Features | Society | Southeast Asia

joker เกม มิ่ง: Southeast Asia: 10 Trends to Watch For in 2014

สูตร บา คา ร่า sexy gaming, ซื้อ TTCL INTUCH และกลุ่มรับเหมาฯ: Sentiment ที่ยังอ่อนแอของตลาด ทำให้กลยุทธ์การเข้าซื้อช่วงนี้อยู่ในรูปแบบการ ทยอยซื้อ โดยเราชอกลุ่มหุ้นที่ได้รับผลดีจากดอกเบี้ยต่ำกว่า INTUCH SAWAD หุ้นกลุ่มรับเหมาฯ ที่แนวโน้มการลงทุนภาครัฐฯ จะเร่งตัวขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ อย่าง CK STEC SEAFCO ขณะที่ แนะนำ ซื้อ TTCL จากแนวโน้มผลการดำเนินงานที่ Bottom out ไปแล้วใน 1Q15 และคาดว่ากำไรจะเติบโตต่อเนื่องรายไตรมาสไปอีก 2 ไตรมาสเป็นอย่างน้อย จากรายได้การขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และกำไรจากธุรกิจ EPS ที่เพิ่มขึ้น หลังงานกำไรต่ำส่วนใหญ่รับรู้ไปแล้วใน 1Q15 ขณะที่รายได้จากการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจะเริ่มรับรู้ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นไป หนุนกำไรเติบโต 53-81% ในปี 2015-16 นอกจากนี้ยังคาดว่า TTCL จะออกจาก Turnover List ในสัปดาห์หน้า ประเมินแนวต้าน 35.75 บาท หรือถัดไปที่ 37.0 บาสำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมงานก่อสร้างและงานรากฐานปี 58 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากการขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆของภาครัฐบาลที่ประกาศไว้ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างกลางปีนี้ และงานโครงการรถไฟฟ้าอีก 3 สาย ซึ่งอยู่ระหว่างความชัดเจนเรื่องแหล่งเงินทุน คาดประมูลก่อสร้างช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนโครงการต่างๆ ของภาคเอกชนที่จะเข้ามาสนับสนุนภาพรวมอุตสาหกรรมด้วย สำหรับปัจจัยต่างประเทศที่ยังต้องติดตามหลักๆ คือ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะประเทศหลัก เช่น สหรัฐ และจีน รวมทั้งการแก้ไขปัญหาหนี้ของกรีซ ซึ่งหากทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ก็เชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจโลกขยายตัวได้ดีขึ้นMPG ราคาปิด 1.59 บาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ณ เวลา 11.18 น.อยู่ที่ 9.55 บาท ลบ 0.05 หรือ 0.52% มูลค่าการซื้อขาย 161.09 ล้านบาท โดยเปิดตลาดที่ 9.60 บาท ระหว่างวันปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 9.60 บาท และปรับตัวแตะระดับต่ำสุดที่ 9.45 บาทอย่างไรก็ดี มองว่า การอ่อนค่าของเงินบาทช่วงที่ผ่านมาไม่ถือว่าเป็นการอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วเกินไป เพราะหากเปรียบเทียบกับในช่วง 3 ปีก่อน เคยมีเหตุการณ์ที่เงินบาทอ่อนค่าลงไปถึง 1 บาทภายใน 1 วัน และมองว่าเงินบาทยังมีโอกาสจะอ่อนค่าลงได้อีกตัวเลขเงินฝากในเดือนเม.ย.