The Debate

playboy slot: The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay

ตรวจ หวย สลากกินแบ่ง รัฐบาล งวด 16 ก ค 2563,ทั้งนี้สหพันธ์พลาธิการและการจัดซื้อของจีน (CFLP) และสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีนในเดือนพ.ย.ลดลงแตะ 49.6 จาก 49.8 ในเดือนต.ค. ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตของจีนปรับตัวย่ำแย่ลงระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 3.50-4.10 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 3.48 บาท โดยในวันนี้ (30 พ.ย. 58) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลมีคำสั่งว่า เมื่อวิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งโจทย์และจำเลยแล้ว ปรากฎว่ามีการลงข้อความตามคำฟ้องเผยแพร่ในหน้าเว็บเพจเฟสบุ๊คของจำเลยที่ 3 และในหน้าเว็บไซด์ของจำเลยที่ 1, 2,4 และจำเลย 5 ดังกล่าวมาลงโฆษณาในเว็บไซด์ของจำเลยที่ 1, 2 และจำเลยที่ 3-8 เป็นกรรมการของจำเลยที่ 1, 2, 9และจำเลย 10 เป็นบรรณาธิการข่าวออนไลน์มีหน้าที่ตรวจสอบเนื้อหาและข้อความข่าวก่อนลงโฆษณา จึงถือได้ว่าจำเลยทั้ง 10 มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำตามคำฟ้องของโจทย์ คดีโจทย์จึงมีข้อมูลตามกฎหมายให้ประทับฟ้องพิจารณาต่อไป โดยศาลนัดตรวจสอบพยานหลักฐานในวันที่ 25 ม.ค. 2559 VGI จับมือพันธมิตรขายสื่อโฆษณา LCD ในคอนโดฯตั้งเป้า 3 ปีรายได้ 100 ลบ.,ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 59 คาดว่าจะดีกว่าปีนี้ จากการที่รัฐบาลมีนโยบายเชิงรุกผลักดันการลงทุนต่างๆ และการสร้างผลประโยชน์ให้แก่นักลงทุนเพื่อให้เกิดการลงทุนในประเทศมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยแนวรับ : 2.02 1.95 SYNEX บวกสวนตลาด Q4 กำไรโต ยอดขายสมาร์ทโฟน HUAWEI แรง!สำหรับการประชาสัมพันธ์ในระยะถัดไปจะเริ่มตั้งแต่ 1 มี.ค.59 เพื่อขยายวงกว้างไปสู่สื่อโฆษณารูปแบบต่างๆ ได้แก่ สื่อบิลบอร์ดทางด่วน จอแอลอีดี สื่อณ.สถานีการคมนาคมต่างๆ เช่น สื่อรถเมล์ จอที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทีวีสถานีรถขนส่งหมอชิต จอแอลอีดีที่สถานีรถไฟหัวลำโพง รวมถึงจอทีวีในห้องน้ำ และศูนย์อาหารต่างๆ ในห้างสรรพสินค้า สำหรับการเปลี่ยนหมายการรับชมช่อง 8 โดยการใช้เลข 27 เลขเดียวนั้น มั่นใจว่าไม่ส่งผลกระทบต่อเรตติ้งอย่างแน่นอน เนื่องจากพฤติกรรมคนดูเลือกรับชมที่คอนเทนต์ใช่และชอบเป็นหลักสำหรับกองทุนเพิ่มขีดความสามารถและการแข่งขันในอุตสาหกรรมเป้าหมายทั้ง 10 กลุ่มนี้ จะช่วยในการดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย หลังจากบางประเทศ เช่น มาเลเซีย ไอร์แลนด์ มีการตั้งกองทุนในลักษณะนี้และสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้ดี โดยให้แรงจูงใจในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องภาษี อัตราดอกเบี้ย หรือเงินให้เปล่า เป็นต้น ,นายสามารถ ฉั่วศิริพัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ DNA เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ บริษัทพี.บี.แอนด์ เค.เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด ผู้เชี่ยวชาญงานสื่อโฆษณาเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนในการดำเนินธุรกิจสื่อประชาสัมพันธ์ภายนอกที่อยู่อาศัย Out of home media ซึ่งถือเป็นการเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้กับบริษัทและเป็นการเดินตามแผนทางธุรกิจในการขยายกิจการของ DNA ที่จะก้าวเข้าสู่ธุรกิจ Media ในอนาคตอีกด้วย9.50 9.65 บล.บัวหลวง ระบุในบทวิเคราะห์ (30 พ.ย.) คาดผลประกอบการในไตรมาส 4 ปี 2558 จะสามารถเติบโตได้ดีทั้งจากไตรมาสเดียวกันในปีก่อน และไตรมาสก่อน โดยได้ปัจจัยหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจาก Product Mixed ที่เน้นกลุ่มลูกค้าองค์กรมากกว่าปีที่แล้ว และค่าใช้จ่ายด้าน SG A มีแนวโน้มลดลงจากไตรมาส 3 ปี 2558 เนื่องจากบางส่วนที่จ่ายในไตรมาส 3 ปี 2558 เป็นค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงอุปกรณ์ที่เป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียว (one-off) หุ้นยุโรปปิดบวกรับคาดการณ์อีซีบีกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มโดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างรอหนังสือยืนยันการยกเลิกโครงการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติของ ขสมก. ซึ่งหากมีการยืนยันออกมาแล้วบริษัทก็จะร่วมกับผู้ถือหุ้นรายย่อยเพื่อที่จะฟ้องร้อง ขสมก. เกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทยืนยันว่าจะมีส่วนร่วมในการเข้าประมูลโครงการจัดซื้อรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าแน่นอน หาก ขสมก. มีการเปิดประมูลตรวจ หวย สลากกินแบ่ง รัฐบาล งวด 16 ก ค 2563。 สำหรับปัจจุบัน TPCH มีโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลที่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้เรียบร้อยแล้ว 2 โครงการ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าชีวมวลช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ (CRB) และโรงไฟฟ้าชีวมวลแม่วงศ์ เอ็นเนอยี่ (MWE) โดยจำหน่ายกระแสไฟฟ้าได้รวม 20 เมกะวัตต์ ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างมีทั้งหมด 4 โครงการและมีกำลังการผลิตรวมจำนวน 40 เมกะวัตต์ทั้งนี้ KTC ตั้งเป้าหมายจำนวนสมาชิกใหม่ในปี 59 ที่ 546,000 ราย แบ่งเป็นสมาชิกบัตรเครดิต 400,000 ราย และสินเชื่อส่วนบุคคล 146,000 ราย โดยศูนย์การค้าแห่งใหม่ล่าสุดจากซีพีเอ็นที่ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ Bangkok Escape โมเดลใหม่จากการรีเฟรชแบรนด์ เซ็นทรัลเฟสติวัล โดยมีลูกค้ามาใช้บริการวันแรกอย่างคึกคักสำหรับกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จะเสนอขายนั้น เป็นผู้ประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังน้ำในลาว ซึ่งมีบริษัทไทยเข้าไปร่วมทำธุรกิจด้วย ส่วนอีกหนึ่งกองทุนเป็นของบริษัทในประเทศเวียดนาม ซึ่งคาดว่าเห็นการยื่นไฟลิ่งในระยะเวลาใกล้ๆกัน แต่การจะเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯนั้น ทางตลาดหลักทรัพย์ฯจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบโดยเฉพาะในเรื่องมาตรฐานบัญชีเพื่อป้องกันความเสี่ยงให้กับนักลงทุนไทย จากปัจจุบันมี 3 บริษัทที่เข้าระดมทุนแล้ว ได้แก่ บมจ.ซีเค พาวเวอร์ (CKP), บมจ.พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ (PMTA) และบมจ.อมตะวีเอ็น ที่กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นไทยในเดือน ธ.ค.นี้。

