.50 บาท 52.00 บาท Break ได้ข้างบนจะโล่งมากนอกจากนี้ บริษัทมีแผนขยายการลงทุนเพิ่มอีกปีละ 5 สาขาภายใน 5 ปี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างมองหาพันธมิตรร่วมทุนต่างประเทศ โดยสนใจประเทศตุรกี อินเดีย อเมริกา จีน และแม็กซิโก เพื่อเพิ่มแหล่งที่มาของรายได้ และกระจายความเสี่ยงการลงทุน สร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับบริษัทและผู้ถือหุ้นในอนาคต ซึ่งล่าสุดมีพันธมิตร 2-3 รายสนใจติดต่อเข้ามา อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้ข้อสรุปในเรื่องของรูปแบบการลงทุน ซึ่งต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway down มีแนวรับหลักอยู่แถวๆ 300-293 บาทระยะสั้นอาจแกว่งในกรอบระหว่าง 300-320 บาทก่อน แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 290 บาท ดัชนี 1,388.77 เปลี่ยนแปลง -19.55 จุด มูลค่าการซื้อขาย 26,416 ลบ.ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 2.92 พันล้านบาท หรือ 0.61บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2.47พันล้านบาท หรือ 0.54บาทต่อหุ้น INTUCH ดูดี! กำไร Q2/58 โต 17% มาที่ 4.09 พันลบ. นายจิรเทพ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงกรณีที่จีนได้ประกาศกำหนดค่าเงินหยวนที่อ่อนลงเทียบกับเงินดอลลาร์ว่า ธปท. ได้ติดตามพัฒนาการตลาดการเงินในประเทศอย่างใกล้ชิด โดยยังไม่พบการทำธุรกรรมที่ผิดปกติ ตลาดการเงินในประเทศเคลื่อนไหวสอดคล้องกับตลาดการเงินในภูมิภาค ขณะที่ความเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นั้น ปรับตัวในทิศทางเดียวกันกับตลาดหลักทรัพย์อื่น ๆ ในโลก สำหรับผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจจริงนั้น ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินในขณะนี้TOP ราคาปิด 47.50 。

ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีผลขาดทุนสุทธิ11.35 ล้านบาท หรือขาดทุนสุทธิ 0.005 บาทต่อหุ้น เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 14.57 ล้านบาท หรือขาดทุนสุทธิ 0.008 บาทต่อหุ้นRes 8.75 / Sup 8.20,บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/58 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 422.68 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.07308 บาทต่อหุ้น เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ผลขาดทุนสุทธิ 15.3 ล้านบาท หรือขาดทุนสุทธิ 0.00265 บาทต่อหุ้น INTUCH เตรียมแจกปันผล 2.40 บ./หุ้น XD 24 ส.ค.นี้,ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 122.05 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.33 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 97.71 ล้านบาท หรือมีกำไรต่อสุทธิ 0.35 บาทต่อหุ้นASL SECURITIES "สำหรับในครึ่งปีหลังบริษัทยังมีรายได้ที่รอรับรู้ (Backlog) เหลืออยู่อีก 20,508 ล้านบาท พร้อมทั้งมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย (Active Projects) ณ สิ้นเดือนมิ.ย. 58 จำนวน 181 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 8 หมื่นล้านบาท จึงมั่นใจว่าในปีนี้บริษัทจะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างแน่นอน",SAPPE, TUF, WORK, BEAUTY, SVI มีกำไร 2Q15 ดีกว่าคาด: ผลการดำเนินงาน 2Q15 ของ SAPPE (ต้าน 30.0) TUF (ต้าน 19.5) BEAUTY (4.56) WORK (ต้าน 41/44) และ SVI (ต้าน 4.90) ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกขาดทุนสุทธิ 148.31 ล้านบาท หรือขาดทุน 0.24 บาทต่อหุ้น จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 118.69 ล้านบาท หรือ 0.19 บาทต่อหุ้นสำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่าสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย.ลดลง 1.07 ดอลลาร์ ปิด (13 ส.ค.) ที่ 42.23 ดอลลาร์/บาร์เรลส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย.ที่ตลาดลอนดอน ลดลง 44 เซนต์ ปิดที่ 49.22 ดอลลาร์/บาร์เรล、โดยBJMP-TH จะจำหน่ายหุ้นใน BJMP-Lao จำนวนทั้งสิ้น 327,000 หุ้น มูลค่า หุ้นละ 78,000 กีบ คิดเป็นร้อยละ 100 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของ BJMP-Lao คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 3.27 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 115.79 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยนที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 35.41 บาท) ดอลล์ดีดขึ้นรับคาดการณ์เฟดขึ้นดบ.หลังยอดค้าปลีกสดใส PRECHA ร้อนแรง! ไตรมาส 2 พลิกกำไร-มีรายได้จากขายบ้านจัดสรร แหล่งข่าววงการตลาดทุนรายหนึ่งเปิดเผยกับข่าวหุ้นออนไลน์ว่า เช้านี้เกิดกระแสข่าวลือเกี่ยวกับ นายบี เตชะอุบล ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ บริษัท อุตสาหกรรม อีเล็คโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ EIC เตรียมซื้อหุ้น EIC ทั้งหมดจากที่ถืออยู่ 30%ราคาปิด : 2.30。