ถือเป็นตัวเลขต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2004 ซึ่งขณะนั้นอยู่ที่ 1.372 แสนล้านยูโร ขณะเดียวกันคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งของเยอรมันว่า เธอไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้เกี่ยวกับการที่กรีซอาจจะต้องออกจากกลุ่มยูโร ถึงแม้บรรดาเจ้าหนี้ยืนยันในวันศุกร์ว่าไม่ได้มีการพิจารณากดดันกรีซให้ถอนตัวออกจากกลุ่มก็ตาม ซื้อ TTCL INTUCH และกลุ่มรับเหมาฯ: Sentiment ที่ยังอ่อนแอของตลาด ทำให้กลยุทธ์การเข้าซื้อช่วงนี้อยู่ในรูปแบบการ ทยอยซื้อ โดยเราชอกลุ่มหุ้นที่ได้รับผลดีจากดอกเบี้ยต่ำกว่า INTUCH SAWAD หุ้นกลุ่มรับเหมาฯ ที่แนวโน้มการลงทุนภาครัฐฯ จะเร่งตัวขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ อย่าง CK STEC SEAFCO ขณะที่ แนะนำ ซื้อ TTCL จากแนวโน้มผลการดำเนินงานที่ Bottom out ไปแล้วใน 1Q15 และคาดว่ากำไรจะเติบโตต่อเนื่องรายไตรมาสไปอีก 2 ไตรมาสเป็นอย่างน้อย จากรายได้การขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และกำไรจากธุรกิจ EPS ที่เพิ่มขึ้น หลังงานกำไรต่ำส่วนใหญ่รับรู้ไปแล้วใน 1Q15 ขณะที่รายได้จากการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจะเริ่มรับรู้ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นไป หนุนกำไรเติบโต 53-81% ในปี 2015-16 นอกจากนี้ยังคาดว่า TTCL จะออกจาก Turnover List ในสัปดาห์หน้า ประเมินแนวต้าน 35.75 บาท หรือถัดไปที่ 37.0 บา。 ขณะที่กระทรวงพลังงานไฟฟ้าเมียนมาร์ ยังได้มอบหมายให้กลุ่มพันธมิตรของ GPSC ศึกษาความเป็นไปได้โครงการลงทุนในโครงข่ายสายส่งไฟฟ้า เพื่อนำไฟฟ้าจากไทยไปจำหน่ายให้กับเมืองมะริดและบริเวณใกล้เคียง ประมาณ 100 เมกะวัตต์ เพื่อตอบสนองความต้องการไฟฟ้า ในระหว่างที่การดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าระหว่างชายแดนของสองประเทศแนวรับ 3.40 บาท แนวต้าน 3.60, 3.80 บาทขณะที่ความคืบหน้าในการทำธุรกิจนาโนไฟแนนซ์นั้น คาดว่าสิ้นไตรมาส 2/58 จะมีความชัดเจนในการได้รับใบอนุญาตการประกอบกิจการ เบื้องต้นทราบว่าขั้นตอนอยู่ระหว่างการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ส่งเรื่องไปที่กระทรวงการคลัง ซี่งหากขั้นตอนต่างๆแล้วเสร็จและได้รับใบอนุญาตแล้ว บริษัทก็มีความพร้อมที่จะเริ่มเปิดให้บริการได้ในช่วงครึ่งหลังปีนี้ โดยบริษัทตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ราว 10 ล้านบาท/เดือน หรือกว่า 100 ล้านบาท/ปี ,กลยุทธ์ที่แนะนำ :ช่วงบ่าย: แกว่งตัวในกรอบ 1490-1500 +/- 3-4 จุด ส่วนช่วงนี้ถึงสัปดาห์หน้า มองไปในทางฟื้นตัว ด้วยปัจจัยหนุนเม็ดเงินใหม่ของทริกเกอร์ ฟันด์ โดยหากขึ้นทะลุผ่าน 1504 จุด จะเป็นสัญญาณที่ดีขึ้นในระยะสั้น โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 1510 จุด กลยุทธ์ อ่อนตัว เริ่มซื้อสะสมอีกครั้ง ส่วนการเก็งกำไรทำได้ ทั้งนี้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ NWR (รับ1.80 ต้าน 1.95 Cut 1.75) และ PYLON (รับ 10.0 ต้าน 11.0 Cut 9.7) สรุปหุ้นผู้บริหารดอดซื้อ-แอบทิ้ง ประจำวันที่ 28 พ.