สรุปภาวะตลาดภาคเช้า :SET ปรับตัวลงและฟื้นตัวขึ้น SET ภาคเช้าเปิดตลาดมาปรับตัวลงอย่างรวดเร็วถึงแนวรับแรกใกล้ 1355 จุด ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นมาปิดตลาดในแดนลบเล็กน้อยที่ระดับ 1,361.69 จุด -1.44 จุด -0.11% ด้วยปริมาณซื้อขายเบาบางที่ 1.3 หมื่นล้านบาท หุ้นกลุ่มหลักที่ปรับตัวลงได้แก่ ICT -1.0%, อสังหาฯ -0.8% ในขณะที่ ปิโตรเคมี +0.9% และท่องเที่ยว +0.7% ปรับตัวขึ้นหนุนตลาด ด้านตลาดในภูมิภาคเคลื่อนไหวในแดนลบเช่นเดียวกัน นำโดยหุ้นจีนที่ปรับตัวลงต่อจากวันศุกร์ที่ผ่านมาจากความกังวลด้านการเข้าตรวจโบรกเกอร์ขนาดใหญ่ ด้านค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาเล็กน้อย ล่าสุดอยู่ใกล้ระดับ 35.85 บาท ธ.กลางออสเตรเลียมีมติคงดอกเบี้ยที่ 2% หลังความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นตัว?ทั้งนี้ หลังจากประกาศมีผลบังคับใช้มองว่าทั้ง กสทช. และผู้ประกอบการทีวีจะต้องร่วมกันประชาสัมพันธ์การจัดเรียงช่องใหม่ให้ประชาชนรับรู้ เชื่อว่าหลังจากทุกแพลตฟอร์มจัดเรียงช่องทีวีดิจิทัลเหมือนกันที่ลำดับ 1-36 จะทำให้จดจำช่องได้ง่าย และมีผู้ชมทีวีดิจิทัลเพิ่มขึ้นแมคควอรี DW28 เผย นักลงทุนให้ความสนใจ SET50 DW หนาแน่นกว่า 62.6% เมื่อเทียบกับมูลค่าการซื้อขาย DW ทั้งตลาด หลังหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวนและปรับตัวลดลง โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50Z15 เคลื่อนไหวในกรอบ 865.60-871.40 ปิดตลาดช่วงเช้าปรับตัวลง 0.55% ส่งผลให้ Put DW อ้างอิง SET50 มีปริมาณซื้อขายสูงและปรับตัวเพิ่มขึ้น เช่น S5028P1512A +3.4% และ S5028P1512B +3.4%ช่วงบ่าย: คาดมีความผันผวนสูงจากการปรับพอร์ตของดัชนี MSCI ซึ่งอาจจะทำให้เห็นการเทขายหุ้นขนาดใหญ่ในช่วงก่อนปิดตลาดวันนี้ได้ ฉะนั้นนักลงทุนควรหลีกเลี่ยงการเก็งกำไรระหว่างวันโดยเฉพาะในหุ้นขนาดใหญ่ ให้แนวรับอยู่ที่ระดับ 1,355 และ 1,345 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ระดับ 1,365 และ 1,370 จุด ตามลำดับ กลยุทธ์ การรีบาวด์ใช้เป็นจังหวะปรับพอร์ต สำหรับผู้มีหุ้นอยู่ในมือเยอะ ส่วนการเก็งกำไร เหมาะกับผู้รับความเสี่ยงได้สูง และควรเล่นสั้นๆ ทั้งนี้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ PSL (รับ 6.80 ต้าน 7.20 cut 6.70)นอกจากนี้ DW บนหุ้นกลุ่มไอซีที ยังเป็นกลุ่มที่ได้รับความสนใจวานนี้ จากการเคลื่อนไหวผันผวนของหุ้นอ้างอิงก่อนการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ในเดือน ธ.ค. โดย DW28 ที่อ้างอิงหุ้นไอซีที ได้แก่ TRUE28C1609A ADVA28C1602A และ ADVA28P1604A เป็นต้น สรุปภาวะตลาดภาคเช้า :SET แกว่งแคบ SET ภาคเช้าแกว่งแคบถึงแคบมาก พร้อมวอลุ่มที่เบาหวิว หลังโดนแรงขายถาโถมกระหน่ำเมื่อวาน ด้วยการนำของกลุ่ม ICT ซึ่งวันนี้ก็ทรงๆ ทำให้ SET ยังอยู่กับที่ นอกจากนี้ หุ้นขนาดกลางและเล็ก ไม่มีแรงเก็งกำไรเข้ามานัก ทำให้ภาวะตลาดในช่วงเช้า พาจะหลับ ส่วนปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดยังไม่มีอะไรนัก ทั้งนี้ SET ปิดภาคเช้าที่ระดับ 1,366.45 จุด +0.64 จุด หรือ +0.05% ด้วยมูลค่าซื้อขายเบาบางที่ระดับ 1.0 หมื่นล้านบาท กลุ่มหลัก ICT ฟื้นเล็กน้อยจากที่ลงแรง ปิดบวก +0.8% ส่วนพลังงาน และแบงก์ ทรงตัว ด้านตลาดภูมิภาคเคลื่อนไหวในแดนลบHMPRO (BUY:[email protected]): ช่วง 4Q58 จะเป็นพีคของกำไรหลังเข้า High Season บวกกับจะรับรู้ยอดขายจาก Homepro Expo ครั้งที่ 22 อีกทั้งยังรับรู้ยอดขายสาขาใหม่ที่ขยายต่อเนื่อง ดังนั้นแม้ปี 58 คาดกำไรโตเพียง 3.4%YoY แต่จะกลับมาโตสดใส 14%YoY ในปี 59 + มี Upside 26% จึงคงแนะนำ ซื้อลงทุน ,สรุปหุ้น10อันดับแรกที่มีผลกดดัชนีวันนี้ (27พ.ย.) ,นายสัญชัย เนื่องสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ BSM เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ในปี 2559 แตะที่ระดับ 700 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตที่ราว 20% เมื่อเทียบกับรายได้ในปี 2558 แบ่งเป็นรายได้จากกลุ่มระบบอะลูมิเนียมสำหรับงานตกแต่งภายในราว 260 ล้านบาท, กลุ่มระบบฝ้าเพดาน และผนังยิปซัมราว 260 ล้านบาท และกลุ่มประตูหน้าต่างคุณภาพสูงอีกราว 180 ล้านบาทส่วนปัจจัยกดดันการลงทุน น่าจะเป็นความเสี่ยงของการประมูล 4G เคลื่อน 900Mhz ในวันที่ 15 ธค ที่มีการแข่งขันสูง กดค่าไลเซนท์สูง กดดันกลุ่ม ICT ก่อนการประมูล แต่คาดว่าหลังการประมูล