Naoto Kan calls for a new Japan to emerge from the crisis, and we revamp our Japan blog in agreement.

This blog you’re reading used to be called Tokyo Notes. That might have been my choice, a fairly bland name for a blog we’ve always found a little difficult to position. Tokyo Notes was blessed with some fine writers, but covering Japan policy has always been somewhat dispiriting.

For two decades, Japan has been mired in the quicksand of torpor. The reasons have been well covered. During the 1990s, the nation struggled with a debt hangover, the morning after the party that was the late 1980s. In the 2000s, the problem was more pernicious: a population decline that has nearly every business in a state of constant overcapacity, stifling investment and growth.

In essence, the same policies that turbocharged Japan’s postwar industrialization—women as the welfare state, neo-mercantilism, coddled industries, close government-industry ties—have shot it to the very forefront of the post-industrial world, a country dominated by an inefficient services sector, with no organic population growth and minimal immigration, and powerful vested interests strongly resistant to change.

The landslide victory of the Democratic Party of Japan (DPJ) in 2009 was a false hope. Rather than splitting national politics into conservative and progressive camps, which might have encouraged real debate about Japan’s future, the DPJ is still really an ideologically schizophrenic grouping formed by disaffected politicians from the Liberal Democratic Party, the party that held power in Japan for most of the postwar era and whose only real skill in opposition has been to uncover mini-scandals that distract DPJ powerbrokers.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

And so, our writers were left to cover a revolving-door of feckless political leaders, some of whom shouldn’t have been allowed to paint the Kantei, let alone inhabit it. Rarely has the government of the day been able to muster a response to Japan’s challenges other than massive fiscal spending, a necessary but not complete response and now anyway unsustainable. Increasingly, it seemed that Japan needed a crisis to shake itself awake.

But even the most frustrated observer would surely never have wished for the crisis that did come. At 2:46 pm on Friday, March 11, a time destined to become a JFK moment for a generation of Japanese, one of the largest earthquakes ever recorded struck the northeast of the country. Japan now confronts a national tragedy of almost unbearable proportions: thousands dead, many more still missing, families torn apart, whole towns gone, industries destroyed, and an ongoing nuclear crisis that threatens the future of a huge swathe of its most populous region.

This tragedy is still very much a humanitarian issue, and the situation at the Fukushima I Nuclear Power Plant isn’t yet under control. But already the Japanese people have displayed a calm stoicism in the face of disaster that reminds those of us who live here of what we admire about this land and its people.

Japanese Prime Minister Naoto Kan, who actually does understand the need for reform, has called for a ‘new Japan’ to emerge from the tragedy. The people calmly trying to reassemble shattered lives in Tohoku deserve nothing less.

It is in that spirit that The Diplomat, a Tokyo-based publication, has decided to revamp its Japan blog. In empathy with Kan’s call, we’re calling it ‘A New Japan.’ Cheesy? You bet. But at least now we no longer have trouble positioning this blog. It’s very early days and we’ll be watching developments at Fukushima closely, and commenting on the unfolding of the tragedy. We know that part of the story is yet to be told. But we hope that ultimately this blog will be about the recovery and rebirth of a nation.

James Pach is the publisher of The Diplomat and the founder of Trans-Asia Inc., a Tokyo-based translation and investor relations company.

 

Are you a Japanese or Japan-based writer who shares this sentiment? If so, drop us a line. We’re putting together a small team of dedicated bloggers who can do justice to Japan's story.