ค.58 ขณะที่ MACD ปัจจุบันที่ตัดเส้น 0 ขึ้นมา ถือเป็นสัญญาณบวกที่ยืนยันการแนวโน้มการฟื้นตัวครั้งนี้ชัดเจน และจากในอดีตที่ผ่านมา ตามแนว a-b-c-d ที่หากเกิดสัญญาณดังกล่าว ราคามักทำจังหวะปรับขึ้นต่อได้ในระยะสั้นเสมอ โดยมองแนวต้านแรกการขึ้นรอบนี้ที่ระดับ 17.80 บาท หากผ่านได้จะมีแนวต้านถัดไปที่บริเวณ SMA 200 วัน ที่ระดับ 18.10 บาท หุ้นแนะนำภาคบ่าย: เก็งกำไร CPF (ได้รับการปรับเพิ่มน้ำหนักใน MSCI Thailand และผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุดแล้ว), SPALI (ราคาที่ลดลงตอบรับการปรับลดเป้าหมายปีนี้แล้ว คาด presale ไตรมาส 2/58 จะกลับมาเติบโตแข็งแกร่งจากการเปิดโครงการใหม่), ทยอยสะสม JASIF (ราคาปัจจุบันให้คาดการณ์ปันผล 9% และมองหุ้นมีโอกาสถูกผลักดันจาก yield สูงกว่าทางเลือกการลงทุนอื่น, เป้าทางกลยุทธ์ 12.00-13.00 ตัดขาดทุน 9.20)อย่างไรก็ดี แม้ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์จะปรับลดลง แต่ก็จะส่งผลดีให้กับโครงการแนวราบมากกว่าโครงการคอนโดมิเนียม เนื่องจากโครงการแนวราบลูกค้าตัดสินใจซื้อและสามารถกู้ได้ภายใต้อัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน ต่างจากโครงการคอนโดมิเนียมที่เมื่อลูกค้าตัดสินใจซื้อแล้ว การกู้จริงจะต้องรออีก 2-3 ปี,ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงหนุนจากข้อมูลภาคการผลิตของสหรัฐ โดย ISM รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนพ.ค.ของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 52.8 จากเดือนเม.ย.ที่ระดับ 51.5 ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ ทางการสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนเม.ย.ขยายตัว 2.2% ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.7% หุ้นยุโรปปิดวันศุกร์ร่วงต่อ ตลาดวิตกหนี้กรีซ-เศรษฐกิจสหรัฐ Energy: ปรับตัวลดลงทดสอบแนวรับของกรอบแนวโน้มขาขึ้นที่ 19500 และมีแนวต้านที่ 20400 บริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ 20450 แต่ถ้าทะลุผ่านขึ้นไปได้ จะมีแนวต้านถัดไปที่ 21500 เน้นการถือหุ้นหลักต่อเนื่อง PTT PTTEP PTTGC TOP BANPUประกอบกับรัฐบาลให้การสนับสนุนผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) อย่างมีนัยสำคัญ จึงเป็นโอกาสที่ CE จะขยายเข้าสู่กลุ่ม Solar Rooftop เต็มตัวส่วนทางด้านฝั่งสินทรัพย์ ที่เกิดจากการนำเงินที่ได้จากเบี้ยประกันรับไปลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน ซึ่งประกอบด้วย 2 กลุ่มคือสินทรัพย์ระยะสั้น ได้แก่ เงินลงทุนในพันธบัตรและตราสารหนี้ในกลุ่มเพื่อค้า (ผ่าน P/L)และเผื่อขาย ซึ่งจะต้องรับรู้ผลกำไร-ขาดทุนตามราคาตลาด (mark-to-market)。