ภาพกลุ่มนี้จะมีการฟื้นตัวดีขึ้นจากแรงหนุนของโอกาสเติบโตระยะยาวของผู้ที่ได้ไลเซนท์และ Yield ที่สูงจูงใจ ปัยจัยดังกล่าวน่าจะหนุนดัชนีเดือนนี้แกว่งตัวขึ้นในกรอบ แนวต้าน 1420/1450จุด แนวรับ 1350/1337จุดINET ซื้อ ราคาหุ้นขึ้นต่ออีกครั้งหลังพักฐานไม่หลุดเส้นค่าเฉลี่ยระยะ 1 เดือน สอดคล้องกับเส้นค่าเฉลี่ย 7-14-21 วันเรียงตัวตัดกันทำ Golden Cross สนับสนุนแนวโน้มขึ้น เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่ 3.56 บาท และถัดไปที่ 3.70 บาท BA มั่นใจปี 58 กำไรทำนิวไฮรายได้โต 10%ปี 59 รายได้คาดโต 10-15% SMT รับปีนี้ยังขาดทุนแต่คาดจะพลิกกำไรปี 59 หวังล้างขาดทุนสะสมหมดสำหรับวาระน่าสนใจวันนี้ กระทรวงคมนาคมเสนอแผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่งระยะเร่งด่วน พ.ศ. 2559 (Action Plan) ประกอบด้วยแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั้งสิ้น 20 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 1.7 ล้านล้านบาทตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า ตลท.ประกาศหลักทรัพย์ที่ขยายช่วงดำเนินการเข้ามาตรการกำกับการซื้อขายระดับ 1 : Cash Balanceดังนี้ บริษัท ทาคูนิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TAKUNI และบริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ THE โดยให้มีผลวันที่ 30 พ.ย. 2558 สิ้นสุดวันที่ 18 ธ.ค. 2558ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี ในการออกแบบและพัฒนา และคาดว่าจะสามารถผลิตรถขนส่งไฟฟ้าเชิงพาณิชย์คันแรกของประเทศไทยในปี 59 FPI จับมือพันธมิตรชิงโรงไฟฟ้าชีวมวลภาคใต้ 36MW มั่นใจพร้อมทุกด้านอนึ่ง บริษัท สยามกลการอะไหล่ จำกัด เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่ 1-5 ของ YUASAการประชุมธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ในวันพุธที่ 3 พ.ย.58 นี้ตลาดคาดหมายว่า ECB จะลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากจาก -0.2% สู่ -0.3% และขยายวงเงินการทำ QE จาก 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน เป็น 7.5 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน พร้อมกับการขยายระยะเวลาโครงการจากเดิมที่จะสิ้นสุดใน ก.ย.59 ฝ่ายวิจัยยังคงเชื่อว่า ผลการประชุมของ ECB จะเป็นเพียงแค่การกระตุ้น Sentiment การลงทุนระยะสั้นๆเท่านั้น เนื่องจากมาตรการ QE ของยุโรป มีการจำกัดขอบเขตและเงื่อนไขให้เม็ดเงินกระจุกแต่ในยุโรป ผลจาก Euro Carry-Trade ที่จะเอื้อประโยชน์ไปยังสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกคาดว่าจะไม่เกิดขึ้น,นายวิลเลียม ลูอีส สโตน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC เปิดเผยว่า บริษัทได้ดำเนินการเปิดจองซื้อหุ้นสามัญและหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกหรือไอพีโอสำหรับนักลงทุนรายย่อยระหว่างวันที่ 23 25 พฤศจิกายน 2558 และมีการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์จากนักลงทุนสถาบัน (Book Building) ทั้งในประเทศและต่างประเทศเสร็จสิ้นแล้วแนวต้าน 21.00-21.40 บาทCut loss 20.00 บาทฐานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของบริษัทได้รับแรงหนุนจากการมีความเสี่ยงในการดำเนินงานที่อยู่ในระดับต่ำและการที่ผู้ประกอบการต้องใช้เงินลงทุนสูงในกรณีที่ต้องสร้างโครงข่ายระบบส่งและจ่ายน้ำประปา บริษัทเป็นเจ้าของท่อน้ำประธานและท่อจ่ายน้ำในพื้นที่ให้บริการบางส่วนซึ่งเป็นอุปสรรคต่อผู้ต้องการเข้ามาเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ในพื้นที่ดังกล่าว อย่างไรก็ดี โอกาสการขยายธุรกิจในพื้นที่บริการใหม่ ๆ ของบริษัทมีจำกัดเนื่องจาก กปภ. ไม่มีนโยบายในการให้สัมปทานใหม่ อีกทั้งแหล่งน้ำดิบก็เป็นข้อจำกัดอีกประการหนึ่งด้วยเช่นกันด้านนายกัมปนาท วงศ์หงษ์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พี.บี.แอนด์ เค.เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด เปิดเผยว่ารู้สึกยินดีที่ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ดังกล่าวกับ DNA เพราะนอกจาก DNA จะมีประสบการณ์ทำงานธุรกิจด้านโฮมเอนเตอร์เม้นต์มาเป็นระยะเวลายาวนานแล้วยังมีทีมผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลพร้อมที่จะนำพาองค์กรก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืนและมั่นคง ขณะเดียวกันยังมีความพร้อมสำหรับการลงทุนในทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นเงินทุนบุคลากร เป็นต้น。