กลุ่มธุรกิจประกันชีวิต (BKI, BLA) จะได้รับผลกระทบมากกว่าธุรกิจประกันวินาศภัย กล่าวคือ กลุ่มประกันชีวิตจะมีเบี้ยรับรวมที่มีอายุยาวนานกว่า (Duration) กว่าประกันวินาศภัย (เป็นปีต่อปี) ในช่วงดอกเบี้ยขาลง บริษัทฯ ประกันชีวิตจะต้องเผชิญกับ interestrate risk ในด้านหนี้สินคือเบี้ยประกันชีวิตรับ ซึ่งจะต้องคำนวณเปรียบเทียบมูลค่าของหนี้สินด้านการประกันชีวิตตาม GPV (Grosspremium valuation) ซึ่งใช้อัตราดอกเบี้ยตามราคาตลาดหรือ spot rate (benchmark อ้างอิงจากอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาว 10ปี)วิธีที่นิยมกันและง่ายสุดคือการเข้าไปถือหุ้น หรือเข้าไปซื้อโรงไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็น solar farm หรือ ชีวะมวล หรือโรงไฟฟ้าขยะ เนื่องจากมีใบอนุญาตขายไฟ มีสายส่งพร้อม และรับรู้รายได้ทันที เด็กแนวว่า TCC หรือเฮียเต็กกอนี้คงไม่ธรรมดา การเจรจาที่ผ่านมายาวนานควรจะเปิดเผยข้อสรุปซะที คนที่ชอบหุ้นตัวนี้เขาจะได้ไม่ผิดหวัง เด็กแนวขอเป็นกำลังใจ แนะนำสะสมดูใจไปสักระยะ กราฟตั้งลำเป็น U-curve และสร้างแนวการขึ้นตามวงกลม ระยะสั้นเป้าหมาย 2.40 บาท ระยะต่อไป ต้องมาดู story กันนะว่าจะแรงแค่ไหน ติ๊ก ต่อก ,สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2/58 คาดว่าจะใกล้เคียงไตรมาส 1/58 ที่มีผลประกอบการออกมาดีมาก โดยมีรายได้ 328.52 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 60.81 ล้านบาททั้งนี้ บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้แตะ 3 หมื่นล้านบาทในปี 63 โดยจะใช้กลยุทธ์ขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศให้เป็น 50% จากปัจจุบันที่อยู่ระดับ 30% จากการศึกษาของนักวิเคราะห์ ASPS ประเมินว่าดอกเบี้ยที่ลดลง 0.25% จะทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายในงบกำไรขาดทุน หายไป 139 ล้านบาท คิดเป็น 0.35% ของประมาณการกำไรปี 2558 หุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ชื่นชอบ จะเน้นที่มีฐานลูกค้าระดับกลางและล่าง คือ SPALI ([email protected]) มีค่า PER ต่ำเพียง 5.6 เท่า แต่คาดหวัง Div.Yield ได้สูงถึง 7.1% ตามมาด้วย PS([email protected]) มีค่า PER ต่ำเพียง 8.3 เท่า แต่คาดหวัง Div.Yield ได้สูงถึง 4.2%ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเทียบกับสกุลเงินเยนที่ 124.06 เยน เทียบกับระดับ 123.89 เยน อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9401 ฟรังก์ จาก 0.9426 ฟรังก์ และปรับตัวขึ้นแตะ 1.2445 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.2423 ดอลลาร์แคนาดา ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียขยับลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7655 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7656 ดอลลาร์ SET บ่ายแกว่งแคบต่อ ลุ้นทดสอบ 1,500 จุดก่อนหยุดยาว,MSC ราคาปิด 5.65,Res 16.50-17.00 / Sup 15.70โดยมีโอกาสเข้าข่ายต้องใช้เกณฑ์ให้สมาชิกต้องดำเนินการให้ลูกค้าวางเงินสดไว้ล่วงหน้ากับสมาชิกเต็มจำนวนที่จะซื้อ (Cash Balance) คาดว่าจะเริ่มใช้วันที่ 2 มิถุนายนนี้ โดยจะใช้ต่อเนื่อง 6 สัปดาห์TCC หลังจากพ้น Cash balance ออกมาแค่วันเดียวราคาก็กระชากวืดขึ้นมา 2 วันติด เหมือนเก็บกดอย่างบอกไม่ถูก และจากนั้นก็เคลื่อนไหวเป็น Side way ไปเรื่อยๆ ไม่ค่อยผันผวนตามตลาดซักเท่าไร แสดงว่ามีผู้ดูแลที่ดี หุ้นตัวนี้ถูกคาดหมายว่าจะกลับมา turnaround ในเชิงธุรกิจอย่างจริงจังนับตั้งแต่นี้ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสานต่อโครงการถ่านหินกับต่างประเทศ รวมทั้งโรงไฟฟ้าต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้บริษัทได้มีการแต่งตั้งผู้บริหารใหม่เข้ามา ท่าทางเอาจริงเอาจังกับโปรเจคโรงไฟฟ้าอย่างมาก คาดว่าไม่ช้าก็เร็วจะต้องมีอะไรออกมา โดยกรณีที่ อัตราดอกเบี้ยลดลงนั้น จะส่งผลบวกต่อการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุน ซึ่งจะมีการรับรู้ผ่านงบกำไรขาดทุน ผ่าน comprehensive income ที่แสดงไว้ต่อจากงบกำไรขาดทุน และ จะต้องรับรู้ผ่านงบดุล) แต่บริษัทประกันชีวิตได้รับประโยชน์ตรงนี้น้อย เพราะเงินลงทุนระยะสั้นมีมีสัดส่วนไม่เกิน 10% ของเงินลงทุน และส่วนใหญ่ กว่า 90% เป็นประเภทที่จะถือจนครบกำหนด (Held to maturity) ซึ่งจะต้องแสดงไว้ที่ราคาทุนเสมอ มองการปรับประมาณการลงของนักวิเคราะห์หลังประกาศผลประกอบการ Q1 ที่ส่งผลต่อ PE 58 ที่ดีดสูงขึ้น ทำให้ภาพการดีดตัวของตลาดแถว 1480 ค่อนข้างจำกัดEnergy: ปรับตัวลดลงทำจุดต่ำสุดใหม่ในระยะสั้นเข้าใกล้แนวรับของกรอบแนวโน้มขาขึ้นที่ 19500 และมีแนวต้านที่ 20400 บริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ 20450 แต่ถ้าทะลุผ่านขึ้นไปได้ จะมีแนวต้านถัดไปที่ 21500 เน้นการถือหุ้นหลักต่อเนื่อง PTT PTTEP PTTGC TOP BANPUแนวรับ 4.96 บาท แนวต้าน 5.10, 5.40 บาทนางอังคณา ปิลันธน์โอวาท ไชยมนัส กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงอีก 0.10% ต่อปี โดยอัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยทั่วไป (MRR) จากเดิม 6.850% ต่อปี ลดลงเหลือ 6.750% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้รายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) จากเดิม 6.750% ต่อปี ลดลงเหลือ 6.650% ต่อปี และคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ไว้ที่ 7.250% ต่อปีธุรกิจ : ผลิตและจำหน่ายฉนวนยางกันความร้อนและความเย็น ดำเนินการโดย บริษัท แอร์โรเฟลกซ์ จำกัดนอกจากนี้ ในช่วงไตรมาส 4/58 บริษัทจะทยอยออกตั๋วเงินกู้ยืมงินระยะสั้น (B/E) วงเงิน 5 พันล้านบาท อายุ 3 ปี ซึ่งการออกตั๋ว B/E จะช่วยให้บริษัทลดต้นทุนทางการเงินได้อีก 30-40 ล้านบาท/ปี ,ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ในการลงทุน เป็นการลงทุนในบริษัทอื่น เพื่อขยายธุรกิจโรงแรมในแอฟริกาASPS ประเมินว่าโอกาสลดดอกเบี้ยนโยบายของไทยน่าจะอยู่ในกรอบ 0.25-0.5%จากปัจจุบัน 1.5% (จนถึงสิ้นปีนี้จะมีการประชุม กนง. อีก 4 ครั้ง ครั้งถัดไปคือ 10 มิ.ย. 2558) ขณะที่การปรับขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐยังไม่น่าจะเกิดขึ้นในเร็ววัน โดยอย่างเร็วที่สุดน่าจะเป็นช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า เนื่องจากดัชนีชี้นำเศรษฐกิจยังไม่ไปในทิศทางเดียวกันASPS ประเมินว่าโอกาสลดดอกเบี้ยนโยบายของไทยน่าจะอยู่ในกรอบ 0.25-0.5%จากปัจจุบัน 1.5% (จนถึงสิ้นปีนี้จะมีการประชุม กนง. อีก 4 ครั้ง ครั้งถัดไปคือ 10 มิ.ย. 2558) ขณะที่การปรับขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐยังไม่น่าจะเกิดขึ้นในเร็ววัน โดยอย่างเร็วที่สุดน่าจะเป็นช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า เนื่องจากดัชนีชี้นำเศรษฐกิจยังไม่ไปในทิศทางเดียวกันทั้งนี้นายโสภณกล่าวว่า ตนก็เป็นผู้ถือหุ้นคนหนึ่ง รวมถึงผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่นๆ ควรที่จะได้รับการปกป้องจากการกระทำที่ไม่ถูกต้องของประธานและคณะผู้บริหารบริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจในการควบคุมการดำเนินธุรกิจของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการกระทำทางตรงหรือทางอ้อม ในฐานะที่ กลต. มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตามและดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับบุคคลที่กระทำผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2542 (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2546 (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 ตนจึงขอให้กลต. พิจารณาความผิดของคณะกรรมการบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)。