Three recent papers attempt to look at the next stage of the world’s most important relationship.

The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay
Credit: The White House

The Asia security field is a crowded one these days, and that is a good thing. The region is confronting a number of destabilizing threats: disputes over islands in the South and East China Seas, weak governance in several Southeast Asian nations, and continuing?uncertainty over North Korea’s intentions and capabilities, among others. All are long-term, ongoing challenges, and the more ideas that get out there about how to manage these issues, the better.

No issue gets as much attention, however, as the U.S.-China relationship and what it means for regional security. For most, it boils down to whether the era of U.S. primacy is over. If it is, what should the next stage look like and how does China fit in? If not, how does the United States preserve its role as the fundamental security guarantor in the region and how does China fit in?

Three recent, thoughtful reports/papers attempt to address this question: the first, “Revising U.S. Grand Strategy Toward China”?by my CFR colleague Robert Blackwill and Carnegie Endowment scholar Ashley Tellis; the second, “The Future of U.S.-China Relations Under Xi Jinping: Toward a New Framework of Constructive Realism for a Common Purpose”?(pdf)?by former Australian Prime Minister Kevin Rudd; and the third, “Beyond American Predominance in the Western Pacific: The Need for a Stable U.S.-China Balance of Power”?by Carnegie Endowment scholar Michael Swaine. Each adopts a different approach and arrives at different conclusions, although the Rudd and Swaine analyses are largely compatible. Blackwill and Tellis explicitly seek to develop a roadmap for continued U.S. primacy in the Asia Pacific. Rudd and Swaine, in contrast, argue that such an effort is unrealistic, even harmful, given the realities of U.S. commitments and domestic politics, as well as China’s intentions and growing capabilities. Both Rudd and Swaine seek to have the United States and China sacrifice near-term interests for a longer-term greater good. However, Rudd places a much greater burden of compromise on the United States, while Swaine is more even-handed in his call for accommodation by both sides.