From Thai turmoil to ASEAN integration, it promises to be an interesting year for the region.

Southeast Asia: 10 Trends to Watch For in 2014
Credit: REUTERS/Athit Perawongmetha

As we move into 2014, it is useful not only to reflect on what happened in 2013, but to project what some of the key developments in 2014 might be. As I did last year, I have attempted to articulate the top 10 trends in Southeast Asia to watch for during the rest of the year.

1. What will the “great power” game in Southeast Asia look like? While Southeast Asian leaders publicly insist that they prefer good relations with all major powers, the competitive dynamics of regional engagement are a reality that few would contest, not least between the United States and China. In 2013, U.S. President Barack Obama’s last-minute decision to cancel his Asia trip in November amid the government shutdown paved the way for skeptics to question America’s commitment to the region and for Beijing to steal the show (though I’ve argued that this narrative is overly simplistic). In 2014, questions about the sustainability of the U.S. pivot to Asia, including the future of the Trans-Pacific Partnership (TPP), will continue to linger, and worries about the future direction of China’s new regional strategy unveiled late last year are likely to remain.

2. Continuity or change in the South China Sea? As I said in last year’s list, it’s difficult to exclude the South China Sea from a list of this sort. Prospects for a rules-based solution to contentious disputes remain dim given China’s recent documented foot-dragging on a code of conduct with ASEAN, as well as its “punishment” of the Philippines for trying to resolve the issue through the United Nations, a process which will move forward with a formal statement submission by Manila in March despite Beijing’s refusal to participate. China’s deployment of its aircraft carrier the Liaoning into the South China Sea recently, along with the setting up of an air defense identification zone (ADIZ) over the East China Sea (which some believe could be replicated in the South China Sea in 2014), suggest there is good reason to expect more sporadic saber-rattling or verbal sparring could be on the cards in 2014.

3. How will Southeast Asian economies fare? 2013 ended on a negative note for Southeast Asian economies as the Asian Development Bank (ADB) slightly lowered its regional growth forecast for 2014 to 5.2 percent due to the devastating typhoon that hit the Philippines and continued political turmoil in Thailand. While the 2014 outlook will hinge partly on trends within the region, developments in major economies will also loom large, such as the pace of the recovery in Europe, reduced monetary stimulus in the United States, and potential growth challenges in India, China and Japan.

4. Whither regional integration? Aside from economic performance, as we move closer to 2015, observers may grow increasingly nervous about whether ASEAN can achieve its goal of regional economic integration by the end of 2015. Beyond the deadline per se, the ADB recently warned of significant constraints to realizing the so-called ASEAN Economic Community (AEC) itself, including the fact that only 55 percent of businesses interviewed in the region were even aware of it along with other obstacles like contrasting government regulations and inadequate infrastructure. Failure to move in the right direction on this in 2014 could dent the hopes of those who see ASEAN as the hub for broader regional integration in East Asia as well as a unified economic force in the longer term.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

5. Can ASEAN progress on human rights? While Southeast Asia is no stranger to human rights abuses, there has been some notable, albeit glacial progress in this field at the regional level with the establishment of the ASEAN Intergovernmental Commission on Human Rights (AICHR) in 2009. This year will bring the first five-year review of the body’s terms of reference, and rights groups have urged ASEAN member states to ensure that the body has a stronger mandate and engages civil society organizations in a more robust manner. It will be a marker for how seriously governments in the region view human rights.

6. Will ASEAN and Australia walk the walk? ASEAN conducts annual meetings with 10 key countries it calls “dialogue partners.” While the anniversaries of these dialogue partnerships are often accompanied by the usual pomp and circumstance, they also sometimes serve as opportunities to move key relationships forward, as they did for ASEAN and Japan in 2013 and ASEAN and India in 2012. Will we see something similar with ASEAN’s oldest dialogue partner Australia in 2014 as the two sides commemorate 40 years of ties?

7. Can Myanmar reform and lead? Turning to individual countries, Myanmar already faces daunting challenges on its path to reform. Next year’s calendar will be packed with key domestic events, including its first major population census in two decades and preparations for elections scheduled for 2015. But 2014 will also require Naypyidaw to juggle domestic reforms with regional leadership as Myanmar assumes the rotating annual chairmanship of the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) for the first time since it joined the organization in 1997. While the country has had some time to plan for this, the sheer logistics of hosting hundreds of meetings will not be easy, not to mention handling knotty issues like the South China Sea.

8. What will elections in Indonesia bring? Indonesia, Southeast Asia’s largest economy and the world’s third largest democracy, will hold both parliamentary and presidential elections in April and July 2014 respectively. After a decade under President Susilo Bambang Yudhoyono’s stewardship, the world will be watching closely to see who will emerge as Indonesia’s next leader as it is a key emerging economy which plays an important leadership role in Southeast Asia. Recent polls suggest that the clear frontrunner is Jakarta governor Joko Widodo, aka Jokowi, although he is yet to officially declare his intention to run.

9. Will Thailand resolve its political turmoil? Another round of Thailand’s all-too-familiar partisan politics has been playing out on the streets of Bangkok over the last several weeks, with tens of thousands of demonstrators led by former deputy prime minister Suthep Thaugsuban threatening to unseat Prime Minister Yingluck Shinawatra, the sister of the controversial and now exiled ex-prime minister Thaksin Shinawatra who was deposed in a 2006 military coup. There are already worries that the current turmoil could extend up to February 2014, and that the fresh election to be held then may not even occur or will be postponed. And even close observers of Thai politics fear that another military coup or escalating political violence could result if this continues with no end in sight.

10. What will the endgame in Cambodia be? While such turmoil is commonplace in Thailand, neighboring Cambodia has seen unprecedented protests with tens of thousands of people marching through the streets and demanding that their authoritarian prime minister Hun Sen quit after more than three decades in power. The protests come after Hun Sen’s party claimed victory in July 2013 elections and proceeded to form a government despite concerns by the opposition (and some independent monitoring organizations) that the elections were deeply flawed. The protests have recently expanded to include workers from the country’s garment industry, its biggest export earner. While few expect the tough Hun Sen to give in without a fight after governing for so long with an iron fist, sustained, peaceful protests of this scale will require some sort of resolution should they continue unabated.

While this list is far from comprehensive, it does get at some of the key things to watch for in Southeast Asia during an exciting year. From country-specific developments to region-wide ones, in the fields of security, economics, or even human rights, 2014 will be an interesting one for those watching.

Prashanth Parameswaran is a PhD candidate in international relations at the?Fletcher School of Law and Diplomacy at Tufts University?and a non-resident WSD-Handa fellow at CSIS Pacific Forum. You can read his blog?The Asianist?at and follow him on Twitter at?@TheAsianist