I was most eager to read the Rudd report. I have heard the former prime minister speak on a number of occasions and have always been impressed by his insights. In his report, Rudd assumes the role of peacemaker—trying to bridge the gap between the “private or semi-private narratives each side [the United States and China] may have about the other.” Although ostensibly designed to speak equally to Chinese and U.S. policymakers, the report is, for the most part, designed for a U.S. audience—explaining China and the Chinese perspective to Americans and offering recommendations for Washington.

Rudd’s argument is premised on his belief that Chinese President Xi Jinping is someone with whom the United States can work, that he is prepared to take calculated risks, and that there is now a window in China for Washington and Beijing to strike a grand bargain. According to Rudd, it is up to the United States to use this space as creatively as possible, while it lasts. While this is an appealing narrative, the report does not make?clear why Rudd believes this. Rudd also leaves the reader hanging when he asserts that China will become a more active participant in the reform of the global rules-based order and that it will bring a “new, forthright Chinese voice in the world.” It would have been helpful had the prime minister explained whether this voice will mean more Air Defense Identification Zones or more Asian Infrastructure Investment Banks or both. The implications for the region are vastly different.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

There are also some off-putting notes. Rudd begins by announcing that the Chinese economy will continue to thrive, noting: “Sorry, but on balance, the Chinese economic model is probably sustainable.” It is an awkward pronouncement that assumes that Americans want the Chinese economy to fail—something very few Americans, in fact, desire. (What Americans do want is a thriving Chinese economy that offers a fair and open trade and investment environment.)

While bold and fun to read, Rudd’s analysis of Xi’s presidency and the potential for significant new cooperation with the United States—should only the United States?seize the moment—ultimately falls short because it is difficult to find the evidence to support it. Xi may well have the political capital to strike a grand bargain, but Rudd’s faith in him notwithstanding, it remains unclear that he wants one.

The lack of demonstrable Chinese interest in a more accommodating regional security posture makes me initially sympathetic to the dominant theme of the Blackwill and Tellis report. As Blackwill and Tellis note, the current Chinese leadership has offered little indication—either in words or action—that it does not have as its endgame supplanting the United States as the regional hegemon. However, the report adopts such an uncompromising stance on any potential for the United States and China to find common ground that it loses me along the way. There is a built-in assumption that China necessarily wants to supplant the United States—not simply this regime at this moment in time. Such a deterministic understanding of Chinese politics and interests ignores ongoing debates within the country and the potential for new understandings to emerge

The recommendations (as in the Rudd report) run several pages, and for the most part, they represent a coherent strategy for the United States. Blackwill and Tellis have flipped the current hedging strategy from its emphasis on engagement with limited containment to containment with limited engagement. Much paper is devoted to strengthening military and economic ties with our allies. Still, it is difficult to understand, at times, how the containment and engagement will all work together—for example, “agreeing on enhanced security confidence-building measures between the two sides” while the United States establishes a new technology-control regime and levies an across-the-board tariff on Chinese economic goods in response to Beijing’s cyberattacks. Whatever its weaknesses, however, the report raises appropriate alarm bells concerning the challenge that many current Chinese economic and security behaviors pose for U.S. interests and the necessity of addressing them directly.

Ultimately, I thought the quietest piece—the one released with the least fanfare—was the most thought-provoking and compelling. Swaine offers a reasonably even-handed assessment of both the U.S. and PRC perspectives and tackles head on the problem that Beijing and Washington have concerning “clashing assumptions and beliefs about the requirements for continued order and prosperity in Asia.” He also identifies several very specific areas for potential cooperation, including the Korean Peninsula, Taiwan, and the management of maritime territorial disputes, and then proceeds to lay out how actual progress might be realized through various trade-offs. For example, he suggests that the United States halt arms sales to Taiwan in return for credible assurances by Beijing that it will not use force against Taiwan (except in the case of a dejure declaration of independence) and acceptance that unification would be peaceful and must involve the consent of people of Taiwan. One can agree or not with all of Swaine’s analysis or prescriptions, but in a much shorter piece, he takes the reader deeper and farther into understanding the challenges at hand and the potential roadmap for resolution.

Elizabeth C. Economy is?C.V. Starr Senior Fellow and Director for Asia Studies at the Council on Foreign Relations. She is an expert on Chinese domestic and foreign policy and U.S.-China relations and author of the award-winning book,?The River Runs Black: The Environmental Challenge to China’s Future.?This post appears courtesy of?CFR.org?and?Forbes?Asia.